พงษ์จันทร์ 4

เช้าวันนี้ นึกถึงคำว่า หน้าที่ 

 เมื่อก่อนเคยคิดว่า แต่ละคนมีหน้าที่ของตน 

 แต่ในวันนี้ แม้แต่คำว่าหน้าที่ก็ไม่มี

ต้นไม้ มันก็ไม่เคยคิดว่ามันมีหน้าที่อะไร

มันก็แค่มีอยู่ เป็นอยู่อย่างที่มันเป็น 

 แค่นั้นเอง

&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&

ช่วงนี้มีหลายเหตุการณ์ 

 ที่ทำให้เกิดความท้อใจในความรู้สึกอยากช่วยผู้คน 

 ความเห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ 

 ความยึดติด ขาดความละอาย 

 ทำไมมันมากมายเหลือเกิน 

 อยากอยู่เฉยๆ แค่ดูแลตัวเองก็พอ 

 แต่เช้านี้ มองความรู้สึกนี้อยู่ 

 แล้วก็ฉุกใจขึ้นมาได้ 

 นี่คือสิ่งถูกรู้ ไม่ใช่เรา 

 เราคือธรรมชาติรู้อันเงียบสงบที่กำลังเฝ้ามองความรู้สึกนี้อยู่ 

 เพียงแค่หันความสนใจกลับมาที่ธรรมชาติรู้ 

 กระแสแห่งความรักและเมตตาก็หลั่งไหลออกมาจากความเงียบ 

 นี่คือเรา

ขอให้ทุกท่านดำเนินชีวิตในแต่ละวันด้วยความเงียบ 

 มีกระแสความรักและเมตตาหล่อเลี้ยงนำทาง 

 และแสดงออกมาในทุกคำพูด ทุกการกระทำ ทุกความคิด นะคะ

&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&

การนำนั่งสมาธิ โดยอัทยาชานติ 

"เราคืออะไร"

นั่งในท่าที่สบาย 

 ยิ้ม รู้สึกได้ถึงปากที่กำลังยิ้ม

รู้สึกลงไปที่กลางอกภายใน 

 รับรู้ถึงความเบา สบาย ซึ่งเป็นอาการของใจที่กำลังเบิกบาน

นั่งเงียบๆสักครู่ 

 รู้สึกได้ถึงความคิดที่โผล่ขึ้นมา

จะเห็นว่า การรู้อาการของกาย 

 การรู้อาการของใจ 

 การรู้ว่ากำลังคิด 

 ล้วนไม่ยาก

แต่เราไม่เคยสังเกตเลยว่า 

 มันมีธรรมชาติหนึ่งทำหน้าที่รู้อาการของกาย 

 รู้อาการของใจ 

 รู้ความคิด

มองเข้าไปที่ธรรมชาติรู้นี้ 

 มันมีลักษณะอย่างไร

เราเคยคิดว่าเป็น เรา ที่รู้สิ่งต่างๆ

เรา คือคนหนึ่ง หรือสิ่งหนึ่งที่มีอยู่ 

 แต่เมื่อมองหาเข้าไปจริงๆ 

 กลับหาไม่พบ คนหนึ่ง หรือ สิ่งหนึ่ง นั้น

สิ่งที่พบคือความเงียบ ความว่าง 

 แม้ความเงียบ ความว่าง ก็เป็นสิ่งที่ถูกรู้ 

 มีอะไรอย่างหนึ่งกำลังรู้ความเงียบ  

 รู้ความว่าง 

 สิ่งนั้นคืออะไร 

 สิ่งนั้นคือใคร

ตรงนี้จะทำให้ใจสับสนและพยายามถอยหนี พยายามปฏิเสธ 

 มันคุ้นเคยกับการคิดว่า เรา คือคนหนึ่ง หรือสิ่งหนึ่ง 

 และมันยอมรับความจริงไม่ได้

มองเข้าไปด้วยตัวเอง 

 สัมผัสธรรมชาตินี้ด้วยตัวเอง 

 ขณะนี้ เรากำลังค้นพบว่า 

 เรา ไม่ใช่คนหนึ่ง หรือสิ่งหนึ่ง 

 แต่เป็นธรรมชาติรู้ ที่กำลังสังเกตเห็นว่า 

 ไม่มีคนหนึ่ง หรือ สิ่งหนึ่ง อยู่ภายใน

และเมื่อพยายามสังเกตลักษณะของธรรมชาติรู้ 

 ว่ามันมีลักษณะอย่างไร 

 มันกว้างหรือแคบ 

 มันมืดหรือสว่าง

มันเป็นหญิงหรือชาย 

 เราจะพบว่าเราให้คำจำกัดความไม่ได้

ให้หยุดอยู่ภายในธรรมชาติรู้นี้ 

 ไม่ต่อต้าน ไม่วิ่งหนี  

 ไม่พยายามค้นหาว่ามันคืออะไร

หยุดอยู่ภายในที่นี่ซึ่งปราศจากคำจำกัดความ 

 หยุดอยู่ภายในที่ซึ่งปราศจากความเป็น คนหนึ่ง หรือ สิ่งหนึ่ง 

 หยุดอยู่ภายในที่ซึ่งคุณสัมผัสมันจริงๆ 

 ไม่ได้คิดเอา หรือสร้างสภาวะขึ้นมา 

 หยุด นิ่ง เงียบ สงบ 

 แล้วสัมผัสถึงกระแสแห่งความรัก ความเมตตา 

 ที่ระเรื่อออกมาจากการเข้าถึงธรรมชาติเดิมแท้ 

 เข้าถึงสิ่งที่เป็นตัวเราอันแท้จริง 

 สิ่งซึ่งไม่มีอดีต ไม่มีอนาคต ไม่มีเวลา 

 เป็นปัจจุบันขณะอย่างแท้จริง

สิ่งซึ่งไม่มีการเกิดดับ 

 ไม่มีความสุขหรือความทุกข์ 

 ไม่มีตัวตน บุคคล เราเขา 

 ไม่มีความคิด เพราะความคิดก็เป็นสิ่งถูกรู้ 

 หยุด แล้วจึงถึง

ยิ่งทำ ยิ่งไม่ถึง

นิ่ง เงียบ สงบ สันติ อิสระ


เมื่อออกจากสมาธิ

จะรู้ได้ว่าความเงียบของธรรมชาติรู้

ยังอยู่ที่นั่นเสมอ แม้อิริยาบถจะเปลี่ยนไป

ยังรู้สึกถึงมันได้เมื่อส่งความสนใจเข้าไปภายใน

การรู้อยู่กับธรรมชาติรู้ เรียกว่ามีสติ

ทำการงานไปด้วย รู้ภายในไปด้วย

มีสติอย่างต่อเนื่อง 

เรียกว่ามีสมาธิ

เป็นสติที่เรียกว่า สัมมาสติ

เป็นสมาธิที่เรียกว่า สัมมาสมาธิ

อันนำไปสู่สัมมาอื่นๆในมรรคมีองค์แปด

เป็นการเจริญมรรคในชีวิตประจำวัน

และเข้าถึงความวิมุตติหลุดพ้นได้ในที่สุด

&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน What am I



ความเห็น (0)