วันนี้ (เสาร์ที่ 26 สิงหาคม 2560) ชมรมสานฝันคนสร้างป่า มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้จัดโครงการ “Green Youth Shoot ขยะ” ณ ห้องประชุม 2 อาคารพัฒนานิสิต กองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม โดยมี ดร.มลฤดี เชาวรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิต ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน
โครงการดังกล่าว ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งในหลายปีก่อนก็เคยได้รับงบประมาณสนับสนุนมาดำเนินการเป็นระยะๆ ขึ้นอยู่กับว่าจะปักหมุดประเด็นอะไร หรือขับเคลื่อนที่ไหน

โครงการดังกล่าวฯ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-27 สิงหาคม 2560 เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจและจิตสาธารณะเกี่ยวกับการจัดการขยะในมหาวิทยาลัยและชุมชนแก่แกนนำองค์กรนิสิต ตลอดจนเพื่อหนุนเสริมนโยบายการพัฒนานิสิต ปีการศึกษา 2560 ที่ว่าด้วยประเด็น “การจัดการขยะและการลดพลังงาน” รวมถึงการกระตุ้นให้นิสิตได้เป็นส่วนหนึ่งกับนโยบาย “มหาวิทยาลัยสีเขียว” ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม

กิจกรรมครั้งนี้ประกอบด้วยกิจรรมหลักๆ เช่น
- การจัดทำถังขยะเพื่อติดตั้งในพื้นที่สำคัญๆ ที่เกี่ยวพันกับการใช้ชีวิตของนิสิต เช่น อาคารพัฒนานิสิต (กองกิจการนิสิต) กองทะเบียนและประมวลผล อาคารพลศึกษา สนามกีฬากลางแจ้ง โดยเน้นขยะที่สามารถนำมารีไซเคิลได้ หรือนำมาจำหน่ายสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชมรมฯ เช่น ขวดพลาสติก
- การบรรยายเชิงปฏิบัติการเรื่องการจัดการขยะแบบง่ายด้วยหลัก 3R รวมถึงการสะท้อนข้อมูลและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเรื่องสถานการณ์ขยะในมหาวิทยาลัยมหาสารคามและชุมชนของจังหวัดมหาสารคาม ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์ด้านวิทยากรจากกองอาคารสถานที่ คือ อาจารย์สันทนา ภิรมย์เกียรติ (ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายอาคารสถานที่) และนางสาวจุฬาลักษณ์ ประวันนา (เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป)
จากประเด็นกิจกรรมข้างต้น โดยส่วนตัวแล้วผมชอบใน “ความง่ายงาม” ของกิจกรรมเหล่านี้อยู่มาก
และถึงแม้จะเป็นก้าวแรก หรือเป็นเพียง “ยกที่หนึ่ง” ก็เถอะ ผมก็ยังชอบอยู่ดี
เป็นการชื่นชอบในหลายประเด็น อาทิเช่น ชอบที่นิสิตเล็งเห็นความสำคัญเรื่องกระแสหลักของมหาวิทยาลัยและสังคม ชอบที่นิสิตนิสิตฉลาดพอที่จะเรียนรู้สถานการณ์จริงเรื่องขยะในแต่ละวันของมหาวิทยาลัย ผูกโยงไปสู่สถานการณ์จริงของชุมชนในจังหวัดมหาสารคามที่ค่อนข้างโด่งดังในเรื่องการจัดการขยะ
หรือแม้กระทั่งชืนชอบกับการที่นิสิตรู้จักวิเคราะห์พื้นที่เชิงรุกเพื่อขับเคลื่อนเรื่องขยะในมหาวิทยาลัยฯ ดังจะเห็นได้จากการกำหนดพื้นที่เป้าหมายหลักที่นิสิตมักไปใช้ชีวิตและติดต่องานอย่างหลากล้นและต่อเนื่อง เพราะพื้นที่ทั้งปวงท่าว่านั้นล้วนเป็นจุดเสี่ยง หรือจุดเปราะบางต่อการสั่งสมขยะที่มาจากสาหเตุสำคัญๆ คือการขาดจิตสำนึกของผู้คนและการบริหารจัดการที่ไม่มีประสิทธิภาพในเชิงกลไกลและระบบ
เช่นเดียวกับชื่นชอบแนวคิดที่นิสิตระดมทีมงานที่มีความรู้ความสามารถมาช่วยเป็นแกนหลักในการ “ทำถังขยะ”
เสมือนการทำงานในแบบสำรวจต้นทุนตัวเอง > ดีงต้นทุน/ศักยภาพตนเองสู่การ "สร้างคน สร้างทีม สร้างงาน" ร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรมในแบบ “บันเทิงเริงปัญญา”
กรณีที่มาที่ไปของโครงการฯ นั้น -
จากการพูดคุยเป็นการส่วนตัวกับแกนนำชมรมฯ ทำให้รู้ที่มาที่ไปจากนิสิตประมาณว่า ...
“เห็นข่าวสารที่มหาวิทยาลัยกำลังรณรงค์เรื่องการจัดการขยะมาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งทางชมรมฯ ชอบคัดไปขอขวดพลาสติกจากนิสิตมาชั่งกิโลขายเพื่อเป็นทุนในการออกค่าย ซึ่งเห็นว่ามันเยอะมาก โดยเฉพาะขวดพลาสติกที่อยู่ตามห้องพักของหอพักนิสิตมันมีอยู่เยอะมาก จึงคิดที่จะทำเรื่องนี้ในรูปแบบที่ตนเองถนัด โดยถือว่าเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการที่จะช่วยจัดการขยะให้กับมหาวิทยาลัยฯ ในแบบ 3R” ...

