วัยรุ่นไทยห่างไกลยาเสพติด

วัยรุ่นไทย ห่างไกลยาเสพติด

บทคัดย่อ
โครงงานคอมพิวเตอร์ พัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา เรื่อง วัยรุ่นไทยห่างไกลยาเสพติด จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ 1.เพื่อให้รู้วิธีป้องกันและหลีกเลี่ยงให้ห่างไกลจากยาเสพติด 2. เพื่อส่งเสริมให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติด 3.เพื่อให้รู้โทษภัยและอันตรายจากยาเสพติด การพัฒนาเว็บไซต์ใช้โปรแกรม Microsoft Word 2010
ผลการพัฒนาเว็บไซต์เพื่อการศึกษา เรื่อง วัยรุ่นไทยห่างไกลยาเสพติด ในเว็บไซต์ประกอบด้วย ข้อมูลของยาเสพติด โทษของยาเสพติด และ ลักษณะผู้ติดยาเสพติด ทำให้ได้เว็บบล็อกเรื่องวัยรุ่นไทยห่างไกลยาเสพติด เป็นสื่อทางการศึกษาผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตซึ่งทำให้เกิดประโยชน์กับบุคคลที่สนใจทั่วไป ส่งเสริมให้วัยรุ่นรู้จักวิธีป้องกันและโทษของยาเสพติดมากขึ้น


บทที่ 1
บทนำ

ที่มาและความสำคัญ
ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญประการหนึ่งของประเทศ ซึ่งบ่อนทำลายทรัพยากรและความมั่นคงของประเทศชาติและสังคมเป็นอย่างมาก ได้มีการดำเนินงานในทุกวิถีทางที่จะป้องกันและปราบปามมิให้มีการเสพ การซื้อขาย และการผลิตยาเสพติด แต่เนื่องจากปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาใหม่ที่มีความยุ่งยากและสลับซับซ้อต่อการดำเนินการ และไม่ได้มีแต่ประเทศไทยแห่งเดียวเท่านั้น ประเทศอื่นๆก็มีการเสพ การซื้อขาย และการผลิตยาเสพติดอยู่ตลอดเวลา
วัตถุประสงค์ที่ศึกษา

1.เพื่อให้รู้วิธีป้องกันและหลีกเลี่ยงให้ห่างไกลจากยาเสพติด
2. เพื่อส่งเสริมให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติด
3.เพื่อให้รู้โทษภัยและอันตรายจากยาเสพติด



ขอบเขตการศึกษา
- ศึกษาเฉพาะเรื่องยาเสพติด

ขั้นตอนการดำเนินงาน

1.คิดหัวข้อโครงงงานเพื่อนำเสนอคุณครูที่ปรึกษา
2.ศึกษาค้นคว้ารวบรวมข้อมูล
3.จัดทำโครงร่าง
4.ศึกษาหาข้อมูลการทำเว็บบล็อก
5.ออกแบบสร้างเว็บบล็อก และจัดทำโครงงาน
6.เผยแพร่โครงงานในเว็บบล็อกสรุปรายงานและทำเป็นรูปเล่ม


ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1.ได้รับความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาเว็บบล็อก
2.ให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติด
3.ให้ความรู้เกี่ยวกับวัยรุ่นเรื่องโทษภัยและอันตรายจากยาเสพติด

