ช่วงกลางวันผมขับรถเก๋งเข้าไปจอดในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งด้วยที่ลานจอดรถเต็มมีเพียงข้าง ๆ หนึ่งที่พอจะเข้าจอดได้แต่ต้องระวังเพราะด้านหน้ามีรถจอดอยู่แล้วด้านหลังก็มีรถจอดเราต้องเข้าจอดตรงกลางแต่เมื่อเจ้าของรถคันที่จอดอยู่ด้านหน้ามาใช้รถเขา  เราต้องถอยรถเราออกมาเขาจึงออกได้  ผมตัดสินใจเข้าจอดตรงนั้นแล้วเปิดกระจกดับเครื่องยนต์  เพื่อให้ลมผ่านมีร่มไม้บังแสงแดดพอดีจึงเหมาะนั่งรออยู่ในรถนั้นแล้วภรรยาผมก็ออกไปทำธุระภายในบริเวณนั้นซึ่งคาดว่าคงไม่นานนัก

        ต่อมามีรถปิ๊กอัพคันหนึ่งเข้ามาใกล้แล้วบีบแตรเสียงดังเพื่อให้ผมเหลียวมองไปยังรถคันนั้น ผมมองไปที่รถคันนั้นแล้วบอกว่าคุณขับผ่านไปได้เพราะผมเว้นช่องกว้างอยู่แล้วตรงนั้น  รถคันนั้นก็เลื่อนมาใกล้ๆ เปิดกระจกลงมีเสียงชายหนุ่มคนหนึ่งพูดออกมาว่าคุณเลื่อนรถหน่อยผมจะเข้าจอดตรงนี้

        อ้อ...ผมจอดอยู่แล้วครับกำลังรอผู้ไปทำภารกิจอยู่  คุณไปหาที่จอดเอาเองข้างหน้านะครับ  แล้วรถคันนั้นก็ขับแบบช้า ๆ ผ่านไปสักพักก็วนมาจอดติดเครื่องอยู่ใกล้ ๆ แล้วชายหนุ่มคนนั้นก็เดินลงมาหาผม  พร้อมกับบอกว่าคุณเลื่อนรถไปจอดตรงนั้นได้ไหมผมทำงานที่นี่ผมจะจอดตรงนี้  ผมก็มองหน้าชายหนุ่มนั้นแล้วมองไปที่เขาต้องการให้ผมไปจอดมันเป็นปากทางรถเข้าออกและมีแสงแดดเจิดจ้า  ถ้ารถคันใดจะเข้าหรือจะออกถ้าเราจอดตรงนั้นก็ต้องขยับรถให้เขาตลอดเวลา

ผมเลยชี้ไปที่ตราเครื่องหมายที่ติดไว้กระจกหน้ารถแล้วบอกชายหนุ่มนั้นชะโงกมองดูและบอกไปว่ารถคันนี้เจ้าของรถก็ทำงานอยู่ที่นี้ครับ  ชายหนุ่มคนนั้นยืนมองสักพักบ่นพึมพำทำนองว่า...แล้งน้ำใจ...แล้วถอยห่างไปขึ้นรถปิ๊กอัพขับหายไปกับสายลมแสงแดด

        ใครวะแล้งน้ำใจปกติผมเองแม้ขับรถเปิดไฟเลี้ยวขวาและกำลังเลี้ยวเข้าซอยเล็ก ๆแล้วเห็นรถขับออกมา คือมีรถขับสวนมาไฟเลี้ยวก็ไม่เปิดผมจะหยุดรถแล้วถอยให้เขาไปได้ก่อนแล้วเราค่อยไปเลยนะนี่  ถามว่าใครกันนะ..?