การศึกษา ๔.๐



ในงานสัมมนาผู้บริหารมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประจำปี ๒๕๖๐ เรื่อง “มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ๔.๐  ตามที่เล่าแล้ว ในบันทึกที่แล้ว    ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นพ. ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ไปบรรยายเรื่อง ปฏิรูปและขับเคลื่อนการศึกษาไทยขานรับ Thailand 4.0”    ผมจับประเด็นตีความ ว่าการศึกษา ๔.๐ คืออะไร   บรรลุได้อย่างไร  


ท่านอธิบาย ปฏิวัติอุตสาหกรรม ๔ ยุคให้เข้าใจได้ลึกมาก    คือยุคแรกทุ่นแรงด้วยจักรกล  ยุคสองทุ่นแรงด้วยไฟฟ้า   ยุคสามทุ่นสมอง   ยุคสี่บูรณาการทุ่นสมองกับทุ่นแรง    

ช่วงที่สอง ท่านเอาผลการวิเคราะห์ผลสอบ PISA ของไทยมาอธิบาย    ที่น่าตกใจคือผลของนักเรียนกลุ่มโรงเรียน วิทยาศาสตร์  กับผลของนักเรียนกลุ่มโรงเรียนใน กทม. แตกต่างกันเทียบเท่ากับการเรียน ๗ ปี    สะท้อนช่องว่างหรือ ความไม่เป็นธรรมทางการศึกษาที่น่ากังวลมาก    ที่น่าดีใจคือเฉพาะโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ผล PISA สูงกว่าของประเทศสิงคโปร์ ๑ ปีการศึกษา  

 

เกร็ดเคล็ดลับของผู้บริหาร : เรื่องคนคิดนานๆ  เรื่องงานคิดเร็วๆ ... ท่าน รมต. จำมาจากคุณชุมพล ณ ลำเลียง


ช่วงที่สาม การศึกษาที่มีคุณภาพระดับโลก    ท่านอ้างหนังสือ A World-Class Education ว่าการศึกษาที่มีคุณภาพสูงมีลักษณะ ๘ ประการตามภาพที่ผมเอามาให้ดูข้างล่าง    และกล่าวถึงการศึกษาที่นักเรียนได้เรียนรู้ใน 5C เพื่อบรรลุ 2C ตามในภาพ    และกล่าวถึงหลักการประกันคุณภาพการศึกษา  


ช่วงที่สี่ พัฒนาการตามวัยของมนุษย์ จากเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง  สู่ เอาคนอื่นเป็นศูนย์กลาง     ตามหลักของ Kegan & Lahey      และพัฒนาการด้านคุณธรรมตามหลักของ Lawrence Kohlberg ตามในรูป   ที่ผมเคยเขียนบันทึกเรื่อง “มนุษย์ระดับหกไว้ ที่นี่


ท่านลงท้ายที่ Mental Level  โดยอธิบายระดับจิตใจว่า Mental 1.0 Magical, 2.0 Mythical, 3.0 Rational, 4.0 Integral     นี่คือการมองผลของการศึกษาที่ล้ำลึกมาก   


ตัวเลขที่น่าตกใจคือ เวียดนามมีพลเมือง ๙๐ ล้านคน   ไทยมี ๖๗ ล้าน    ข้าราชการส่วนกลางของกระทรวง ศึกษาธิการเขามี ๙๐ คน   ไทยมีสองหมื่นกว่าคน  


ท่านเอาวีดิทัศน์มาเปิดให้ดู ๒ เรื่อง เรื่องแรกเป็นบรรยากาศการสอนวิชา Justice โดยศาสตราจารย์ Michael Sandel ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ที่สอนแบบตั้งคำถาม (Socratic Method) ในชั้นเรียนที่มีนักศึกษาเป็นพันได้    เรื่องที่สองเป็น การสัมภาษณ์สองหนุ่มนักศึกษาแพทย์ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ที่เป็นลูกของท่านเอง    จับความว่าในอังกฤษนักเรียนเรียน โดยตั้งคำถาม   เรียนให้ได้แง่คิด มุมมอง (perspective)    ฝึกฟังคนอื่นให้เข้าใจ    และฝึกแสดงออก    ทั้งสองหนุ่มสรุปตรงกันว่า จะเรียนให้ได้ผลดีต้องขยัน 


ลงท้ายด้วยนิทานเรื่องมดน้อย    ที่สะท้อนขั้นตอนที่ไร้ประโยชน์ของ bureaucracy    โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบราชการ ของกระทรวงศึกษาธิการ

ผม AAR เข้าสู่ความหมายของ การศึกษา ๔.๐ ว่าต้องเรียนให้ได้ทั้ง ความรู้และวิธีเรียนรู้ (Cognition) และบุคลิก (Character) ซึ่งรวมพัฒนาการทางคุณธรรมด้วย    การศึกษา ๔.๐ ต้องได้ผลลัพธ์การเรียนรู้ที่ซับซ้อน    ซึ่งสอนโดยวิธีถ่ายทอดความรู้สำเร็จรูปจะไม่ได้ผล



วิจารณ์ พานิช

๒๔ มิ.ย. ๖๐






บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สภามหาวิทยาลัย



ความเห็น (0)