นายบอนเดินทางไปมุกดาหารอยู่บ่อยๆ ไปยืม Notebook บ้างล่ะ ไปช่วยงานวิจัยของพี่ที่อยู่มุกดาหารมั่งล่ะ เคยไปค้างคืนที่บ้านของพี่เค้า และไปกลับอยู่บ่อยๆ

เดินทางไปกับเพื่อนรุ่นพี่อีกท่านหนึ่ง และเดินทางไปคนเดียวก็หลายครั้ง

วันอาทิตย์ที่ 26 พ.ย 2549 นายบอนเดินทางไปคนเดียว

ไปถึงมุกดาหารตอนเที่ยงวัน บรรยากาศเงียบมากๆ
ปกตินายบอนมักจะมามุกดาหาร วันเสาร์ มาถึง บขส. ผู้คนเยอะแยะ หนาตา แต่พอเปลี่ยนมาวันอาทิตย์ ดูโหรงเหรงจริงๆ

อาจเป็นเพราะวัน เสาร์ คนเดินทางกลับบ้าน มาที่มุกดาหาร แต่วันอาทิตย์ หลายคนคงจะเดินทางออกจากมุกดาหาร ไปเรียน ไปทำงาน ซึ่งจะเดินทางตอนเย็นๆ

ปกติ เวลาที่นายบอนมาที่มุกดาหาร พี่ที่อยู่มุกดาหาร จะให้คนงานที่บ้านขับรถมารับนายบอน แต่วันนี้ ไม่มีใครอยู่บ้านเลย เลยโทรมาแจ้งให้ นั่งรถสามล้อเครื่องมาที่บ้านได้ไหม

เดินทางมามุกดาหารบ่อยๆตั้งหลายครั้ง แต่นายบอนพึ่งจะเคยนั่งรถสามล้อเครื่องเป็นครั้งแรก

จาก บขส. มาถึงบ้านของพี่เค้า ระยะทางราว 1 กิโลเมตร แต่ค่ารถแค่ 10 บาท

ถ้าเป็นที่กาฬสินธุ์ ระยะทางเท่านี้ คนขับขอ 20 บาท บางคนจะเอา 30 บาทด้วยซ้ำ พร้อมข้ออ้างว่า น้ำมันแพง วิ่งไปไม่คุ้ม

ความจริงถ้านั่งรถสองแถว 5 บาทตลอดสาย จะประหยัดกว่า ที่กาฬสินธุ์ตอนที่ยังไม่มีรถสองแถววิ่งบริการภายในเขตเทศบาล จนมาถึงตอนนี้ รถสามล้อเครื่องที่กาฬสินธุ์ยังคงเก็บค่าโดยสารแพงอยู่ดี


เห็นป้ายโฆษณาที่ติดไว้หลายแห่ง แจ้งว่า

20 ธันวาคม 2549 นี้ เชิญร่วมงานเปิดสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2
สะพานข้ามแม่น้ำโขง จากมุกดาหารไปยังประเทศลาว คราวนี้ การท่องเที่ยวที่มุกดาหารยิ่งจะคึกคักมากยิ่งขึ้น

ไปถึงบ้านพักของพี่เค้า ก็ไม่ค่อยมีคนอยู่บ้าน ช่วยงานที่บ้านพี่เค้า จนเย็น เดินทางกลับ กาฬสินธุ์ เที่ยว 16.00 น. บรรยากาศก็ยังดูเงียบเหงาเช่นเดิม

บนรถโดยสารสายมุกดาหาร ขอนแก่น รถเที่ยวสุดท้าย ผู้โดยสารมักจะแน่น มีคนมายืนตรงช่องทางเดินกันเต็ม แต่รถเที่ยวนั้น ไม่แน่นแฮะ

..ขออภัย รถเที่ยวสุดท้าย คือ เที่ยว 16.30 น.ต่างหาก

นั่งมาบนรถก่อนเที่ยวสุดท้าย ผู้โดยสารไม่เต็มรถดูโหรงเหรง นั่งชมวิวสองข้างทางไปเพลินๆ ช่วงรอยต่อจังหวัดมุกดาหารและกาฬสินธุ์ มีฝนตกลงมาอีกด้วย แต่ก็ตกในบริเวณนั้น ซึ่งเป็นเขตภูเขา เลยแถวนั้น ก็กลับสู่บรรยากาศปกติ

เดินทางไปกลับรวม 6 ชั่วโมง ถึงบ้านก็เหนื่อยครับ