เยี่ยมบ้าน

เปิดภาคเรียนปีการศึกษา ๒๕๖๐ ได้ขยับขึ้นมาสอนระดับชั้นมัธยมศึกษา สอนสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สอนประวัติศาสตร์ ม.๑ ถึง ม.๓ สอนสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี ม.๑ และเป็นครูที่ปรึกษา ม.๑ ซึ่งปีการศึกษานี้ มีจำนวน ๒๐ คน และแน่นอนว่าต้องมีการเก็บข้อมูลพื้นฐานของนักเรียนและครอบครัว การสำรวจสภาพความเป็นอยู่ ฐานะ การลงพื้นที่พบปะผู้ปกครอง ซึ่งส่วนมากนักเรียนจะอาศัยอยู่กับญาติ เช่น ตา ยาย ปู่ ย่า ซึ่งอายุสภาพร่างกายเข้าสู่วัยชราแล้ว มีเพียงบางส่วนที่อาศัยอยู่ร่วมกับพ่อแม่ ด้วยพื้นฐานเป็นคนชนบท อาชีพหลักคือการเกษตร ทำนา ทำไร่ รับจ้างทั่วไป และออกเดินทางไปทำงานยังเมืองใหญ่ๆ

หลังเลิกเรียนผมจะนัดแนะนักเรียนและเข้าหมู่บ้านพร้อมกัน และเดินทางไปทีละหมู่บ้าน ซึ่งในเขตบริการของโรงเรียนนั้น มีทั้งหมด ๕ หมู่บ้านครอบคลุม ๒ ตำบล และต้องใช้เวลาประมาณ ๕ วัน จึงจะครบทั้ง ๒๐ คน

เย็นเมื่อวานเข้าหมู่บ้านที่มีนักเรียน ม.๑ จำนวน ๖ คน บ้านแต่ละหลังไม่แตกต่างกันมาก อาชีพหลักคือทำนา ทำไร่อ้อย บางบ้านมีอาชีพเสริมคือการรับจ้างเย็บผ้า ด้วยจักรไฟฟ้า เพื่อพอมีรายได้จุนเจือครอบครัว แต่ที่ผมรู้สึกประทับใจคือ นักเรียนชายที่ชื่อ ไกรวิน ชมเชย นักเรียนที่ตัวเล็ก ผอมกว่าเพื่อนๆร่วมชั้นเรียน วีรกรรมวันเปิดเทอมคือ ซ้อนท้ายจักรยานยนต์ญาติ หกล้ม ต้องรับการรักษาเป็นสัปดาห์ สภาพบ้านเป็นบ้านปูนชั้นเดียว อาศัยอยู่กับ พ่อ แม่ รวมตัวไกรวิน เป็น ๓ ชีวิต

ผมสอบถามหลายคำถามเพื่อเป็นข้อมูล และคำถามที่ว่า ทุกวันหลังเลิกเรียน และวันหยุด หน้าที่ของไกรวินช่วยงานครอบครัวอะไรบ้าง คำตอบคือ ทำงานบ้านบ้าง และการดูแลเลี้ยงเป็ดเทศ ผมสนใจจึงให้ทางไกรวิน และพ่อพาไปดู จากสิ่งที่เห็นไม่น่าเชื่อว่า บ้านที่สร้างไม่เสร็จอีก ๑ หลังเป็นที่พักของเป็ดเทศ นับได้ราวๆ ๕๐ ตัว สอบถามไกรวิน บอกว่าซื้อลูกเป็ดจากเพื่อนตอนอยู่ ป.๖ จำนวน ๒ ตัวๆละ ๔๐ บาท (เพื่อนคนนั้นไปเข้าเรียนที่ตัวอำเภอ) เลี้ยงสะสมเรื่อยมา จะมีมากอย่างที่ผมเห็น และยังขายให้คนที่สนใจสร้างรายได้เข้าครอบครัว ไกรวินอธิบายขั้นตอนวิธีการดูแลเป็ดได้อย่างชำนาญ พ่อเขายังเสริมอีกว่าเมื่อก่อนยังไม่มีเป็ดหญ้าขึ้นรกมากต้องตัดหญ้าแต่พอมีเป็ดไม่มีหญ้าขึ้นเลย

ไม่น่าเชื่อว่านักเรียนอายุราวๆ ๑๒-๑๓ ปี จะมีแนวคิดที่ดูมีประโยชน์ต่อตนเองและครอบครัว ตอนนี้มูลค่าของเป็ด ถ้าขายขณะที่ยังตัวเล็กๆ เป็นเงินประมาณ ๒,๐๐๐ บาท แต่ถ้าเลี้ยงไปจนมีน้ำหนักตัว ๔ กิโลกรัม จะมีมูลค่าประมาณ ๑๔,๐๐๐ บาทเลยทีเดียว

ก่อนกลับออกมาผมแนะนำเพิ่มเติมเรื่องการจัดการ การสร้างมูลค่าจากมูลเป็ด แนะนำให้ใช้น้ำหมักชีวภาพเพราะที่บ้านครูทำไว้เยอะจะแบ่งให้ การหาหญ้าสดให้เป็ดกิน การเพาะขยายพันธุ์เพิ่มเติม

กิจกรรมดูจะไม่ยากไม่ยิ่งใหญ่ สำหรับผู้ใหญ่ แต่เป็นอะไรที่น่าประทับใจที่นักเรียนสามารถทำได้ แบ่งเบาภาระของครอบครัว มีวินัยมีความรับผิดชอบ มีแนวคิด สามารถเชื่อมโยงเข้าหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้เป็นอย่างดี



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ห้องเรียนบ้านนอกของครูบ้านๆ



ความเห็น (1)

-สวัสดีครับ

-เป็นกิจกรรมการเรียนการสอนที่ดีมากๆ เลยครับ

-เยี่ยมเยียนเพื่อได้รับรู้ถึงการเป็นอยู่ของนักเรียน

-ชอบภาพนี้ครับ..