นกกระจอกกระโจนบนลานหญ้า
กระโดดไปกระโดดมาจ้าละหวั่น
ขณะแดดแผดเปรี้ยงยามเที่ยงวัน
ขณะนกคุยกันบนลานดิน
มีฝนปรอยบางบางกลางฟ้าใส
ชโลมใส่คลายร้อนให้ก้อนหิน
ผึ้งผีเสื้อรวมกลุ่มภุมริน
ว่อนถวิลสาละวนจนวุ่นวาย
ในยามแย้หลบอยู่ปากรูย่อม
ค่อยค่อยอ้อมล้อมวงมาดงฝ้าย
งับแมลงดอกหญ้ามาเลี้ยงกาย
ง่วนอยู่ปลายชายป่ามาหลายปี
มีมดมันคันไฟในลอมฟาง
ตรงริมทางรอยไถใกล้วิถี
หมั่นสำรวจตรวจดูปากรูดี
ดำรงอยู่อย่างนี้มีมานาน
มีหมาแก่ตัวเก่าเขี้ยวยาวกร่อน
ร่างขี้เรื้อนฝ่าร้อนตอนเดินผ่าน
เหมือนขอเศษเมตตามหาทาน
หอบสังขารหลังโค้งสู่ดงไม้
โน่นนกเขาร้องคูอยู่เคียงข้าง
เกาะบนกิ่งเก้งก้างริมทางใกล้
แล้วร่อนลงตรงลานอันรำไร
ตรงแดดผ่านลานใบไม้ให้ร่มเงา
โสภณ เปียสนิท
บ้านเลขที่8 บ้านเล็กในป่าใหญ่ กาญจนบุรี
-สวัสดีีครับอาจารย์
-ตามมาส่งภาพบรรยากาศเพิ่มกับบทกลอนเพราะๆ นี้ครับ
-ขอบคุณครับ
แวะมาอ่านลำนำคำขับขาน
รอบรั้วบ้านหลังเล็กในป่าใหญ่
" ณ เมืองมะละกอ" นี้ที่เป็นไป
มีอะไร..อะไร หลากหลายดี
สรรพสัตว์อยู่เย็นและเป็นสุข
แม้แต่หมาที่มีทุกข์ก็สุขี
ทั้งนก แย้ กิ่งก่า...บรรดามี
นอกจากนี้ก้อ...ช้างป่า...ยังมาเยือน...!
รากต้นกระบากหรือเปล่าครับ
เหมือนงูใหญ่เลยครับ
เพชรน้ำหนึ่ง
การทำนาเดี๋ยวนี้ที่เมืองกาญ หาไม่ค่อยพบเลยครับ
เพชรน้ำหนึ่ง
การทำนาเดี๋ยวนี้ที่เมืองกาญ หาไม่ค่อยพบเลยครับ
คุณมะเดื่อ
ยังครับครูมะเดื่อ
ช้างยังไม่มาเยือน แต่ว่า ไม่มาก็ดีแล้ว