บทที่ 2
ประวัติของยาเสพติด

ยาหรือสารที่ถูกนำมาใช้อย่างผิด ๆ หรือเสพติดมีใช้กันมานาน ตั้งแต่มนุษย์เริ่มค้นพบพืชซึ่งเมื่อเสพเข้าไปแล้วทำให้ ระดับความรู้สึกตัวเปลี่ยนแปลงไป ในสมัยโบราณยาหรือสารเหล่านี้มักจะใช้ในพิธีทางศาสนา เช่น ผู้ทำพิธีทางศาสนา ของชาวอินเดียแดงในอเมริกากลาง ใช้ต้นไม้จำพวกกระบองเพชรซึ่งมีสารหลอนประสาท ทำให้เกิดอาการประสาทหลอนเห็นภาพต่าง ๆและเข้าใจว่าตนสามารถติดต่อกับวิญญาณหรือเทพเจ้าได้ ชาวอินเดียนแดงเผ่าอินคา (Incas) ในอเมริกาใต้เคี้ยวใบโคคา (COCA) ซึ่งมีโคเคน โดยถือว่าเป็นของขวัญที่พระเจ้าประทานให้ แต่แรกใบโคคานี้ใช้เฉพาะในหมู่พวกกษัตริย์ของเผ่า แต่ต่อมาเมื่อประเทศสเปนเข้าครอบครองชนเหล่านี้ ใบโคคาก็ถูกนำมาใช้ในหมู่ชาวอินเดียนแดงทั่วไปเพื่อช่วยให้พวกเขามีกำลังทำงานหนักรับใช้ชาวสเปนได้ เมื่อวิทยาศาสตร์เจริญก้าวหน้าขึ้นยาหรือสารเสพติดก็เพิ่มปริมาณและชนิดขึ้น และมีการนำมาใช้อย่างผิด ๆ หรือเสพติดกันมาก ตัวอย่างเช่น ฝิ่น เป็นที่รู้จักและจำหน่ายมาตั้งแต่สมัยก่อนคริสตกาลโดยชาวเมโสโปเตเมีย
(๕,๐๐๐ ปีก่อนคริสตศักราช) และแพร่หลายและรักษาโรคบางอย่าง เช่น โรคบิด โรคติดสุรา ฯลฯ ได้ นานทีเดียวกว่าอังกฤษจะรู้ฤทธิ์ในการเสพติดของฝิ่น และเมื่อนั้นฝิ่นก็ถูกนำไปใช้เพื่อการเสพติด โดยอังกฤษพยายามนำเอาไปแพร่ ในเมืองจีนเพื่อให้ชาวจีนติดฝิ่น และตนเองผูกการค้าฝิ่นแต่ผู้เดียว จนกระทั่งเกิดสงคราม ฝิ่นกับประเทศจีนในปี ค.ศ.๑๘๓๙ - ๑๘๔๒

ความหมายของยาเสพติดให้โทษ

พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.๒๕๒๒ กำหนดความหมายของคำว่า ยาเสพติดให้โทษ ไว้ดังนี้ คือ สารเคมีหรือวัตถุชนิดใด ๆ ซึ่งเมื่อเสพเข้าสู่ร่างกายไม่ว่าจะโดยวิธี รับประทาน ดม สูบ หรือด้วยวิธีการใด ๆ แล้วทำให้เกิดผลต่อร่างกายและจิตใจในลักษณะสำคัญ เช่น
ประเภทกดประสาท ได้แก่ ฝิ่น มอร์ฟีน เฮโรอีน ยานอนหลับ ยาระงับประสาท ยากล่อมประสาท เครื่องดื่มมึนเมา บาร์บิทูเรต ทุกชนิด รวมทั้ง สารระเหย เช่น ทินเนอร์ แล็กเกอร์ น้ำมันเบนซิน กาวเป็นต้น มักพบว่าผู้เสพติดมี ร่างกายซูบซีด ผอมเหลือง อ่อนเพลีย ฟุ้งซ่าน อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย
ประเภทกระตุ้นประสาท ได้แก่ยาบ้า ยาไอซ์ ยาอี กระท่อม โคเคน เครื่องดื่มคาเฟอีน มักพบว่าผู้เสพติด จะมีอาการ หงุดหงิด กระวนกระวาย จิตสับสน หวาดระแวง บางครั้งมีอาการคลุ้มคลั่ง หรือทำในสิ่งที่คนปกติ ไม่กล้าทำ เช่น ทำร้ายตนเอง หรือฆ่าผู้อื่น เป็นต้น
ประเภทหลอนประสาท ได้แก่ แอลเอสดี เห็ดขี้ควาย ดี.เอ็ม.ที.และ ยาเค เป็นต้น ผู้เสพติดจะมีอาการประสาทหลอน ฝันเฟื่อง หูแว่ว ได้ยินเสียงประหลาดหรือเห็นภาพหลอนที่น่าเกลียดน่ากลัว ควบคุมตนเองไม่ได้ ในที่สุดมักป่วยเป็นโรคจิต
ประเภทออกฤทธิ์ผสมผสาน คือทั้งกระตุ้นกดและหลอนประสาทร่วมกัน ผู้เสพติดมักมี อาการหวาดระแวง ความคิดสับสน เห็นภาพลวงตา หูแว่ว ควบคุมตนเองไม่ได้และป่วยเป็นโรคจิตได้แก่ กัญชา
จำแนกตามแหล่งที่มา
จากธรรมชาติ เช่น ฝิ่น มอร์ฟีน กระท่อม กัญชา ฯลฯ
จากการสังเคราะห์ เช่น เฮโรอีน แอมเฟตามีน ยาอี เอ็คตาซี ฯลฯ

