“บรรจง สมบัติ” ครูผู้สร้างโอกาสทางการศึกษาด้วย “กีฬาวอลเลย์บอล” ถ้ามุ่งมั่นตั้งใจ “โลกนี้ไม่มีใครปึก” สู้จากคำว่าแพ้ ปั้นนักกีฬาทีมชาติ 13 คน

กราบครูด้วยหัวใจ : ครูบรรจง สมบัติ






         “มีคนบอกว่าเล่นกีฬาแล้วมันเสียการเรียน ทำไมเราจะเอาชนะคำพูดคนไม่ได้ เล่นกีฬาแล้วไม่เสียการเรียนไม่ได้เหรอ เด็กๆ ทุกคนหลังเลิกซ้อมต้องลงมาอ่านหนังสือ เพราะว่าเราต้องเอาชนะคำพูดให้ได้”

เป็นคำพูดที่แสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่า “กีฬา” กับ “การเรียน” ไปด้วยกันได้ของ “นายบรรจง สมบัติ” จาก โรงเรียนหนองเรือวิทยา อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น ผู้ที่ได้รับการพิจารณาคัดเลือกให้ได้รับรางวัล “ครูยิ่งคุณ” ประจำปี 2560 จาก มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ที่ใช้กีฬา “วอลเลย์บอล” เป็นเครื่องมือผลักดันลูกศิษย์ของตนเองให้ได้รับโอกาสทั้งด้านการศึกษาและด้านอาชีพ ที่ได้สร้าง นักกีฬาวอลเลย์บอลทีมชาติมาแล้วถึง 13 คน

         ครูบรรจง สมบัติ อธิบายว่า “กีฬาวอลเลย์บอลเป็นตัวลดภาระอีกแนวทางหนึ่งที่เป็นตัวเลือกของเยาวชนที่ใช้กีฬาวอลเลย์บอลเป็นบันไดก้าวสู่ความสำเร็จ ทั้งด้านการศึกษา ด้านเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของครอบครัว นักกีฬาหลายคนพลิกชีวิตจากคนที่ขาดโอกาสทางการศึกษาเนื่องจากฐานะของครอบครัว ก้าวไปสู่การเติมเต็มชีวิตจนสามารถเรียนจบปริญญาตรี มีงานการที่ดีและมั่นคง”

วันนี้อดีตลูกศิษย์หลายคนของ “ครูบรรจง” เป็นนักกีฬาทีมชาติไทยที่มีชื่อเสียง และเป็นแรงบันดาลใจให้กับรุ่นน้องอีกกว่า 100 คนในปัจจุบันได้ก้าวเดินตาม ทั้ง “ทัดดาว นึกแจ้ง” หรือ “ฐาปไพพรรณ ไชยศรี” แต่สิ่งที่ถูกพร่ำสอนและตอกย้ำเสมอๆ ก็คือทุกคนจะต้องมีเป้าหมายชีวิตที่ไกลกว่านั้น

“เป้าหมายของเราไม่ใช่การเป็นนักกีฬาทีมชาติ แต่คือการประสบความสำเร็จในชีวิต เพราะวอลเลย์บอลไม่ได้อยู่กับเราไปตลอด แต่ต้องทำอย่างอื่นเพื่อให้ชีวิตอยู่ได้ และถ้าจะอยู่ในสังคมได้ดี คุณต้องมีการทำงานที่มั่นคง มีคุณภาพชีวิตที่ดี วอลเลย์บอลเป็นแค่จุดหนึ่งที่จะผลักดันให้เรามีอนาคตที่ดี ดังนั้นต้องตั้งใจเรียนให้สูงที่สุดเพื่อที่จะได้มีอาชีพและการงานที่มั่นคงในอนาคต” ครูบรรจงบอกถึงเป้าหมายที่สำคัญที่สุด

สำหรับ รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี นับเป็นรางวัลระดับนานาชาติเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระปรีชาด้านการศึกษา โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตตั้งนาม “รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี” เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติครูผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงในชีวิตลูกศิษย์ สร้างคุณประโยชน์ต่อการศึกษาในประเทศต่างๆ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และติมอร์ เลสเต รวม 11 ประเทศ ประเทศละ 1 รางวัล ที่ขับเคลื่อนและดำเนินงานโดย มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี,สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา, กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน โดยจัดให้มีการมอบรางวัลในทุก 2 ปี ซึ่งในปีนี้นับเป็นครั้งที่ 2 โดยจะพระราชทานรางวัลในวันที่ 11 ตุลาคม 2560.

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน แม่นักเล่า



ความเห็น (0)