ตอนที่ 146 เสียงจากคนชายขอบ

ตอนที่ 146  เสียงจากคนชายขอบ

       วันก่อนเรานั่งคุยกับโยมวราภรณ์เรื่องการใช้ปัญญาแก้ปัญหา โยมพูดให้ฟังว่าคนไทยมาทำงานแคชเชียร์ในเมกา เครื่องเกิดติดขัดลูกค้ามารอจ่ายเงินยาวเยียด เธอบอกว่าเครื่องไม่ทำงานคนก็พลอยไม่ทำงานไปด้วย ชึ่งที่จริงปากกากับกระดาษก็สามารถแก้ปัญหาได้ หรือไม่ก็เครื่องโทรศัพท์มือถือก็สามารถคิดราคารวมค่าแฟกให้ลูกค้าได้ เขาบอกว่าทำไม่เป็น

           มาวันนี้ได้อ่านคอมเมนต์ของคุณธานินทร์ สอนวิชา ต่อบทความเรื่องคำขวัญวันแม่ที่เสนอไปเมื่อวันที่ผ่านมาว่า"ทุกวันนี้เราเสียเงินกับระบบศึกษาสูงที่สุดในโลก แต่คุณภาพตำ่สุด การศึกษาเราเอาฝรั่งมาทั้งดุ้นเลย คือเรียนเพื่อไปทำงานแลกเงิน แล้วจะทำอะไรต้องเอาเงินซื้อ จะกินส้มตำสักจาน ต้องส่งคนในบ้านไปทำงาน กทม พอครบเดือนจึงได้ส่งเงินกลับมาซื้อส้มตำ วัตถุดิบที่เราทำก็กินไม่ได้ต้องส่งขายราคาถูกให้คนกทม กินก่อน แปรูปก่อน จึงส่งกลับมาให้คนที่บ้านกินโดยการซื้อ" 

       เราได้ฟังแล้วรู้สึกไม่สบายใจการศึกษาไทยมันทำให้วิธีคิดของคนชนบทเปลี่ยนไปขนาดนี้เชียวหรือ ทั้งที่สถิติการจบการศึกษาระดับปริญญาเต็มบ้านเต็มเมือง เทคโนโลยีเครื่องมือสื่อสารมันก้าวไกลไปมาก งบประมาณของรัฐที่ส่งผ่านสถาบันการศึกษาในท้องถิ่นเองก็มาก ทั้งงบดูงานผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง งบทัศนศึกษาของนักเรียนแสดงว่ามันไม่ได้ช่วยให้เด็กคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็นเลยหรือ

          ถ้ามีโอกาสอยากจะเสนอนักการศึกษาว่าเรามีมหาวิทยาลัยสงฆ์ผลิตผู้นำทางจิตวิญญาณปีละมากมายน่าจะมีโควต้าเปิดกรอบตำแหน่งให้ครูพระสอนศาสนาในเครื่องแบบได้เข้าบรรจุเป็นอาจารย์ประจำตามมหาวิทยาลัยทั้งของรัฐและเอกชนเพื่อทำหน้าที่เป็นผู้นำทางจิตวิญาณ ช่วยในการสอนวิธีคิดควบคู่ไปกับวิชาการที่มีอยู่แล้วอย่างน้อยก็น่าจะเป็นตะเกียงส่องทางที่จะทำให้เดินไปสู่อุดมคติของชีวิตอย่างมีความสูขตามหลักพุทธศาสนาได้อย่างแท้จริงเช้านี้สวัสดี

อ.ขาว

Sunday August 12,2017

08:53 am

       

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึก..คนทุ่งกุลาเหยียบเมกา



ความเห็น (0)