พี่จู พี่สาวที่รักยิ่งคนหนึ่ง ซึ่งมักจะมีคำแนะนำดีๆ ให้เสมอ ส่งข่าวมาบอกว่ามีหนังดีที่ต้องไปดู เรื่อง The Village Album ดิฉันถือเป็นภารกิจสำคัญต้องรีบไปดูทันที เพราะถ้ามั่นใจว่าต้องดีจริง และพี่จูรู้จักดิฉันดีพอที่จะทราบว่าดิฉันต้องชอบแน่ๆ และก็เป็นจริง ดิฉันบอกตัวเองว่านี่เป็นหนังอีกเรื่องหนึ่งที่จะอยู่ในดวงใจตลอดไป

The Village Album เป็นหนังญี่ปุ่นที่ได้รับรางวัลถึงสองรางวัลที่งานประกวดภาพยนต์ที่เซี่ยงไฮ้ นั่นไม่สำคัญเท่าคุณค่าของสิ่งที่บอกเล่าในหนัง เป็นเรื่องของหนุ่มน้อยที่ต้องการเป็นตากล้องมีชื่อเสียงในโตเกียว และปฏิเสธวิถีทางของตากล้องรุ่นเก่าอย่างพ่อของเขา ซึ่งไม่เคยรู้จักกล้องดิจิตอลเลยด้วยซ้ำ แต่เมื่อเขาต้องเข้ามาเป็นผู้ช่วยพ่อในการเก็บบันทึกภาพคนในหมู่บ้านเล็กๆ ในชนบทบ้านเกิด ซึ่งกำลังจะเปลี่ยนแปลงเพราะการเข้ามาของเขื่อน เขาก็ค่อยๆ เรียนรู้ว่าคุณค่าของภาพถ่ายที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยี แต่อยู่ที่การเข้าใจชีวิตคนที่กำลังจะบันทึก อย่างที่พ่อเขาบอกว่า ถ้าจะถ่ายรูปใคร ให้มองที่แววตาของเขา ภาพถ่ายทุกภาพของพ่อจึงเป็นภาพมีชีวิต

ภาพยนต์เรื่องนี้ไม่ได้ใช้มุมกล้องหรือเทคนิคพิศดาร แต่ทำให้เราซึมซับไปกับตัวเอกที่ละน้อย เช่น ตอนแรกๆ หนุ่มน้อยไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อจึงไม่ใช้รถขับไป แต่ออกเดินทั้งๆ ที่ร่างกายไม่ค่อยอำนวย แต่พ่อก็ยืนยันที่จะเดินไปบนทางขรุขระของไหล่เขา ไปบ้านแต่ละบ้าน ทักทาย ถ่ายภาพด้วยความนอบน้อม เมื่อเขาบอกพ่อว่าทำไมไม่ใช้รถการทำงานจะมีประสิทธิภาพกว่า เมื่อพ่อถามว่า "อะไรคือประสิทธิภาพหรือทาเกชิ" เขาก็ตอบไม่ได้

บางครั้งเราพูดถึงประสิทธิภาพมากว่าคุณค่าในการทำงานของเรา คุณว่าจริงไหม๊

ดูหนังเรื่องนี้ดิฉันหวนระลึกถึงครูบาอาจารย์ทางศิลปะผู้ล่วงลับท่านหนึ่งคืออาจารย์เปรื่อง เปลี่ยนสายสืบ ท่านเป็นผู้หนึ่งที่ลึกซึ้งกับวิถีชีวิตชุมชน ท่านเก็บภาพถ่ายวิถีชีวิตพื้นบ้านของไทย ศิลปะพื้นบ้านไว้ทุกแง่มุม เป็นภาพที่งดงามด้วยแสงเงา และมีเรื่องราวมากมาย ได้ข่าวว่ามติชนเพิ่งพิมพ์งานเรื่องราวของท่านออกมา สนใจหาอ่านได้ ก่อนหน้านั้นงานของท่านจะมีอยู่เนืองๆ ในสานแสงอรุณ หนังสือดีที่หาอ่านยากหน่อย

วันนั้นหลังจากกลับมาที่บ้าน ดิฉันก็ถามตัวเองว่าชีวิตเราจะได้ทำอะไรบ้างนะที่จะทำให้คนได้รู้จักคุณค่าของชีวิต เหมือนอย่างที่ทากาชิได้เรียนรู้จากพ่อของเขา และดิฉันได้เรียนรู้จากอาจารย์เปรื่อง