​ชีวิตที่พอเพียง : 2936. เที่ยวสวิส ๒๕๖๐ : ๘. วันที่ ๑๑ พฤษภาคม : บาเซิล และ โซโลทูร์น


คืนวันที่ ๑๐ ที่โรงแรมสามราชา เมือง คูร์ ผมนอนเมื่อยไปทั้งตัว คงจะจากการเดินสะพายเป้ ต้องแก้เมื่อยด้วยการออกไปวิ่ง ซึ่งเป็นการชมเมืองไปในตัว เราเที่ยวที่ตัวเมือง คูร์ น้อยไปหน่อย ผมเสียดายที่ไม่ได้ชม Kuntstmuseum


กลับมากินอาหารเช้า เตรียมเช็คเอ๊าท์ เพื่อจับรถ IC 9.09 น. ตรงไป Basel โดยไม่ต้องต่อรถ แต่เมื่อเราไปถึงชาลา ๙ ก็พบว่ารถขบวน IC 8.39 น. จอดรออยู่ ผมถามหัวหน้าทัวร์ว่าไปไหม แต่ไปได้แค่ซูริก แล้วหารถต่อไปบาเซิล เมื่อหัวหน้าทัวร์พยักหน้า เราก็ขึ้น ไปนั่งชั้น ๑ ที่จัดแยกเป็นห้องๆ และส่วนหนึ่งเป็นตู้เสบียง


รถไฟผ่านทะเลสาบ Walensee ต่อด้วย Zurichsee รำลึกถึงขาไปจากซูริกไปคูร์เมื่อวานซืนเรานั้งชั้นบน วิวสวยกว่ากันแยะ


ข้อมูลที่เราค้นมาจากโรงแรมมีบอกว่ารถขบวนนี้เข้าสถานีซูริกเวลา ๙.๕๓ น. และมีรถไปบาเซิลออก ๑๐.๐๐ น. เวลาแค่ ๗ นาทีค่อนข้างฉุกละหุก หากไม่รู้ว่ารถเข้าชาลาไหน ขบวนต่อไปออกชาลาไหน ผมจึงไปถามเจ้าหน้าที่รถไฟ เขาใช้โทรศัพท์มือถือค้นพบว่ารถเข้าชาลา ๙ ออกชาลา ๑๕


ที่สถานีซูริก พอรถเข้าชาลาเราลงไป มีป้ายลูกศรชี้ทางไปชาลา ๑๕ แต่เราคิดว่าเป็นลูกศรตรงไป ไม่ใช่ให้ลงบันไดเลื่อน แต่เมื่อเลยไปผมตรวจสอบลูกศรอีกทีก็ตระหนักว่าต้องลงไปข้างล่าง จึงต้องยกกระเป๋าลงบันไดที่สูงมาก และสาวน้อยก็เดินได้ช้าๆ เราไปขึ้นบันไดเลื่อน สู่ชาลา ๑๕ และขึ้นตู้ชั้น ๑ (รถจอดอยู่แล้ว) หาที่นั่งแบบเป็นห้องได้ สองนาทีหลังจากนั้นรถก็ออก


เดินทางจากซูริกไปบาเซิล รถ ICE ใช้เวลา ๕๓ นาที ไม่มีวิวทะเลสาบสวยๆ อีกแล้ว ภูเขาก็ไม่มี รถแล่นเร็วมาก ไม่จอดที่ไหนเลย ผ่าน Lenzburg, Aarau, Olten สาวน้อยเขาเตรียมแผนที่เอามา ตรวจสอบเส้นทางได้อย่างดี


ถึงบาเซิลตรงเวลา เราไปขอแผนที่ที่ i และขอคำแนะนำทางไปโรงแรม ibis เขาแนะให้เดินไปจากหน้าสถานี วนไปข้ามสะพานข้ามรางรถไฟ ระยะทางน่าจะเกือบครึ่ง ก.ม. สาวน้อยหมดแรง แต่เมื่อขึ้นไปที่ห้องและกินอาหารเที่ยง ก็กระชุ่มกระชวยขึ้นอีก


สาวน้อยบอกว่า ต้องใช้ตั๋วสวิสพาสให้คุ้ม ชวนไปชมเมือง โซโลทูร์น (Solothurn) เพื่อชมเมืองเก่าริมแม่น้ำอาเรอ ตรวจสอบทางอินเทอร์เนต ว่ารถออก ๑๒.๓๑ น. ชาลา ๓ที่โรงแรมเราถามทางไปสถานีด้านหลังที่ใกล้กว่าขาเดินลากกระเป๋า ไปทางหน้าสถานี เมื่อถึงทางลงชาลา ๓ ผมไปถาม i ก่อนลงไปเขา print ให้เลย มีกระดาษแบบฟอร์ม บอกเวลารถออก ๑๒.๓๑ ชาลา ๓ไปถึง Olten ๑๒.๕๕ ชาลา ๑๒ต่อรถที่ชาลา ๓ เวลา ๑๓.๐๒ถึง Solothurn ๑๓.๒๔ น. สะดวกมาก เราบอกจะกลับใน ๒ ช.ม. ขอข้อมูล เขาก็ print ให้อีก สะดวกจริงๆ


รถ EC จอดรออยู่แล้ว ชั้น ๑ มีผู้โดยสารเกือบครึ่งตู้ เราได้ที่นั่งแบบนั่ง 4 สบายมาก เสียอย่างเดียว วิวไม่สวย


เมื่อมีข้อมูลดีขนาดนี้ การต่อรถที่ Olten ก็สะดวกดาย แล้วเราก็ได้นั่งที่นั่งแบบเดียวกัน โดยตอนแรกเราได้โบกี้เงียบ ผมไปดูลาดเลาตู้ถัดไปแล้วชวนสาวน้อยย้ายที่ จะได้คุยกันได้