เอาจริงๆ เลยนะ ผมมองว่าถ้อยคำหรือความคิดที่แกนนำชมรมฯ สะท้อนมานั้นเป็นอย่างมาก เพราะสื่อให้เห็นถึงเจตนาอันดีงาม – เป็นแรงบันดาลใจของการจัดกิจกรรมที่ซื่อใสและไม่ซับซ้อน แถมยังชัดเจนว่าจะเริ่มต้นจากการสร้างแกนนำขึ้นมาก่อน แล้วค่อยขยายไปยังองค์กรนิสิตและหมู่มวลนิสิตในวงกว้าง
ดูดีๆ อาจยังหมายถึงการเตรียมความพร้อมที่จะนำแนวคิดการจัดการขยะแบบ 3R ไปต่อยอดใช้ใน “ค่ายอาสาพัฒนา” ต่างๆ ได้ด้วยเช่นกัน ...
เหนือสิ่งอื่นใด ผมยังยืนยันว่า ผมชอบกิจกรรมนี้ไม่แพ้กิจกรรมอื่นๆ ที่ชมรมสานฝันคนสร้างป่าเคยจัดมา
ชอบเพราะนานทีปีหนกว่าชมรมสานฝันฯ จะหลบออกจากป่า เพื่อมาจัดกิจกรรมในรั้วมหาวิทยาลัยฯ นั้นมันไม่ง่ายเลย แต่กระบวนทัศน์เช่นนี้เมื่อเกิดขึ้นแล้วย่อมง่ายต่อการขับเคลื่อนให้ต่อเนื่องสู่ประสิทธิภาพและประสิทธิผล อันหมายถึงเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์ทั้งระดับบุคคล องค์กรและสังคม
ในทำนองเดียวกันผมชอบกิจกรรมนี้ เพราะถึงแม้จะจัดในรั้วมหาวิทยาลัยฯ ก็มิได้สูญเสียอัตลักษณ์ของชมรมฯ เลยสักนิด พวกเขายังคง "เขียนป้ายผ้า" แบบอนุรักษ์นิยม ไม่ใช่เอะอะก็ปริ้นป้ายไวนิลเสริมโลกร้อนสถานเดียว !
มิหนำซ้ำทางชมรมฯ ยังมั่นคงต่อกิจกรรมการ "ตีกลองร้องเต้นและปะแป้งรับขวัญ" ในแบบฉบับของตนเองอย่างไม่ยี่หระ
รวมถึงการไม่ละเลยที่จะไปบูรณาการซ่อมแซมต่อยอดโรงเพาะชำกล้าไม้อันเป็นกิจกรรมที่ได้ริเริ่มไว้เมื่อปี 2559 ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมฯ เฉกเช่นกับปีนี้ เพียงแต่เปลี่ยนประเด็นจากการเพาะกล้าไม้มาเป็นการจัดการขยะเท่านั้นเอง