สาเหตุของการติดสารเสพติด

ความอยากรู้อยากลอง ด้วยความคึกคะนอง เป็นส่วนใหญ่
เพื่อนชวน หรือต้องการให้เป็นที่ยอมรับจากกลุ่มเพื่อน
มีความเชื่อในทางที่ผิด เช่น เชื่อว่ายาเสพติดบางชนิด อาจช่วยให้สบายใจ ลืมความทุกข์ หรือช่วยให้ทำงานได้มากๆ
ขาดความระมัดระวังในการใช้ยา เพราะคุณสมบัติของยา บางชนิดอาจทำให้ผู้ใช้ยาเกิดการเสพติดได้โดยไม่รู้ตัว หากใช้ยาอย่างพร่ำเพรื่อ หรือใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน โดยขาดการแนะนำจากแพทย์ หรือเภสัชกร
สภาพแวดล้อม ถิ่นที่อยู่อาศัย มีการค้ายาเสพติด หรือมี ผู้ติดยาเสพติด
ถูกหลอกให้ใช้ยาเสพติดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
เพื่อหนีปัญหา เมื่อมีปัญหาแล้วไม่สามารถแก้ปัญหาให้กับตัวเองได้
อาจติดจากการเล่นการพนัน หรือ เกม

ข้อสังเกตของการติดสารเสพติด

ร่างกายทรุดโทรม ซูบผอม
อารมณ์ฉุนเฉียว หรือเงียบขรึมผิดปกติ จึงมักพบผู้เสพติดชอบทะเลาะวิวาทหรือทำร้ายผู้อื่นหรือในทางกลับกัน บางคนอาจชอบแยกตัว อยู่คนเดียวและหนีออกจากพรรคพวกเพื่อนฝูง
ถ้าผู้เสพเป็นนักเรียน มักพบว่า ผลการเรียนแย่ลง ถ้าเป็นคน ทำงาน มักพบว่าประสิทธิภาพในการทำงานลดลงหรือไม่ยอมทำงานเลย
ใส่เสื้อแขนยาวตลอดเวลา เพื่อปกปิดรอยเข็มที่ฉีดยาตรงท้องแขนด้านใน หรือรอยกรีดตรงต้นแขนด้านใน
ติดต่อกับเพื่อนแปลกๆใหม่ๆซึ่งมีพฤติกรรมผิดปกติ
ขอเงินจากผู้ปกครองเพิ่ม หรือยืมเงินจากเพื่อนฝูงเสมอเพื่อนำไปซื้อยาเสพติด
ขโมย ปล้น ฉกชิง วิ่งราว เพื่อหาเงินไปซื้อยาเสพติด
ผู้ติดยาเสพติดบางชนิด เช่น เฮโรอีน จะมีอาการอยากยาบางคนจะมีอาการรุนแรงถึงขั้นลงแดง

การป้องการยาเสพติด

1.ป้องกันตนเอง ไม่ทดลองยาเสพติดทุกชนิด และพยายามปลีกตัวออกห่างจากบุคคลหรือกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ถ้ามีปัญหาหรือไม่สบายใจ อย่าเก็บไว้คนเดียว ควรปรึกษาพ่อแม่ ครู ผู้ใหญ่ ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เช่น อ่านหนังสือ เล่นกีฬาหรือทำงานอดิเรกต่าง ๆ ตามความสนใจและความถนัด ระมัดระวังในการใช้ยาต่าง ๆ และศึกษาให้เข้าใจถึงโทษภัยของยาเสพติด

2.ป้องกันครอบครัว ควรสอดส่องดูแลเด็ก และบุคคลในครอบครัวอย่าให้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด อบรมสั่งสอนให้รู้ถึงโทษภัยของยาเสพติด ดูแลเรื่องการคบเพื่อน คอยส่งเสริมให้เขารู้จักการใช้เวลาในทางที่เป็นประโยชน์ เช่น การทำงานบ้าน เล่นกีฬา ฯลฯ เพื่อป้องกันมิให้เด็กหันเหไปสนใจในยาเสพติด สิ่งสำคัญก็คือทุกคนในครอบครัวควรสร้างความรัก ความเข้าใจ และความสัมพันธ์อันดีต่อกัน

3.ป้องกันชุมชน หากพบผู้ติดยาเสพติดควรช่วยเหลือแนะนำให้เข้ารับการบำบัดรักษาโดยเร็ว โดยกฎหมายจะยกเว้นโทษให้ผู้ที่สมัครเข้าขอรับการบำบัดรักษาอาการติดยาเสพติด ก่อนที่ความผิดจะปรากฏต่อเจ้าหน้าที่ และเมื่อรู้ว่าใครกระทำผิดฐานนำเข้าส่งออก หรือจำหน่ายยาเสพติด ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ศุลกากร หรือเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.)



