เมื่อมีความ "เข้าใจ"....ก็ไม่ต้องใช้ความ "อดทน"

คุณแม่ดีดี

วันศุกร์ที่ผ่านมา แม่ดาวและลูกก็เดินทางกลับบ้านที่ต่างจังหวัด ก่อนถึงบ้าน ก็แวะตลาดนัดแถวบ้าน เพื่อซื้อของกินไปฝากตามปกติ ความผิดปกติ เกิดขึ้นเมื่อลูกเดินผ่านร้านของเล่น และเห็นของเล่นที่ถูกใจมาก ณ ขณะนี้ ซึ่งตนเองนั้นก็มีหลายอันอยู่ เร้าใจไปกว่านั้นคือ ราคาต่างกันราวฟ้ากับเหว สำรวจราคามาจากการเดินดู ส่องดูจากกูเกิ้ล ราคาประมาณ 400-600 บาท แต่ตลาดนัดบ้านเรานั้นขายอยู่ 120-150 บาท ราคากระชากใจเสียเหลือเกิน

+++  

ของที่ถูกตาต้องใจนั้น มี 2 ชิ้น เกิดอาการสองใจ อยากรวบหมด5555 อันนี้ก็ดี๊ดี อีกอันก็ได้ยินเพื่อนพูดถึงกันว่ามันเลิศ (แม่ค้าก็ขายเก่งมากค่ะ แกะให้ลองเล่นทุกชิ้นที่สนใจ เชียร์ขายสุดแรง อันนี้หายากแล้วนะคะ ถ้าไม่ซื้อเก็บจะหาไม่ได้แล้ว5555) แต่ด้วยจำนวนเงินมีจำกัด ราคาสินค้า 2 ชิ้นรวมกัน 270 บาท แต่เงินมี 200 บาท ไม่พอ ชายไม่ต่อราคาแม่ค้าเพราะขี้เกรงใจ หันมาขอเติมเงินที่แม่แทน5555 

+++

ลูก "แม่ครับขอเบิกเงินล่วงหน้าได้ไหม".

 แม่ "แม่เข้าใจนะว่าลูกอยากได้มาก ทั้งถูกใจและถูกกว่าที่ซื้อมาตั้งเยอะ แต่ลูกมีเยอะแล้วนะ แม่ไม่เห็นด้วยหากลูกจะตามใจตัวเองจนใช้เงินเกินตัว" (พูดด้วยรอยยิ้ม แสดงความเข้าใจ สะท้อนความรู้สึก และบอกความรู้สึกของเรา ไม่ห้ามไม่ให้ซื้อเลยเพราะเป็นสิทธิของเขา) 

ลูกเข้าใจ อาจมีบ่นๆ ระบายความรู้สึก ความคิดในใจออกมาเป็นคำพูด คือลูกแม่ดาวนั้น เขามักคิดนอกใจตลอดๆ5555 เป็นคนคิดออกเสียง เช่น "อันนี้มันก็ดีอ่ะแม่ อีกอันเพื่อนก็บอกว่าวันดีมากแข่งชนชนะตลอด ราคามันก็ถูกกว่ามากจริงๆ นะ ที่ดูมา............................." พูดตื้อเผื่อแม่จะใจอ่อน ซึ่งแม่นิ่ง เข้าใจ ไม่หงุดหงิด รอได้ สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจเลือกซื้อ 1 อันที่โดนใจกว่า  

+++

เมื่อมาถึงบ้านคุณยาย ลูกก็นึกได้ว่ายังมีเงินเก็บอีก 100 บาทอยู่ที่บ้านกทม. ก็พูดตื้อขอให้พาไปซื้ออีกอันในวันพรุ่งนี้ แม่ดาวยังคงหนักแน่นใจนิ่ง แสดงความเข้าใจ และบอกความรู้สึกของเราไป นำข้อคิดสะกิดใจมาพูด เรื่องความทุกข์ที่ไม่จำเป็น ตอนแรกเราก็เดินทางมามีความสุขกันอยู่ดี ๆ พอมาเจอของเล่น ก็โดนกิเลสเล่นงาน ทำให้ใจเป็นทุกข์ และทุกข์ทนซะด้วย ทุกข์ลากยาวตั้งแต่ร้านยันถึงบ้านยาย ผ่านไปหลายชั่วโมงก็ยังรู้สึกทุกข์ไม่หาย ความอยากนั้นไม่มีที่สิ้นสุด สะกิดให้ลูกดูใจตัวเอง แต่สติไม่ทำงานค่ะ ณ ขณะนั้น ความอยากครอบคลุมใจเต็มพื้นที่ 

+++

 ลูกเริ่มจากการบ่น จนบ่อน้ำตาล้น ความทุกข์ท่วมใจไหลออกตา ร้องไห้และคร่ำครวญ และก็มีเสียงเรียก "กินข้าวเย็นกัน" จากคุณยาย . 

แม่ "กินข้าวเย็นกันครับ คุณยายเรียกแล้ว". 

ลูก "ไม่กิน ถ้าแม่ไม่ให้ซื้อ ก็จะไม่กิน" พูดด้วยเสียงหงุดหงิดและงอแง. 

แม่ "ลูกยังเสียใจ และโกรธแม่ด้วยที่แม่ไม่ให้ซื้อ แม่รักลูกนะ ที่ไม่ตามใจ เพราะแม่มีเหตุผลลูกก็รู้ งั้นแม่ไปกินข้าวกับคุณยายก่อน ลูกพร้อมเมื่อไหร่ออกไปกินด้วยกันนะ แม่เชื่อว่าลูกจะเอาชนะกิเลสได้ครับ" 

กอดลูก และจุ๊บ 1 ทีที่หน้าผาก(สมองส่วนหน้าจะได้ทำงาน5555) หลังจากนั้นก็เดินออกจากห้อง มากินข้าว 

+++

 คุณยายเห็นว่าหลายชายสุดที่รักยังไม่ยอมมาทานข้าว ได้ยินเสียงโวยวาย ปนคร่ำครวญ ก็เลยถามว่าเกิดอะไรขึ้น พอได้ฟังเรื่องราว ก็ตะโกนบอกหลานไปว่า.

 ยาย   "มากินข้าวเถอะลูก เดี๋ยวยายซื้อให้เอง" 

 เป็นความรักความห่วงใยในแบบของยาย ซึ่งหลานรักคนนี้รู้จุดอ่อนตรงนี้ค่ะ5555 ปกติถ้าอยู่กันเองจะไม่โวยวายคร่ำครวญยาวนานขนาดนี้ และนี่เป็นอีกเรื่องที่แม่ดาวเข้าใจทั้งยายและลูกชายตัวเอง.ยายพูดซ้ำ 2 ครั้งประโยคเดิม หลานชายเดินออกมา น้ำตาแห้งเลย นั่งลงตรงวงข้าวข้าง ๆ แม่ พยายามสบตา แต่แม่ไม่มองหน้า มองจานข้าว (ตั้งใจเพิกเฉยต่อสิ่งที่เราไม่เห็นด้วยค่ะ5555) และเรียก. 

ลูก "แม่ครับ......แม่ครับ.......แม่" (แม่มิหันและไม่ตอบ)

เรียกอีกรอบพร้อมประโยคนี้. 

ลูก "แม่คราบ(เสียงสำนึก) มีศีลไม่ซื้อแล้ว"  

แม่ สบตา ยิ้มรับ กอดจุ๊บ "เยี่ยมเลยครับ ลูกเอาชนะกิเลสได้แล้ว แม่ภูมิใจในตัวลูกมากเลย"  

ลูก ยิ้มปากบาน "แม่ภูมิใจมากจริง ๆ เหรอ นี่มีศีลกว่าจะจัดการอารมณ์ตัวเองได้ตั้งนานนะ" คือเขารู้ตัวว่าเขาคร่ำครวญยาวนานกว่าปกติมาก 

แม่ "จริง ๆ ครับ แม่บอกแล้วไงว่าแม่เข้าใจ มีหลายเหตุที่ทำให้ลูกเกิดอาการทุกข์นานผิดปกติ"  

คุณยาย "เก่งมากเลยลูก รู้จักประหยัด มา ๆ กินข้าวกัน"(คุณยายปกติชมไม่ค่อยเป็น สมัยรุ่นแม่ดาวนี้ที่จำได้ไม่เคยได้ยินคำชมตัวเอง แต่จะได้ยินคำชมลูกคนอื่น5555)

+++

เรื่องราวก็จบลงด้วยดี อาจมีน้ำตา แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาในการพัฒนาตัวเองจริงไหม เมื่อวานลูกเพิ่งเล่าให้ฟังถึงเหตุผลในการตัดใจไม่ซื้อ 

1. แม่ให้พลังเขา กอดและจุ๊บ ส่งข้อความสั้น ๆ 

2. สงสารคุณยาย เขาเห็นคุณยายที่ต้องทำงานหนักมากมาตลอด คุณยายตื่นตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่โผล่ มาทำงานบ้าน ทำงานในไร่ กว่าจะเข้าบ้านก็พระอาทิตย์ตกลับขอบฟ้าไป บางทีตกไปนานแล้ว ก็ยังเปิดไฟทำงานต่อ  

3. น้องสาว(หลานแม่ดาว)ตัวน้อยวัย 2 ขวบ เดินเข้ามากอดและปลอบใจ  

+++ 

ฟังลูกเล่า แล้วก็ยิ่งเข้าใจมากยิ่งขึ้น รู้สึกภูมิใจและชื่นชมเขามากขึ้น บางเหตุผลที่เราที่เราก็คิดไม่ถึง แต่เราเข้าใจในระดับหนึ่งและวางใจว่าเขาจะทำได้ เหตุการณ์นี้ แม่ดาวไม่ได้ใช้ความรู้สึกอดทนเลยแม้แต่น้อย เพราะเข้าใจกิเลสของตัวเองจึงเข้าใจลูก เราเองก็เคยเป็นอาการใจดิ้น ก่อทุกข์ที่ไม่จำเป็นแบบนี้ ความอยากกระชากใจ5555 เมื่อเราเข้า ก็ไม่ต้องใช้ความอดทน 

+++ 

เรื่องนี้ได้รับการอนุญาตแล้วจากเจ้าตัวนะคะ แต่ขอสงวนสิทธิ์การเอ่ยชื่อของเล่นลูกบอกว่า ถ้าบอกชื่อของเล่นแล้วเขาจะไม่สบายใจ แต่คิดว่าน่าจะทายกันได้555555 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เลี้ยงลูกแบบแนวคิดบวก

คำสำคัญ (Tags)#ความเข้าใจ#โรงเรียนพ่อแม่#ความอดทน#เลี้ยงลูกเชิงบวก

หมายเลขบันทึก: 631159, เขียน: 17 Jul 2017 @ 10:35 (), แก้ไข: 18 Jul 2017 @ 07:37 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, ดอกไม้: 1, อ่าน: คลิก


ความเห็น (0)