๕๗๐. การศึกษาไทย..เหมือนพายเรือในอ่าง..

ผมยอมรับเลยว่า..เป็นแนวคิดที่แยบยล ไร้ขีดจำกัดจริงๆ ที่ใช้การศึกษาเป็นรากฐานในการพัฒนาเศรษฐกิจของชาติ..แต่จะอยู่บนรากฐานของแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงหรือเปล่า..ผมไม่แน่ใจ..

ครูบาอาจารย์ นักการศึกษาและหลายท่าน..รับทราบกันดีอยู่แล้วว่า..การศึกษาไทยวนไปวนมา คิดใหม่ ทำใหม่รายปี..พอมีผู้นำคนใหม่ก็เลิกรา ว่ากันใหม่..แล้วก็วนมาหาที่เดิม..

นวัตกรรม..การสอนและสื่อ ตลอดจนวิธีปฏิบัติที่ดี..มีมากมาย ทำท่าจะไปได้สวยสมคำร่ำลือ ไม่ทันจะได้ประเมินผล..ก็อ้างปัญหาใหม่..เอาเข้ามาแทรกแซง และก็นำเสนอวิธีการใหม่ต่อไป..

จนครูตามไม่ทัน..และเบื่อหน่ายกับการรับรู้รับทราบนโยบาย เบื่อหน่ายกับการอบรมสัมมนา..แบบซ้ำไปซ้ำมา.. เพราะจริงๆปัญหาที่ห้องเรียน..ไม่ตรงกับปัญหาที่ผู้นำการศึกษา..คิดว่ามันเป็นปัญหา..

ยกตัวอย่าง..ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ (เด็ก) เฟื่องฟูอยู่พักใหญ่ ทำไปทำมาก็เหมือนจะบอกว่า..เด็กยังไม่รู้อะไรในสิ่งที่ “ต้องรู้” เลยหันมาสนใจ ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ (ครู).....

คิดนโยบายใหญ่โต..พัฒนาครูครบวงจร จัดสรรงบประมาณให้ครูคนละ ๑๐,๐๐๐ บาท เพื่อไปเข้ารับการอบรมสัมมนาในบริษัทจัดอบรม หรือในองค์กรต่างๆ เลือกหลักสูตรตามแต่ใจปรารถนา...

ผมแปลกใจว่าก่อนหน้านี้ก็พูดถึง..PLC ..ที่แนะนำครู ถ้ามีปัญหาการเรียนการสอนอะไร ให้มารวมกลุ่มคุยกัน ค่อยๆหาวิธีการแก้กันไป..ด้วยวิธีการและเครื่องมือที่เรียบง่าย ด้วยนวัตกรรมที่เหมาะสม..ตามบริบทของโรงเรียน..ถามว่า..ต้องใช้เงินคนละเป็นหมื่น..เพื่อแสวงหาความรู้เพิ่มเติมเชียวหรือ..

ปีที่แล้ว..บอกว่า..เด็กควรรู้หลากหลาย..ครูไม่ถนัด..โรงเรียนไม่มีเงิน ก็ไปเชิญปราชญ์ชาวบ้าน เชิญครูภูมิปัญญาท้องถิ่นมาช่วย..แต่ปีนี้รัฐบาลเดียวกัน..ไม่พูดเรื่องนี้ แต่มีเงินให้ครูไปหาความรู้เอง..โดยเชื่อว่า..ครูจะพัฒนาตนเอง..พัฒนาการเรียนการสอน และพัฒนาวิทยฐานะ..มันคนละเรื่องเลย

โดยหารู้ไม่ว่า..บริษัทจัดอบรมพัฒนาครูนั้น..บางหลักสูตรก็เป็นเรื่องไกลตัว ไม่ตรงกับปัญหา และเป็นสิ่งที่ครูและผู้บริหารเรียนรู้มาแล้วใน..มหาวิทยาลัย..

