บันทึกชุด ศาสตร์และศิลป์ว่าด้วยการสอน นี้ตีความจากหนังสือ The New Art and Science of Teaching เขียนโดย Robert J. Marzano   ซึ่งเพิ่งออกวางจำหน่ายในปี พ.ศ. ๒๕๖๐ นี้เอง


ตอนที่ ๕๓ ค่อยๆ ปรับสู่ระบบพัฒนาสมรรถนะของนักเรียน (competency-based)   ตีความจาก Recommendation 8 :  Gradually Move to a Conpetency-Based System


ข้อเสนอที่ ๘ ของหนังสือ The New Art and Science of Teaching นี้  เป็นข้อเสนอที่ก้าวหน้าที่สุดในข้อเสนอทั้ง ๘    คือให้ค่อยๆ เปลี่ยนจากห้องเรียนแบบจารีต (conventional)  ไปเป็นห้องเรียนที่ใช้ระบบพัฒนาสมรรถนะ (competency – based)   ซึ่งหมายความว่ามีลักษณะสำคัญ ๓ อย่าง

  • นักเรียนจะไม่เลื่อนไปเรียนสาระที่สูงขึ้น หากยังไม่บรรลุสมรรถนะของสาระระดับล่าง
  • นักเรียนแต่ละคนเรียนแต่ละสาระเร็วหรือช้าตามที่ตนต้องการ   
  • ครูมีมุมมองต่อชั้นเรียนแตกต่างไปจากชั้นเรียนจารีต


ชั้นเรียนแบบพัฒนาสมรรถนะของนักเรียน (เป็นรายคน)  แตกต่างจากชั้นเรียนจารีตในเชิงโครงสร้าง ๔ ประการ

  • การสอนทั้งชั้น (whole-class instruction)    การสอนทั้งชั้นไม่ใช่สิ่งเลวร้าย    ยังคงใช้อยู่ในห้องเรียนแบบพัฒนาสมรรถนะ    แต่ใช้ลดลงไปมาก    ใช้เมื่อครูสังเกตเห็นว่านักเรียนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจสาระนั้นๆ    ในขณะที่ในห้องเรียนจารีต ครูสอนสาระต่อนักเรียนทั้งชั้นทุกสาระ
  • การสอนกลุ่มย่อย (small-group instruction)    การสอนกลุ่มย่อย เป็นวิธีการมาตรฐาน สำหรับ ชั้นเรียนแบบพัฒนาสมรรถนะของนักเรียน    ทำโดยครูออกแบบการเรียนรู้โดยให้นักเรียน ทำกิจกรรมร่วมกันเป็นกลุ่มเล็กๆ    ในขณะที่ห้องเรียนจารีตก็ใช้การสอนกลุ่มย่อยบ้างเหมือนกัน    แต่ใช้เฉพาะต่อนักเรียนคนที่ยังเรียนไม่ทันเพื่อน     
  • การสอนเฉพาะตัว (individual instruction)   เป็นการสอนแบบตัวต่อตัว (one – to – one)    ในห้องเรียนจารีตการสอนแบบนี้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ เมื่อครูไปพบว่านักเรียนคนหนึ่งยังไม่เข้าใจบทเรียน     แต่ในห้องเรียนแบบพัฒนาสมรรถนะของนักเรียน ครูวางแผนการเรียนแบบสอนเฉพาะตัวไว้ล่วงหน้า     เพราะครูมีตารางระดับความเข้าใจในเรื่องนั้นของนักเรียนเป็นรายคนอยู่กับตัว        
  • เพื่อนสอนเพื่อน (peer to peer instruction)    ในห้องเรียนจารีต กล่าวได้ว่าเกือบไม่มีหรือไม่มี การสอนแบบนี้ เพราะสภาพความเข้าใจหรือไม่เข้าใจสาระนั้นเป็นเรื่องส่วนตัวนักเรียนแต่ละคน    แต่ในห้องเรียนแบบพัฒนาสมรรถนะ ครูมีข้อมูลระดับความเข้าใจของนักเรียนแต่ละคน ให้ใช้จับคู่นักเรียนให้ช่วยเหลือกัน     ผมได้ที่ตามมาเพิ่มขึ้นจากการเรียนสาระวิชาคือ การสร้างวัฒนธรรมความร่วมมือ และการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน


สรุปเปรียบเทียบการศึกษาแบบพัฒนาสมรรถนะ กับการสอนแบบจารีต ในตาราง 




วิจารณ์ พานิช

๒๕ พ.ค. ๖๐