และที่จะไม่พูดเลยก็ไม่ได้ นั่นก็คือ ผมชอบบรรยากาศใน "พิธีเปิด" เป็นอย่างมาก
ในพิธีเปิด ผมสัมผัสถึง "ความซื่อใสและง่ายงาม" ของนิสิตเป็นที่สุด ถึงแม้พวกเขาดูเหมือนจะสะดุดกับพิธีการในพิธีเปิดอย่างมากมายก่ายกอง ดูเหมือนจะตื่นเต้น ประหม่า พูดโน่นนี่ผิดและติดขัดไปหมด ซ้ำร้ายยังเอ่ยชื่อผู้บริหารแบบหวั่นๆ หวาดๆ แต่ก็ดีหน่อยที่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ด้วยการเหลือบไปมองป้ายชื่อที่ตั้งอยู่บนโต๊ะบรรยายได้ทัน
ทั้งปวงนั้น ผมไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องผิดพลาดใดๆ เลยสักนิด ตรงกันข้ามผมกลับมองว่านั่นคือสีสันเล็กๆ น้อยๆ ที่ช่วยให้ผ่อนคลายและเป็นกันเองอย่างอัตโนมัติ จนอดที่จะทักหยิกแซวไม่ได้ประมาณว่า “จำพิธีรีตองอะไรไม่ได้เลย เพราะมัวแต่ไปจัดกิจกรรมในป่าและหมู่บ้านกันเสียนาน” (5555555)

เหนือสิ่งอื่นใด ในภาพรวมผมถือว่า “ยกที่หนึ่ง” สำคัญเป็นที่สุด ดีใจที่พวกเขาหันกลับมาทำเรื่องราวเหล่านี้ในมหาวิทยาลัยฯ แห่งนี้อีกรอบ
และพียงไม่กี่อย่างที่ผมฝากไว้กับพวกเขาก็คือ ...
- อย่าละเลยที่จะขยายเครือข่ายการทำงานจากองค์กรตัวเองไปยังเพื่อนต่างองค์กรให้มากขึ้นเรื่อยๆ
- อย่าละเลยที่จะมุ่งมั่น จริงจังและจริงใจต่อสิ่งที่ทำ และทำให้ต่อเนื่อง
- อย่าละเลยที่จะประเมินผลเป็นระยะๆ และอย่าหยุดที่จะค้นหารูปแบบที่ “โดนใจนิสิต”
ครับ - ผมพูดเช่นั้น เพราะผมไม่อยากให้กิจกรรมนี้เป็นเหมือนกิจกรรมอื่นๆ ที่มุ่งทำงานในแบบ “ปักป้ายถ่ายรูป” หรือ “ทำให้เสร็จๆ” แต่เอาเข้าจริงๆ กลับ “ไม่สำเร็จ” เอาซะเลย

หมายเหตุ
เขียน : 29 สิงหาคม 2560
ภาพ : ชมรมสานฝันคนสร้างป่า / พนัส ปรีวาสนา / จิรัฎฐ์ อภิวิชญ์ทีปกร










Look great for binding to gether people of like mind. Let use this energy to move forth ;-)
May I add that serious wars on littering include studies on materials, paths and time, collection, prices and sales of recleables, laws, industrial demands and supplies,... in short the market and supply chain for rubbish?
ชื่นชม นักสานฝัน ขยันพัฒนา นิสิต ครับท่าน แผ่นดิน
ขอบคุณขอบคุณจริงๆที่ยังมีกลุ่มคนแบบนี้ในประเทศไทย
-สวัสดีครับอาจารย์
-ตามมาให้กำลังใจน้องๆ ฅนทำดีครับ
-ถือเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่นะครับ
-การรักษ์ธรรมชาติ ป่าไม้ ถือเป็นสิ่งที่ต้องส่งต่อนะครับ
-เพราะเป็นแหล่งอาหารมากมายครับ
-อาจารย์รู้จัก"เห็ดหิน"รึเปล่าครับ?
-วันนี้มีเมนูจากเห็ดหินมาฝากครับ
มาชื่นชมการทำงาน
มีกิจกรรมปักป้ายถ่ายรูปเต็มไปหมดในบ้านเรา
แต่กิจกรรมของ มมส พัฒนาไปไกลมาก นิสิตได้พัฒนากระบวนการเรียนรู้และจิตอาสาไปพร้อมกัน
ขอบคุณมากๆครับ