821. Positive Deviance ที่ธกส.

ปีนี้ผมตัดสินใจแยกวิชา Positive Deviance (PD) ออกจาก Appreciative Inquiry มาเป็นเอกเทศ เริ่มเปิดสอนเป็นเอกเทศในวิชา Research Methodology ที่ MBA ม.ขอนแก่น .. Positive Deviance (PD) คืออะไร ผมเคยเขียนไว้ที่นี่ ....https://www.gotoknow.org/posts...

PD มีแนวคิดง่ายๆคือ ทุกๆ องค์กร ต้องมีใครสักคนแก้ปัญหาที่คนอื่นส่วนใหญ่แก้ไม่ได้เสมอ เราเพียงแต่หาคนนั้นให้เจอ แล้วไปถามเขา หรือให้เขาแก้ปัญหาให้  

เอาให้ชัดขึ้น เด็กๆ ถ้าเราไม่เก่งเลข ไกล้สอบแล้ว ... ชีวิตแย่แน่ เพราะโบ๋มากๆ ทำไง ...มีสี่ทางเลือกครับ

  1. สู้ต่อไปทาเคชิ .. 
  2. ถามคนที่โบ๋มากกว่าเรา
  3. ถามคนที่โบ๋เท่าเรา 
  4. ถามคนที่เก่งกว่า 

ทางเลือกแรก อับจนหนทางครับ หันไปหากลุ่มคนประเภทที่สอง และสามซึ่งเป็น 99% ของคนในชั้นเรียน ..

ถามเรียงตัวไปเลย... คุณว่าคุณจะเก่งขึ้นไหมครับ ...  ไม่ครับ 

แต่ถ้าคุณถามคนประเภทที่ 4 ที่มีเพียงน้อยนิด คุณเอาตัวรอดได้แน่นอน

คนประเภทที่ 4 นี่เองที่เราเรียนว่า PD เป็นคนไม่ปรกติของฝูงชน

สังเกตไหมครับ PD อยู่ในทุกชั้นเรียนที่คุณผ่านมา 

PD มีอยู่ในทุกที่ทำงาน 

ในท่ามกลางปัญหา มักมีคนมีปัญญาแก้ได้เสมอ

คุณเจอมากับตัวใช่ไหมครับ

เอาเป็นว่าถ้าคุณต้องการแก้ปัญหาที่ไม่ปรกติ คุณควรไปหาคนไม่ปรกติหรือคนปรกติ... คำตอบคือคนไม่ปรกติ จริงไหมครับ  

นี่คือ PD ที่ผมเอามาใช้คู่กับ AI ตั้งแต่เรียนปริญญาเอก...

ล่าสุดผมไปอบรมให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส) ครับ ...เรามีโจทย์หลายโจทย์  เราเอา KPI แต่ละตัวมาเล่นเลย ...ว่าถ้านึกถึง KPI ตัวนี้คุณนึกถึง PD คนไหน ...แล้วเขาทำอย่างไรจึงสำเร็จ ..  

มีโจทย์หนึ่งครับที่เราเล่น เราเล่นเรื่องปัญหาชุมชน...เพราะธกส. เป็นธนาคารที่เน้นการพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็งด้วย 

เลยให้รวมกลุ่มประมาณ 5 คน จากนั้นให้หาปัญหาชุมชน และ PD 

มีกลุ่มหนึ่งเล่าว่าเจอปัญหาว่า

“มีชาวบ้านต้องติดหนี้นอกระบบ หรือชำระคืนไม่ได้ เหตุเพราะต้องเอาเงินไปจ่ายค่าสังคมในชุมชน บางคนจัดงานแต่ง งานบวชก็ต้องอลัง ลางคนรวยก็ไม่มีปัญหา แต่ชาวบ้านบางคนเกิดพฤติกรรมเลียนแบบ ที่สุดชัดหน้าไม่ถึงหลังหาเงินมาจ่ายไม่ได้ ที่สุดก็เช้าไปสู่วงจรอุบาทของหนี้นอกระบบ”

นี่คือปัญหา

แล้ว PD ล่ะ มีข้อยกเว้นไหม มีชุมชนหรือชาวบ้านคนไหน จัดการเรื่องนี้ได้ดี

มีผู้การธกส. ท่านหนึ่งเล่าเรื่องเจ๋งๆ ขึ้นมากครับ

“PD คือบ้านถนนชัย จ.สุรินทร์ครับ อาจารย์ ที่นั้นชาวบ้านเห็นปัญหานี้ เลยพากันมาตกลงกันครับ ไม่ว่ายากดีมีจนอะไร จัดงานใหญ่เล็ก แค่ไหน บวช แต่ง งานศพ กับข้าวจะมีสามอย่างเท่านั้นคือแกงขี้เหล็ก แกงกล้วย น้ำพริก” เท่านั้น โดยผู้ร่วมงานจะเป็นคนเอาวัตถุดิบที่มีอยู่แล้วในชุมชุนไปช่วยทำกัน ที่สุดด้วยวิธีนี้ชุมชนสามารถลดรายจ่ายไม่จำเป็นลง  ทำให้กำจัดปัญหาหนี้นอกระบบไปได้”

ผมฟังแแล้ว ถึงขั้นต้องเอามาเขียนเลย ..เพราะ PD ที่นี่อาจกลายเป็นต้นแบบพลิกประเทศไทยได้เลย 

นี่ไงครับเจอปัญหาไม่ปรกติก็หาคนไม่ปรกติ คุณจะได้คำตอบเสมอ  

เอาไปเล่าต่อกันเยอะๆนะครับ 

ผมเลยขอมาเขียนเล่าต่อ ...

และขอบคุณธกส. พี่โด่งที่ให้โอกาสผมไปสอน PD ที่นั่นนะครับ ...

ขอบคุณมากครับ

คุณล่ะคิดอย่างไร PD ทำไม่ยากครับ ลองทำดู สนใจถามได้ครับ









บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Appreciative Inquiry



ความเห็น (0)