ในวันนี้นะค่ะกลุ่มนักศึกษาได้เรียนรู้วิธีการทำน้ำสมุนไพรจาก ใบหม่อน และ ใบว่านรางจืด กันนะค่ะ โดยการเก็บใบหม่อนนั้นจะเก็บแต่ใบที่เขียวๆเพราะมันมีสารอาหารที่ดีกว่าใบที่เหลืองอ่อนๆค่ะและการเก็บนั้นจะเก็บใบที่ไม่อ่อนและไม่แก่เกินไปค่ะ เราจะเลือกเก็บใบหม่อนที่ไม่แก่มากไปแล้วก็จะเหลือยอดๆไว้สัก 3 ใบค่ะ พอเก็บใบหม่อนใส่ตะกร้าเสร็จนะค่ะเราก็จะไปเก็บใบว่านรางจืดกันต่อนะค่ะโดยการเก็บใบว่านรางจืดนั้นเราก็จะเก็บใบที่ใหญ่ๆเขียวๆเพราะมีสรรพคุณที่ดีค่ะ พอเก็บเสร็จแล้วเราก็จะนำใบหม่อนและใบว่างรางจืดไปล้างน้ำสะอาดแล้วก็นำไปใส่ตะกร้าเพื่อที่จะให้น้ำที่เปียกจากการล้างหยดให้หมดและจากนั้นเราก็นำใบหม่อนและใบว่านรางจืดไปซอยเป็นชิ้นเล็กๆพอซอยเสร็จเราก็จะไปผึ่งแดดอ่อนๆเพื่อที่จะให้สรรพคุณยังคงเดิม โดยการผึ่งแดดนั้นเราจะผึ่งกัน 9 โมงเพราะถ้าเลย 9 โมงไปแล้วความร้อนจากแดดจะทำลายคลอโรฟิลของใบหม่อนและใบว่านรางจืด พอทำทั้งสองอย่างนี้เสร็จแล้วเราก็จะมาทำการล้างใบเตยหอมแล้วนำไปซอยเหมือนกับใบหม่อนและใบว่านรางจืดพอซอยเสร็จเราก็นำไปผึ่งแดดเหมือนกันนะค่ะ
สรรพคุณของใบหม่อน
1.เป็นยาระงับประสาท
2.ต้านอนุมูลอิสระ
3.ช่วยบำรุงหัวใจ
4.ช่วยแก้อาการปวดหัว
5.ช่วยขับเหงื่อหรือสารพิษออกจากร่างกาย
6.เป็นยาแก้ไข แก้ไอ และอื่นๆ
สรรพคุณของใบว่านรางจืด
1.ใช้เป็นยาพอกบาดแผลจากไฟไหม้ น้ำร้อนลวก
2.ช่วยบรรเทาอาการแพ้ต่างๆ
3.ช่วยแก้พิษจากสัตว์มีพิษได้
4.ช่วยถอนพิษจากยาพิษต่าง
5.ช่วยควบคุมน้ำตาลในเลือด ควบคุมเบาหวานและความดัน
6.มีฤทธิ์ต่อต้านมะเร็งและต้าอนุมูลอิสระ
อันนี้ก็จะเป็นการเก็บใบหม่อนนะค่ะ
อันนี้ก็จะเป็นใบหม่อนที่เก็บเสร็จแล้วนะค่ะ
อันนี้ก็จะเป็นการเก็บใบว่านรางจืดกันนะค่ะ
ส่วนรูปนี้ก็จะเป็นใบว่านรางจืดที่เก็บใส่ตะกร้าแล้วนะค่ะ
รูปนี้ก็จะเป็นการล้างใบหม่อนและใบว่านรางจืดนะค่ะ
รูปนี้ก็จะเป็นหั่นและซอยใบหม่อนกันนะค่ะ
รูปนี้จะเป็นการหั่นหรือซอยใบว่านรางจืดและใบเตยกันนะค่ะ
พอซอยครั้งสามอย่างเสร็จนะค่ะก็จะนำมาผึ่งแดอ่อนๆค่ะ
ส่วนรูปนี้นะค่ะก็จะเป็นคุณป้ากรองทิพย์นะค่ะที่คุณป้ามาช่วยพวกเราหั่นหรือซอบใบเตยกันค่ะ