ถึงโซโลธูร์น ตรงเวลา เดินออกจากสถานีตรงดิ่งไปแม่น้ำอาเรอ (Aare) เห็นยอดโบสถ์ อยู่ด้านหนึ่งของเมืองเก่า เราได้เข้าไปชมภายในโบสถ์ถึงสองแห่ง สวยงามคนละแบบ แห่งแรกชื่อ St. Ursen Kathedrale ถือเป็นมรดกสำคัญของชาติ สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ ๕ แต่ก็มีการสร้างใหม่หลายครั้ง รวมทั้งเคยโดนแผ่นดินไหวด้วยสาวน้อยทำบุญจุดเทียนที่แห่งที่สองซึ่งค้นภายหลังว่าเป็น Jesuit Churchผมมีความเห็นว่าการตกแต่งภายในของ Jesuit Church สวยกว่า ออกจากโบสถ์เดินไปทาง Zyttglog ในบรรยากาศเมืองเก่า ไปลอดประตูเมือง จนออกไปที่จตุรัสกว้างมาทราบชื่อภายหลังว่า Amthausplatz มีรถเมล์ผ่านหลายสาย สาวน้อยชวนขึ้นรถกลับสถานีรถไฟตั๋วสวิสพาสออกฤทธิ์ให้เราขึ้นฟรี คนขับเป็นผู้หญิง เดี๋ยวเดียวก็กลับถึงสถานีรถไฟ เวลาประมาณ ๑๔.๓๐ น. ตอนแรกว่าจะกลับรถเที่ยว ๑๔.๔๙ น. ไป Olten แต่คิดใหม่ว่า รถเที่ยวนี้น่าจะเป็นรถหวานเย็น (Regio) น่าจะไปถึง Olten ไม่ทันจับรถ IR เที่ยว ๑๕.๓๐ น. กลับบาเซิล เราจึงรอรถ ICN เที่ยว ๑๕.๐๑ น. ตามที่เจ้าหน้าที่เคาน์เตอร์ i แนะนำดีกว่ารถทั้งสองตอนที่เรานั่งวิ่งรวดเดียวถึงสถานีเป้าหมายของเราโดยไม่จอดเลย การเดินทางกลับใช้เวลา ๕๔ นาที เราคุยกันว่าเร็วและสดวกสบายกว่านั่งรถเก๋งในกรุงเทพเป็นไหนๆ


เวลาเกือบ ๑๖ น. ยังพอมีแรงจับรถรางสาย ๑ เที่ยว เพราะทางโรงแรมออกบัตร mobility card ให้ใช้ขนส่งสาธารณะของเมืองได้ฟรี รถรางผ่านสถานที่สำคัญหลายแห่งที่เราหมายตาไปเที่ยววันพรุ่งนี้ ไปจนสุดทางที่ Bad Bahnhof เราก็นั่งกลับ เป็นรถรางสายสั้นๆ รวมใช้เวลาราวๆ ๒๐ นาที นั่งรถรางชมเมืองนี้ดี เพราะแล่นช้า และหยุดเป็นระยะๆ ให้เราได้ชมสถานที่ ตอนเย็นมีฝนตกปรอยๆ แทบไม่รู้สึก อากาศกำลังสบาย อุณหภูมิราวๆ ๒๐


กลับมาที่สถานีรถไฟ เราแวะร้าน Migros สาวน้อยซื้อแซนวิชไปเป็นเสบียง เพราะโรงแรมที่นี่ไม่รวมอาหารเช้า


กลับไปโรงแรมเตรียมดูแผนที่ที่เที่ยวย่านเมืองเก่า และแผนที่รถราง วันนี้พยากรณ์อากาศ ว่าตอนสายและบ่ายอาจมีฝนตก



วิจารณ์ พานิช

๑๑ พ.ค. ๖๐

ห้อง ๓๒๗ โรงแรม ibis, Basel, Switzerland



1 ออกจากสถานี Solothurn เดินไปเขตเมืองเก่า


2 ผ่านสะพานข้ามแม่น้ำ อาเรอ


3 ถนนในเมืองเก่า


4 St. Ursen Cathedral


5 ภายใน St. Ursen Cathedral


6 แท่นด้านหน้างดงามมาก


7 โบสถ์ Jesuit


8 ภายในโบสถ์เยซูอิต


9 ที่จตุรัสหน้าโบสถ์ทั้งสองกำลังมีงานรณรงค์ลดการเมาแล้วขับ



10 น้ำพุโบราณ


11 นาฬิกาดาราศาสตร์



12 เดินตามถนนกลางเมืองไปยังประตูเมือง


13 หอนาฬิกาเหนือประตูเมือง


14 ผ่านประตูเมืองมีอาคารใหญ่เป็นสง่า


15 ถ่ายจาก Amthausplatz ย้อนกลับไปทางประตูเมือง



16 ขึ้นรถเมล์กลับสถานีรถไฟ Solothurn


17 St. Ursen Cathedral ถ่ายจากรถเมล์



18 ที่บาเซิล นั่งรถรางสาย ๑ ชมเมือง



19 รถรางวนกลับที่ Stad Bahnhof



20 กลับมาหน้าสถานีรถไฟบาเซิล


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand

คำสำคัญ (Tags)#ชีวิตที่พอเพียง#สวิส#swiss#switzerland#บาเซิล#basel#สวิส-วิจารณ์#เที่ยวสวิส-๒๕๖๐#600612#Solothurn

หมายเลขบันทึก: 629618, เขียน: 12 Jun 2017 @ 10:49, สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, ดอกไม้: 4, ความเห็น: 1, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (1)

ไม่มีรูปอาจารย์เลยค่ะ