คำพูดสำคัญไฉน

ถวิล
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

คำพูดสำคัญไฉน

ดร. ถวิล  อรัญเวศ

รอง ผอ.สพป.นครราชสีมา เขต 4

      บทกลอน สุภาษิต คำพังเพย นิทานชาดกและนิทานปรัมปราหลายเรื่อง สะท้อนให้เห็นว่า คำพูด หรือการพูดาจา นั้น สามารถจะทำให้การดำเนินงานประสบความสำเร็จ คนที่มีทักษะในการพูด มีวาทศิลป์ หรือการนำเสนองาน ถือว่ามีชัยไปแล้วกว่าครึ่ง เพราะฉะนั้น ในการทำสงครามหรือกิจการในระหว่างประเทศ เขาจึงมีนักการทูตไว้เจรจา เพราะเชื่อว่า จะต่อสู้กันด้วยอาวุธหรือพละกำลังเพียงอย่างเดียว ก็คงยากที่จะประสบความสำเร็จได้ มีแต่ทรัพยากรบุคคลจะสูญเสียหรือตายเปล่าเท่านั้น

     คำโบราณก็ให้การยอมรับเรื่องนี้ เช่น “ปากเป็นเอก เลขเป็นโท หนังสือเป็นตรี แต่ชั่วดี

เป็นตรา”  พูดไปสองไพเบี้ยนิ่งเสียตำลึงทอง ปลาหมอ ตายเพราะปาก ฯลฯ

     สุนทรภู่ กวีเอกของโลก ก็ได้ประพันธ์คำกลอนความสำคัญของการพูดไว้ว่า

 

    "ถึงบางพูด พูดดี เป็นศรีศักดิ์   

    มีคนรัก รสถ้อย อร่อยจิต  

    แม้พูดชั่ว ตัวตาย ทำลายมิตร 

    จะชอบผิด ในมนุษย์ เพราะพูดจา"  

                                                   (จากนิราศภูเขาทอง ของสุนทรภู่)

       นึกถึงคำสอนที่พระ พ่อ แม่ หรือครูบาอาจารย์เคยสอนไว้ว่า

       “จะพูด จะจาอะไร คิดให้รอบคอบก่อน

        เพราะพูดแล้ว จะเอากลับมาไม่ได้

       จะพูดจาอะไร ให้เลือกสรรคำพูดที่ดี สุภาพ ไพเราะ

       พูดให้คนสบายใจ ดีกว่าทำให้คนทุกข์ใจ

      พูดให้ฟังสบายหู  ดูสบายตา พาสบายใจ

     เพราะคำพูดตามใจตามอารมณ์ของเรา

     จะส่งผลร้ายต่อจิตใจคนอื่น 

      พูดไปสองไพเบี้ยนิ่งเสียตำลึงทอง ปลาหมอ ตายเพราะปาก

      สำหรับนิทานชาดกเกี่ยวกับคำพูดก็มีหลายเรื่อง ขอยกอุทาหรณ์ เรื่อง “โคนันทวิศาล”

สมัยเรียนระดับประถมศึกษา มาแล้ว ดังนี้   

     สมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วันเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภการพูดเสียดแทงให้เจ็บใจของพวกภิกษุฉัพพัคคีย์ ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า...

      กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยของพระเจ้าคันธาระครองเมืองตักกศิลา แคว้นคันธาระ

พระโพธิสัตว์เกิดเป็นโคนามว่า “นันทิวิสาล” เป็นโคมีรูปร่างสวยงาม มีพละกำลังมาก มีพราหมณ์คนหนึ่งได้เลี้ยงและรักโคนั้นเหมือนลูกชาย โคนั้นคิดจะตอบแทนบุญคุณการเลี้ยงดูของพราหมณ์ในวันหนึ่ง ได้พูดกะพราหมณ์ว่า       "พ่อ จงไปท้าพนันกับโควินทกเศรษฐีว่า โคของเราสามารถลากเกวียนหนึ่งร้อยเล่ม ที่ผูกติดกันให้เคลื่อนไหวได้ พนันด้วยเงินหนึ่งพันกหาปณะเถิด"

      พราหมณ์ได้ไปที่บ้านเศรษฐีและตกลงกันตามนั้น นัดเดิมพันกันในวันรุ่งขึ้น ในวันเดิมพัน พราหมณ์ได้เทียมโคนันทิวิสาลเข้าที่เกวียนเล่มแรก เพื่อลากเกวียนหนึ่งร้อยเล่มผูกติดกันซึ่งบรรทุกทราย กรวดและหินเต็มลำ แล้วขึ้นไปนั่งบนเกวียน เงื้อปฏักขึ้นพร้อมกับตวาดว่า       "ไอ้โคโกง โคโง่ เจ้าจงลากเกวียนไปเดี๋ยวนี้"

     ฝ่ายโคนันทิวิสาลเมื่อได้ยินพราหมณ์พูดเช่นนั้น ก็คิดน้อยใจว่า       "พราหมณ์เรียกเราผู้ไม่โกง ว่าโกง ผู้ไม่โง่ ว่าโง่"

จึงยืนนิ่งไม่เคลื่อนไหว โควินทกเศรษฐีจึงเรียกให้พราหมณ์นำเงินหนึ่งพันกหาปณะมาให้แล้วกลับบ้าน

      ฝ่ายพราหมณ์ผู้แพ้พนันเงินหนึ่งพันกหาปณะ ปลดโคแล้วก็เข้าไปนอนเศร้าโศกเสียใจอยู่ในบ้าน ส่วนโคนันทิวิสาลเห็นพราหมณ์เศร้าโศกเสียใจเช่นนั้น จึงเข้าไปปลอบและกล่าวว่า       "พ่อ ฉันอยู่ในเรือนของท่านตลอดมา เคยทำภาชนะอะไรแตกไหม เคยเหยียบใครๆ เคยถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะในที่อันไม่ควรหรือไม่ เพราะเหตุใด ท่านจึงเรียกเราว่า โคโกง โคโง่ ครั้งนี้เป็นความผิดของท่านเอง ไม่ใช่ความผิดของฉัน บัดนี้ ขอให้ท่านไปเดิมพันกับโควินทกเศรษฐีใหม่ด้วยเงินสองพันกหาปณะ ขออย่างเดียว ท่านอย่าได้เรียกฉันว่า โคโกง โคโง่ ท่านจะได้ทรัพย์ตามที่ท่านปรารถนา ฉันจะไม่ทำให้ท่านเศร้าเสียใจ"

     พราหมณ์ได้ทำตามที่โคนันทิวิสาลบอก ในวันเดิมพัน พราหมณ์จึงพูดจากอ่อนหวานว่า     "นันทิวิสาลลูกรัก เจ้าจงลากเกวียนทั้งร้อยเล่มนี้ไปเถิด"

     โคนันทวิสาล ได้ฟังดังนั้น จึงได้ลากเกวียนร้อยเล่มที่ผูกติดกัน ด้วยการออกแรงลากเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ทำให้เกวียนเล่มสุดท้ายไปตั้งอยู่ที่เกวียนเล่มแรกอยู่ พราหมณ์จึงชนะพนันด้วยเงินสองพันกหาปณะ

    พระพุทธองค์เมื่อนำอดีตนิทานมาสาธกแล้วตรัสว่า       "ภิกษุทั้งหลาย ชื่อว่า คำหยาบ ไม่เป็นที่ชอบใจของใครๆ แม้กระทั่งสัตว์เดียรัจฉาน" แล้วได้ตรัสพระคาถาว่า       "บุคคลควรพูดแต่คำที่น่าพอใจเท่านั้น ไม่ควรพูดคำที่ไม่น่าพอใจในกาลใดๆ”

      เมื่อพราหมณ์พูดคำที่น่าพอใจ โคนันทิวิสาลได้ลากสัมภาระอันหนักได้ ทั้งยังทำให้พราหมณ์ผู้นั้นได้ทรัพย์อีกด้วย ส่วนตนเองก็เป็นผู้ปลื้มใจ เพราะการช่วยเหลือนั้นด้วย 

        สรุปได้ว่า การพูดทำให้สามารถชนะใจคนอื่นๆได้เพราะสรรพสิ่งในโลกนี้ ไม่มีอะไรจะผูกมัดใจคนได้เท่ากับคำพูด แม้จะมีเงินมากมายก่ายกองสักปานใด ถ้าพูดไม่ได้ใจแล้วไซร้ ก็เปล่าประโยชน์ และถึงแม้จะไม่มีเงิน แต่พูดดี ก็จะทำให้คนฟังมีใจเกินร้อยพร้อมจะคอยเป็นพันธมิตรสนับสนุนกิจการให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป

 

กลอนการพูด

     หากจะพูด หยุดคิด สักนิดหนึ่ง

คนฟังซึ้ง ทึ่งเรา พูดเข้าท่า

ปากเป็นศรี มีชัย ได้ราคา

สร้างศรัทธา พาที ดีกว่าใคร

     เป็นเจ้านาย ขายฝัน นั่นละเอียด

อย่าหยามเหยียด เสียดสี เป็นขี้ข้า

รู้ไม่จริง ยิ่งถอย ด้อยปัญญา

เอาแต่ด่า พาต่ำ ช้ำดวงใจ

     ปากเป็นเอก เลขเป็นโท โชว์นิสัย

เผยความนัย ให้รู้ ผู้ปราดเปรื่อง

หมั่นศึกษา หาไว้ ให้รุ่งเรือง

รู้ประเทือง เนืองนิตย์ คิดการณ์ไกล

     มีคารม คมคาย หลายแต้มต่อ

พูดด่าทอ ล่อแม่ แย่กันใหญ่

พูดมาคำ ซ้ำด่า น่าขับไป

คนดีไซร้ ไม่ทำ จำไว้นา

     พวกมุสา น่าชัง ยังอยากคบ

พวกประจบ สบคำ ทำหวานจ๋า

พอลับหลัง ขังขึง ขมึงตา

ดีต่อหน้า พาเสีย ละเหี่ยใจ

     อย่าคุยนาน การเมือง เรื่องงดเว้น

ขัดประเด็น เห็นต่าง อย่างเหยียดหยัน

แม้พี่น้อง ท้องเดียว เที่ยวฆ่าฟัน

ความสัมพันธ์ อันดี มีอันจม

     คุยต่างขั้ว กลัวว่า พาขัดแย้ง

อาจรุนแรง แบ่งข้าง ต่างคุยข่ม

ต่างความเชื่อ เมื่อสุด ฉุดอารมณ์

พูดแล้วล่ม ปมร้อน กร่อนสายใย

     รู้ขอโทษ โปรดเอ่ย เผยขึ้นก่อน

รู้โอนอ่อน ผ่อนรับ กลับยิ่งใหญ่ 

รู้ว่าผิด คิดต่อ ขออภัย

รู้จักให้ ได้มิตร จิตเมตตา

    



แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

 

http://www.dhammathai.org/chad...

http://www.kalyanamitra.org/th...20

https://vallop-magmee.blogspot...2012/05/blog-post_4332.html



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บทความทางวิชาการถวิล อรัญเวศ



ความเห็น (0)