สถานที่ใดก็ตาม สำหรับผู้ที่เคยปฏิบัติธรรมมาแล้ว อย่าคาดหวังผลที่จะได้จากภายนอก ส่วนใหญ่เป็นการสอนสมถะ กำหนดรู้ ปฏิบัติในรูปแบบ สุดท้ายขอให้พึ่งตนเอง เห็นไตรลักษณ์ด้วยปัญญา โดยใช้โยนิโสมนสิการตนเอง แล้วย้อนกลับมาดูว่ากิเลสลดลงไหม ไม่มีที่ไหนหรือใครแก้ปัญหาภายในให้เราได้ถ้าเราไม่มีความเพียรอย่างต่อเนื่อง

ก่อนที่ผู้เขียนจะเข้าไปพักในสถานที่ปฏิบัติธรรม หอฉัน ชั้น 3 มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วังน้อย พระนครศรีอยุธยา ผู้เขียนได้ไปกราบนมัสการพระอาจารย์ท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นอาจารย์ดอกเตอร์สอนนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ ท่านเป็นพระเพื่อนของคนข้างกายผู้เขียน พระอาจารย์ท่านนี้ถามคำถามหนึ่ง ทำผู้เขียนอึ้งครู่หนึ่ง ท่านถามว่าปฏิบัติธรรมที่บ้านก็ได้มิใช่เหรอ ... ท่านทราบดีว่าผู้เขียนผ่านการปฏิบัติธรรมมาแล้ว สมควรที่จะปฏิบัติได้ทุกที่ทุกเวลาที่ต้องการ แต่ในความจริงแล้ว คนเราที่คลุกอยู่กับโลกนาน ๆ ไม่ค่อยอยู่ในวัดบ่อย ๆ อย่างท่าน ไม่ช้านาน ภูมิธรรมชาวโลกอย่างเราก็ร่อยหรอ ผู้เขียนต้องขอหาสถานที่สักแห่ง เพื่อลอกเปลือกที่หนาออกเสียบ้าง... 

สถานที่ใดก็ตาม สำหรับผู้ที่เคยปฏิบัติธรรมมาแล้ว อย่าคาดหวังผลที่จะได้จากภายนอก ส่วนใหญ่เป็นการสอนสมถะ กำหนดรู้ ปฏิบัติในรูปแบบ สุดท้ายขอให้พึ่งตนเอง เห็นไตรลักษณ์ด้วยปัญญา โดยใช้โยนิโสมนสิการตนเอง แล้วย้อนกลับมาดูว่ากิเลสลดลงไหม ไม่มีที่ไหนหรือใครแก้ปัญหาภายในให้เราได้ถ้าเราไม่มีความเพียรอย่างต่อเนื่อง

บันทึกนี้ต่อเนื่องจากบันทึก "ปฏิบัติธรรมที่ไหนดี" เป็นการเล่าเรื่องการใช้ชีวิตของผู้เข้ามาปฏิบัติธรรมในที่แห่งนี้ 

1. ลงทะเบียนด้วยตนเอง ชั้น 4 หอฉัน และบริจาคตามศรัทธาและกำลังทรัพย์

2. เลือกมุมกางมุ้งสำหรับนอนที่ชั้น 3 หอฉัน อากาศร้อนพอสมควร เอาพัดลมตัวเล็กมาด้วยก็ช่วยให้หลับสนิทลงได้ 

                                         สำหรับผู้เขียน นอนมุ้งนี้ 

3.  อาหารเช้า กลางวัน (ก่อนเพล) มังสวิรัติมีไว้บริการฟรี เข้าแถวตักอาหารมาวางไว้บนโต๊ะ รอสวดมนต์พร้อมกันก่อนรับประทานอาหาร

อาหารจานนี้ ของผู้เขียน

4.  น้ำปานะสำหรับผู้ปฏิบัติธรรม ในระหว่างการปฏิบัติ และช่วงเย็นที่งดการรับประทานอาหาร

บริจาคตามศรัทธาและกำลังทรัพย์เช่นเดียวกัน ไม่บริจาคก็ทานฟรี

5.  ฟังธรรม ปฏิบัติธรรม 

ชีวิตตลอด 5 วัน 4 คืน วนเวียนอยู่เท่านี้ เวลาส่วนใหญ่มีไว้สำหรับการปฏิบัติธรรมด้วยตนเองเป็นหลัก ครูบาอาจารย์แนะนำบ้าง ท่านใดมีครูอาจารย์ที่เคารพนับถือ มีหลักการปฏิบัติธรรมจากที่ใดมาแล้ว ท่านก็ปฏิบัติธรรมตามแนวทางของท่านไป ต้นทาง กลางทางอาจจะต่างกันไป ปลายทางเดียวกันคือสิ่งสำคัญที่สุด... ผู้เขียนแนะนำมาตั้งแต่บันทึกแรกจนถึงบันทึกนี้ ไม่ได้บอกว่าที่ไหนดีกว่ากันในเรื่องการสอนวิธีปฏิบัติธรรม เพราะที่ไหนๆ ก็ไม่สำคัญเท่ากับ "ที่ใจ" ของท่านเอง การถูกกับจริตของท่านหรือไม่ อย่างไร ... สาระสำคัญที่ผู้เขียนเสนอแนะคือสถานที่ปฏิบัติที่สัปปายะพอประมาณ ปลอดภัย สะดวกในการพักอาศัย การทานอาหาร การดูแลตนเองขั้นพื้นฐานโดยไม่ต้องพึ่งผู้อื่น ... เรารู้วิธีดีดสีตีเป่าเครื่องดนตรีแล้ว แค่หาที่แสดงก็เท่านั้นเอง

การมาครั้งนี้ของผู้เขียน ทำให้เห็นผู้สูงอายุ ในที่นี้หมายถึงวัย 60 ปี ขึ้นไป ส่วนใหญ่ป้า ๆ มาปฏิบัติธรรมกันมาก พระอาจารย์ที่สนทนากับผู้เขียนตอนต้น กล่าวว่าที่นี่มีแฟนคลับมากันเยอะ... จริงอย่างท่านว่า ช่วงพักเบรค ป้า ๆ จับกลุ่มสนทนาธรรมกัน หรือว่าสนทนากันเรื่องอื่นๆ ก็ไม่ทราบได้ ...เพียงขอให้เราฉุกคิดในฐานะที่เป็นลูกหลาน ให้นึกถึงว่าสถานที่พักพิงส่วนใหญ่ของคนชรา อาจไม่ใช่บ้านพักคนชราบางแค แต่คือสถานปฏิบัติธรรม พักพิงใจ... และต่อไป เราท่านเมื่อเข้าสู่วัยนี้ อาจได้มาเจอกันที่นี่ ... มาสนทนาธรรมกัน

ขอบคุณ คนข้างกายที่เป็นตากล้องถ่ายรูปให้ โดยไม่รบกวนผู้ปฏิบัติธรรม ผู้เขียนเพียงบอกว่าอยากได้ภาพมาถ่ายทอดเรื่องเล่าให้ผู้สนใจมาปฏิบัติธรรมได้รับทราบเป็นทางเลือกหนึ่ง เขาก็จัดให้ตามคำเรียกร้อง ผู้เขียนจึงมีเรื่องราวและภาพประกอบเพื่อให้เห็นวิถีหนึ่ง...วิถีธรรม

ขออนุโมทนาบุญแด่ท่านผู้ใฝ่ในธรรม