บทที่ 3

วิธีการดำเนินโครงงาน

  3.1  โปรแกรมที่ใช้ในการทำโครงงานบทที่3

            3.1.1  โปรแกรม Microsoft Word 2010

            3.1.2   เว็บไซต์ที่ให้บริการคือ http://www.blogger.com/  

            3.1.3  เว็บไซต์ที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารคือ www.facebook.com  , www.gmail.comwww.google.com

 3.2 วิธีการดำเนินโครงงาน

สร้างเว็บบล็อก  (Blogger)

 

1.  เข้าไปที่ blogger จะเจอหน้าจอแบบนี้ ให้คลิกที่






บทที่ 4

ผลการดำเนินงาน

4.1) ผลการดำเนินงาน

คณะผู้จัดทำสามารถดำเนินการได้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีโดยการวางแผนวิธีดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอน และมีการนำเทคโนโลยีทางคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตมาใช้ในการทำโครงงาน เช่น

1.การรวบรวมข้อมูล “ยาเสพติด” จากทางอินเตอร์เน็ต

2.การศึกษาวิธีการสร้างเว็บบล็อกเพื่อใช้เป็นสื่อในการเผยแพร่ความรู้เรื่อง “ยาเสพติด”จากทางอินเตอร์เน็ต



บทที่ 5

   สรุป อภิปรายและข้อเสนอแนะ

การจำทำโครงงานคอมพิวเตอร์ เรื่อง วัยรุ่นไทยห่างไกลยาเสพติด นี้สามารถสรุปผลการดำเนินโครงงาน และข้อเสนอแนะ ดังนี้

 วัตถุประสงค์ของโครงงาน

        1.เพื่อให้รู้วิธีป้องกันและหลีกเลี่ยงให้ห่างไกลจากยาเสพติด

        2.  เพื่อส่งเสริมให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติด

        3.เพื่อให้รู้โทษภัยและอันตรายจากยาเสพติด

  วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ โปรแกรมที่ใช้ในการพัฒนา  

            1 โปรแกรม Microsoft Word 2007

           2.  เว็บไซต์ที่ให้บริการคือ www.gotoknow.org

            3.   เว็บไซต์ที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารคือ www.facebook.com  , www.gmail.comwww.google.com

สรุปผลการดำเนินงานโครงงาน

     จากการดำเนินงานโครงงานคอมพิวเตอร์ การพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษาผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต       

 เรื่อง วัยรุ่นไทยห่างไกลยาเสพติด ในครั้งนี้สรุปผลการดำเนินงานได้ดังนี้

       ทำให้ได้เว็บบล็อกเรื่องวัยรุ่นไทยห่างไกลยาเสพติด เป็นสื่อทางการศึกษาผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตซึ่งทำให้เกิดประโยชน์กับบุคคลที่สนใจทั่วไป ส่งเสริมให้วัยรุ่นรู้จักวิธีป้องกันและโทษของยาเสพติดมากขึ้น

ข้อเสนอแนะ 

ควรมีการจัดทำเว็บเกี่ยวกับการรณรงค์ยาเสพติดกับวัยรุ่นมากยิ่งขึ้น

 ปัญหา อุปสรรค และแนวทางในการพัฒนา

        1.  เครื่องคอมพิวเตอร์ไม่เพียงพอกับการทำโครงงาน และบางครั้งอินเทอร์เน็ตมีปัญหา

        2.  สมาชิกในกลุ่มบางคนให้ความร่วมมือน้อยเพราะไม่ค่อยใส่ใจกับโครงงานนักจึงทำให้เสียเวลาและทำให้โครงงานเสร็จช้า

 

        3.ข้อมูลเกี่ยวกับยาเสพติดของแต่ละเว็บมีอย่างหลากหลาย ควรมีการวิเคราะห์ส่วนที่เป็นเนื้อหาที่สำคัญจิงๆ

 

บรรณาณุกรม

https://education.kapook.com/v...
http://www.mcp.ac.th/print_tex...

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน โครงงานวัยรุ่นห่างไกลยาเสพติด



ความเห็น (0)