อย่าลืมนะครับ..ครูและผู้บริหารสมัยนี้ ซี ๘ จบ ป.โท ป.เอก เต็มบ้านเต็มเมือง..บุคลากรเหล่านี้ จะไม่มีความรู้ความสามารถเลยหรือ..จะคิดไม่เป็นทำไม่เป็นเชียวหรือ..

ผู้นำการศึกษาลืมอะไรไปหรือเปล่า..รัฐบาลทุ่มงบประมาณให้โครงการพระราชดำริ กับงานพระราชมรดกทางการศึกษา..DLTV..หลายพันล้าน..เป็นนวัตกรรมที่ล้ำค่า..ครูใช้เป็นวิธีสอน มีสื่อและใบงานให้สืบค้น..มีวิธีปฏิบัติที่สามารถใช้ DLTV ได้อย่างมีประสิทธิภาพ..ยังมีอะไรที่ดีกว่านี้อีกหรือ..แค่นี้..ครูก็มีความสุขแล้ว

วันดีคืนดี..รัฐก็ทุ่มเงินหลายร้อยล้าน ไปดึงครูเก่งๆจากทั่วประเทศ  ให้ครูเหล่านี้ทำแผนฯสอนให้ดู คิดสื่อนวัตกรรม ทำแบบฝึก..จนเกิดเป็น DLIT ที่สุดยอดมาก..ครูได้ใช้พัฒนาผู้เรียนทุกสาระวิชา..ครูสามารถใช้พัฒนาตนเองทางวิชาการ ตามระบบPLC..ก็ย่อมได้

เรื่องนี้..ยังไปไม่ถึงไหนเลย..จะให้ครูออกนอกห้องเรียน ทิ้งเด็กทิ้งโรงเรียน..ไปหาความรู้นอกระบบอีกแล้ว..

ผมเพิ่งจะเห็นด้วยกับวิทยากร..ที่เขตพื้นที่เชิญมาพูดเมื่อไม่กี่วันมานี้ ท่านบอกว่า..ครูสมัยนี้ไม่ต้องอะไรมาก..ขอให้ใฝ่รู้ใฝ่เรียน ขยันสักนิด คิดอะไรไม่ออกบอกกูเกิล ใช้ยูทูปเข้ามามีส่วนช่วยในการเรียนการสอน..เท่านี้เด็กก็ตื่นตาตื่นใจแล้ว....

ถามว่า..แล้วจะมาแจกเงินให้ครูทำไมตั้งมากมาย..ครูก็มีคอมพิวเตอร์และมีโทรศัพท์กันทุกคน..

ครับ..ที่ผมพูดมาทั้งหมด ขอให้ลืมไปซะ..นั่นคือการ “คิดลบ” ที่มันจบไปแล้ว คราวนี้ลองมามองในมุม “คิดบวก” ของผมกันบ้าง..

ผมคิดว่ารัฐบาล ในยุคที่ค้าขายไม่เป็น คิดแบบนี้น่ะถูกต้องแล้ว เป็นการกระจายรายได้ไปทุกหย่อมหญ้าอย่างทันตาเห็น..เพราะรัฐบาลมีเงินงบประมาณมากมาย..แต่เงินมันจมอยู่ในคลัง..

ถ้าให้ครูคนละ ๑๐,๐๐๐ บาท..ครูเป็นแสน..จิ๊บจ๊อยมาก..ข้อดีก็คือ..บริษัทจัดอบรมสัมมนา ที่กำลังซบเซา..ฟื้นตัวได้แน่..โรงแรมได้ตังค์ ครูไปอบรมต้องจับจ่าย ตลาดสินค้าจะคึกคัก ครูขับรถไปต้องเติมน้ำมันเข้าอเมซอน พักผ่อนต่อยังสถานที่ท่องเทียวในจังหวัดนั้นๆ..เงินสะพัดเท่าไหร่..

ผมยอมรับเลยว่า..เป็นแนวคิดที่แยบยล ไร้ขีดจำกัดจริงๆ ที่ใช้การศึกษาเป็นรากฐานในการพัฒนาเศรษฐกิจของชาติ..แต่จะอยู่บนรากฐานของแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงหรือเปล่า..ผมไม่แน่ใจ..

แต่ที่แน่ๆ..ครุเริ่มจะไม่ค่อยได้สอนกันแล้ว..ว้าวุ่นกับการติดตาม ลงทะเบียน ตรวจสอบกำหนดการ เรียนรู้การเบิกจ่ายเงินงบประมาณและศึกษาหลักสูตรที่จะต้องไปพัฒนาตามเงื่อนไข..

ดังนั้น..ปีนี้..ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ (เด็ก) คงไม่ใช่แล้ว..กว่าเด็กจะได้ตั้งหลักเรียนรู้อย่างแท้จริง ก็คงเทอม ๒ ปลายๆ..ผมจึงบอกว่า..การศึกษาทำไปทำมา ก็วนมาหาที่เดิม..สงสารเด็กไทยและครูไทยจริงๆ

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๖  กรกฎาคม  ๒๕๖๐  

หน้าห้องสมุด... 

เห็ดนางฟ้า..

บ่อปลาบ่อกบ

บ่อปลาดุก..

ปุ๋ยหมัก...

เลี้ยงไก่...

เลี้ยงเป็ด

เลี้ยงกระต่าย

เลี้ยงแพะ

ปลูกผักปลอดสารพิษ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า....จากโรงเรียนเล็ก



ความเห็น (4)

เขียนเมื่อ 

เรียน อาจารย์

       ขอเป็นกำลังใจให้อาจารย์ค่ะ โครงการฯที่อาจารย์ทำในโรงเรียน สืบสานจากโครงการพระราชดำริฯ         อย่างน้อยอาจารย์ได้ลงมือกระทำแล้ว และยังถ่ายทอด เพื่อให้สติ กับคนที่พึงเกี่ยวข้องในวงการศึกษาด้วย ภายใต้หมวกที่สวมอยู่ ภายใต้โลกทุนนิยมอันบ้าคลั่งที่กำลังจะปิดฉากลง อาจารย์ทำได้ดีที่สุดในความคิดเห็นค่ะ


ขอแสดงความนับถือ

คุณลิขิต

เรียน คุณลิขิต

ขอบคุณครับ..ที่ให้กำลังใจ..ก็แค่สงสัย..นโยบายการศึกษาไทย หลงลืมอะไรไปหรือเปล่า เยาวชนลูกหลานไทย หลายล้านคน ในระดับรากหญ้า..จากโรงเรียนชายขอบหลายหมื่นโรง..เรียนอะไรกันอยู่ เรียนแล้วไปไหน..เราอัดหลักสูตรอะไรมากมาย.. ใส่สมองเขา..

ยิ่งเรียน..ยิ่งออกห่างจากความเป็นจริง..พึ่งตนเองไม่ได้ ไร้ทักษะชีวิต คิดทำมาหากินได้ไหม..เรียนแล้วจะประกอบอาชีพอะไร..เหมือนไร้จินตนาการ..

ผมลงมือทำแหล่งเรียนรู้..ในโรงเรียนขนาดเล็ก ทำแล้วแบ่งปัน..ไม่เคยคิดเพิ่มพูนวิทยฐานะ เริ่มต้น..หลายคนมองว่าสร้างภาพ..๑๑ ปีผ่านไป..ผมมีความสุขกับเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ที่ประยุกต์ใช้แนวคิดจาก..ศาสตร์พระราชา..เพราะผมคิดว่า..เทิดทูนแล้วปฏิบัติ..จะช่วยให้ชีวิตและงาน มั่นคงและยั่งยืนครับ..

เขียนเมื่อ 

มาแล้ว...ก็ไป
หัวใจการศึกษาไทยอยู่ตรงไหนก็ไม่่รู้
แว่บ ๆ นั่งแอบดู
เบื่อหน้าครูที่หัวกระทรวง ;)...

ปล.คนในย่อมรู้ดีที่สุดนะครับ
ว่าวิธีคิดเหล่านั้นเป็นอย่างไร

ขอบคุณครับ