ใจยอมรับ


เคล็ดลับอันหนึ่งที่ข้าพเจ้ามองเห็น เป็นข้อสังเกตุที่ทำให้ท่านอยู่ได้โดยไม่เครียด ไม่ทุกข์ ก็คือท่านยอมรับความจริง ยอมรับชีวิตในปัจจุบัน เราเป็นแล้ว เราลุกไม่ขึ้นแล้ว เราต้องรอความช่วยเหลือจากคนอื่นแล้ว

ข้าพเจ้ารู้จักพระบุญศรีมาตั้งแต่ปี2547 ไปเจอกันที่ตึกสงฆ์รพ.จุฬาฯ ตอนนั้นข้าพเจ้าไปผ่าตัดระบบทางเดินอาหาร ส่วนท่านไปตรวจร่างกายทั่วไป พระบุญศรีมาโรงพยาบาลเป็นประจำเนื่องจากท่านเป็นอัมพาตทั้งตัว ขยับได้เฉพาะส่วนศรีษะ เดี๋ยวเป็นโน่นเดี๋ยวเป็นนี่ ต้องมีนัดกับหมอตลอดเวลา

ตอนนั้นข้าพเจ้าได้บอกบุญญาติโยมซื้อหมอน และเครื่องช่วยอื่นๆให้ท่าน จากนั้นก็แยกย้ายกันไป ต่อมาไม่นานท่านก็ติดต่อมาอีก เหมือนกับว่าท่านต้องการความช่วยเหลือ

ท่านเล่าให้ฟังว่า ท่านเกิดปี พ.ศ.2503 ท่านตั้งใจบวชให้แม่ในปี2534 พอบวชได้2เดือนก็ยกแขนไม่ขึ้น จึงไปหาหมอที่รพ.แห่งหนึ่ง(ขอสงวนชื่อรพ.) หมอผ่าตัดที่ท้ายทอย พอฟื้นขึ้นมาก็ขยับตัวไม่ได้นับแต่วันนั้นเป็นต้นมา ทางโรงพยาบาลก็ได้ช่วยเหลือจนถึงที่สุดแล้วก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ท่านจึงทำใจยอมรับกลับไปอยู่วัดที่อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา

นับเป็นเวลาสิบกว่าปีมาแล้วที่ข้าพเจ้า เพื่อนๆและญาติได้ส่งปัจจัย และสิ่งของที่ท่านต้องการไปให้ท่านทุกเดือนตามกำลัง และบางทีก็จะไปเยี่ยมท่านบ้าง

เมื่อได้พูดคุยกับพระบุญศรี สิ่งหนึ่งที่ข้าพเจ้าแปลกใจก็คือ แม้ว่าท่านจะเป็นคนไข้นอนติดเตียง ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ โยมแม่ของท่านได้ดูแลท่านจนชราภาพและเสียชีวิตไปหลายปีก่อน ญาติๆได้ดูแลกันต่อๆมา บางคนเบื่อจนทนไม่ไหวก็หนีไป คนอื่นก็ดูแลกันต่อ จ้างคนดูแลบ้างก็มี แต่ถึงกระนั้นท่านก็ดูหน้าตาสดใส มีกำลังใจที่จะมีชีวิตอยู่ต่อ มีอยู่คนหนึ่งที่ดูแลท่านเล่าให้ฟังว่า “ท่านเหมือนคนนอนธรรมดา ไม่เจ็บไม่ป่วย ดูมีความสุข ไม่เป็นอะไรเลย”

หลายปีมาแล้วข้าพเจ้าเคยซื้อรถเข็นให้ท่านคันหนึ่ง ให้เพื่อนขับรถเอาไปให้ท่านที่อ.ปากช่อง ท่านดีใจมากให้พรมากมาย ต่อมาเพื่อนคนนั้นประสบปัญหาทางธุรกิจแล้วไม่บอกใคร ไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย พอไปเล่าให้ท่านฟังภายหลัง ท่านบอกว่า “เสียดาย เสียดาย โยมไม่น่าทำอย่างนั้นเลย ไม่น่าทำอย่างนั้นเลย น่าจะสู้ต่อ.....”

วันนี้หากใครรู้สึกท้อแท้ สิ้นหวัง หมดอาลัยตายอยากในชีวิต ขอให้นึกถึงพระบุญศรีไว้ ท่านนอนมา20กว่าปี ลำบากกว่าเราเยอะ ไปโรงพยาบาลแต่ละทีก็แสนยาก แต่ท่านก็ยังมีกำลังใจที่จะรักษาตัวเอง ล่าสุดท่านบอกว่าท่านจะต้องไปหาหมออีกเพราะตาเริ่มเสื่อม ต่อมลูกหมากโต และอะไรๆอีกหลายอย่าง.......

เคล็ดลับอันหนึ่งที่ข้าพเจ้ามองเห็น เป็นข้อสังเกตุที่ทำให้ท่านอยู่ได้โดยไม่เครียด ไม่ทุกข์ ก็คือท่านยอมรับความจริง ยอมรับชีวิตในปัจจุบัน เราเป็นแล้ว เราลุกไม่ขึ้นแล้ว เราต้องรอความช่วยเหลือจากคนอื่นแล้ว

พอยอมรับได้ก็มีกำลังใจ มีปัญญาว่าจะหาทางออกอย่างไร ใครพอจะช่วยเหลือได้บ้าง และการยอมรับความจริงได้นี่เองคงเป็นเหตุทำให้ท่านได้เจอกับข้าพเจ้าเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว และช่วยเหลือกันมาถึงทุกวันนี้

หมายเลขบันทึก: 631861เขียนเมื่อ 29 กรกฎาคม 2017 19:35 น. ()แก้ไขเมื่อ 29 กรกฎาคม 2017 19:35 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี