“จันทพร พลอินตา” ครูผู้สอนชีวิต-คิดวิเคราะห์ด้วย “ภาษาไทย” น้อมนำตามรอย “พระราชดำรัส” มุ่งมั่นใช้การศึกษาพัฒนาท้องถิ่น

       

  “คุณครูอดทนนะ คุณครูจะช่วยเขาได้ เพราะว่าที่นี่ต้องการครู ไม่ต้องนึกถึงสิ่งที่เขาสบายกัน ไม่ต้องสนใจ ขอให้ครูอดทน...”

         พระราชดำรัสสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงมีพระราชปฏิสันถารอย่างไม่ถือพระองค์ เมื่อครั้งที่ทรงติดตาม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินยัง โรงเรียนบ้านแจ่มหลวง ตำบลวัดจันทร์อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ในปี พ.ศ.2522 เป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้ “จันทพร พลอินตา” มุ่งมั่นทำหน้าที่ “ครู” เพื่อเด็กบ้านป่าปลายดอยด้อยโอกาสในพื้นที่ทุรกันดารห่างไกลมาตลอดทั้งชีวิต โดยใช้ “ภาษาไทย” เป็นเครื่องมือเปิดโลกกว้างการเรียนรู้ที่นำไปสู่การพัฒนาชุมชนท้องถิ่น จนได้รับการพิจารณาคัดเลือกให้ได้รับรางวัล “ครูยิ่งคุณ” ประจำปี 2560 จาก มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี

         “ปีนั้น(2521) สอบบรรจุได้ที่อำเภอฮอด แต่จับพลัดจับผลูสลับกับเพื่อนได้มาอยู่ที่อำเภอแม่แจ่ม พอดีกับที่โรงเรียนบ้านแจ่มหลวงที่อยู่ลึกเข้าไปอีกไม่มีครู ก็เลยอาสาไป การเดินทางตอนนั้นต้องไปเริ่มต้นที่อำเภอสะเมิงพอหมดทางถนนที่รถแล่นได้ ก็ต้องเดินเท้าขึ้นดอยตามหลังม้าไปอีก 2 วันกว่าจะถึงโรงเรียน ไปถึงวันแรกก็เอาลูกอมไปแจกเด็กๆ เสร็จแล้วก็ได้ยินเสียงพูดเป็นภาษากระเหรี่ยงว่าไม่อร่อยแล้วคายออกมา ปรากฏว่าเขากินทั้งๆ ที่ยังไม่แกะห่อ ตอนนั้นเลยเกิดแรงบันดาลใจว่าเด็กๆ ยังต้องการความรู้และทักษะชีวิตอีกเยอะมาก พอปี 2524 ก็ได้ย้ายมาอยู่โรงเรียนวัดแม่กำปอง ตอนนั้นยังเป็นอำเภอสันกำแพง แม้จะอยู่ใกล้บ้านเกิดโดยห่างไปเพียง 11 กิโลเมตร แต่ก็ใช้เวลาเดินทางจากแม่ออนถึงแม่กำปองกว่า 6 ชั่วโมง ทั้งลุยโคลนขุดดินเข็นรถเครื่อง และพื้นที่ตรงนี้เองก็ยังเป็นสีชมพูที่มีความขัดแย้งอยู่ ทั้งโรงเรียนมีครู 3 คน เด็ก 70 กว่าคน ต้องสอนแบบ 20 วันไม่หยุดเลย อีก 10 วันหยุดกลับบ้านเพราะการเดินทางยากลำบากมาก” ครูจันทพรเล่าถึงการทำงานในยุคแรกๆ

         ณ ที่แห่งนี้ “ครูจันทพร” ได้เกิดความคิดที่จะใช้ “การศึกษา” พัฒนาคนในชุมชนท้องถิ่นจากการที่ได้เห็นว่าผู้ปกครองของเด็กๆ ส่วนใหญ่ไม่ได้เรียนหนังสือแม้จะเขียนหรือเซ็นชื่อก็ยังทำไม่ได้ จึงไปติดต่อเพื่อหาครู กศน. เข้ามาสอน แต่เพราะหนทางไกลและลำบาก ผลสุดท้ายจึงลงเอยด้วยการทำหน้าที่สอนหนังสือเด็กๆ ในตอนกลางวัน และพอตกกลางคืนก็เปลี่ยนหน้าที่ไปเป็นครู กศน. สอนผู้ใหญ่ในชุมชนควบคู่กันไป

         “ไม่ได้คิดว่าจะเป็นภาระเลย แค่อยากเห็นชาวบ้านเขามีความรู้ เพราะได้เห็นมาตั้งแต่แม่แจ่มแล้วว่าการไม่มีความรู้นั้นเป็นอย่างไร ประกอบกันในช่วงนั้นคนในชุมชนก็มีปัญหาเรื่องความเชื่อที่ไม่ลงรอยกัน ก็เลยคิดว่าถ้าเราให้การศึกษาก็จะทำให้เขามีความคิด แล้วระหว่างที่สอนก็จะสอดแทรกเรื่องต่างๆ ให้เขามีความรักในประเทศชาติและบ้านเกิด เป็นคนไทยเหมือนกันจะขัดแย้งกันยังไงก็คุยกันได้ ตอนนั้นก็สอนแบบไม่สอน ชวนเขามาพูดคุยกัน ร้องเพลง เล่านิทานพื้นบ้าน แล้วสอนภาษาไทยแทรกไปด้วย” ครูจันทพรเล่า

         ตลอดระยะเวลา 24 ปีกับการทำหน้าที่ๆ มากกว่าแค่การสอนหนังสือของ “ครูจันทพร” ที่โรงเรียนวัดแม่กำปอง ได้ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่างๆ มากมาย จากหมู่บ้านเล็กๆ ในป่าที่น้อยคนจะรู้จัก สู่พื้นที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ระดับโลกที่ใครๆ อยากที่จะเข้ามาสัมผัสความสวยสดงดงามสักครั้งหนึ่งในชีวิต ปัจจุบัน “ครูจันทพร” ย้ายลงมาสอนอยู่ที่ โรงเรียนวัดห้วยแก้ว อำเภอแม่ออน และใช้ประสบการณ์ในการสอนหนังสือกว่า 40 ปี คิดค้นพัฒนา “นวัตกรรมการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ทักษะกระบวนการแบบองค์รวม” หรือ “5T Model” เพื่อเชื่อมโยงการเรียนรู้ในวิชาภาษาไทยให้สามารถบูรณาการสอนได้กับทุกสาระวิชา จนได้รับรางวัลพระราชทาน “บัณณาสสมโภช ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” อย่างต่อเนื่องจำนวนถึง 3 องค์ในรอบ 10 ปี และยังออกแบบสื่อการเรียนการสอนใหม่ๆ อยู่เสมอเพื่อให้การเรียนรู้ภาษาไทยของเด็กๆ เป็นเรื่องสนุก และสามารถพัฒนากระบวนการคิดวิเคราะห์ให้เกิดขึ้นได้

         “เมื่อเราเป็นครู เราต้องรู้ว่าหัวใจครูนั้นอยู่ที่เด็ก เด็กต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง หัวใจครูอยู่ที่เด็ก ดังนั้นเราต้องทุ่มเททั้งการสอนและการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมให้กับเด็ก คุณธรรมต้องนำวิชาการ และต้องมีความเมตตากับเด็ก เอาหัวใจเรามอบให้เด็ก แล้วเด็กก็จะมาอยู่ในหัวใจของเรา” ครูจันทพรกล่าวสรุป

สำหรับ รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี นับเป็นรางวัลระดับนานาชาติเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระปรีชาด้านการศึกษา โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตตั้งนาม “รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี” เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติครูผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงในชีวิตลูกศิษย์ สร้างคุณประโยชน์ต่อการศึกษาในประเทศต่างๆ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และติมอร์ เลสเต รวม 11 ประเทศ ประเทศละ 1 รางวัล ที่ขับเคลื่อนและดำเนินงานโดย มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี,สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา, กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน โดยจัดให้มีการมอบรางวัลในทุก 2 ปี ซึ่งในปีนี้นับเป็นครั้งที่ 2 โดยจะพระราชทานรางวัลในวันที่ 11 ตุลาคม 2560.

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน แม่นักเล่า



ความเห็น (0)