ความเป็นปกติของการฆ่า

วันนี้ผมมีข้อความทางความคิดสั้นๆที่จะบันทึกไว้คือประเด็นเรื่อง "ความเป็นปกติของการฆ่า/การฆ่าเป็นเรื่องปกติ" หัวข้อนี้เกิดขึ้นระหว่างนั่งกินข้าวในโรงอาหารซึ่งมีทีวีเปิดให้เรียนรู้ แต่การเรียนรู้ในวันนี้แตกต่างจากเมื่อวาน เพราะเมื่อวานเรื่องที่เสนอสร้างสรรมากกว่าวันนี้ เรื่องเมื่อวานเป็นทักษะการตกปลาด้วยขวดที่ท่อระบายอากาศ (น้ำ) ในเมืองหลวง นับเป็นภูมิปัญญาแห่งการปรับตัวให้สอดคล้องกับธรรมชาติ ผมสังเกตคนที่นั่งกินข้าวและยืนคอยซื้อข้าวต่างสนใจมองดูข่าวดังกล่าวนั้นเป็นจุดเดียวกัน แต่วันนี้ข่าวเรื่องการฆ่าหั่นศพถูกกระตุ้น การติดตาม และเสนอซ้ำ ผมนั่งคิดว่า ถ้าเรื่องราวมีความเป็นจริงอย่างที่สื่อนำเสนอจริง ในสังคมนี้มีอะไรให้น่าคิดอีกมากมายเกี่ยวกับ "การฆ่า"

ระหว่างที่เดินออกจากโรงอาหาร มีความคิดนั้นยังคงครุกรุ่น (๑) การฆ่าจำนวนหนึ่งเป็นการฆ่าเพราะผู้ฆ่าโดนกระทำอย่างทารุณ หนีความทารุณจนสุดจะทน สุดท้ายต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของตน (๒) การฆ่าจำนวนหนึ่งเกิดขึ้นเพราะความไม่พึงพอใจคู่กรณี (๓) การฆ่าที่ดูจะโหดร้ายทารุณ ผิดปกติวิสัยจะมีอยู่ในสื่อต่างๆเช่น เกมส์ ภาพยนตร์ เป็นต้น ให้เราได้ซึมซับรูปแบบตลอดถึงการประยุกต์ได้เป็นอย่างดี (๔) ความอ่อนด้อย/พ่ายแพ้ของศีลธรรมเพื่อการเรียนรู้ จึงมองเห็นชีวิตมนุษย์อื่นเป็นเพียงปลากที่เราซื้อจากตลาดนัด เอาไม้ทุบหัว ปลาดิ้น และตาย จากนั้นจึงแล่เนื้อปลาตามต้องการก่อนนำมาปรุงเป็นอาหาร (๕) คนเก่งและดีเพียงหนึ่งคนที่ผ่านระบบการศึกษาสามารถทำคุณประโยชน์ให้กับโลกได้อย่างมากมาย อย่างน้อย คนเดียวนี้สามารถสอนคนอื่นให้เก่งและดีได้จำนวนไม่น้อย และคนเดียวนี้อาจเป็นแบบแห่งชีวิตของอีกหลายๆคน ขณะเดียวกัน คนที่ตรงกันข้ามจากความเก่งและดีก็สามารถจะสร้างความเดือดร้อนให้กับโลกได้อย่างมากมายเช่นกัน

ระหว่างที่ผมเดินผ่านหญิงสูงวัย ๒ ท่านเดินคุยกันมาอย่างกระฉับกระเฉง ผมมองหน้าของท่านความคิดหนึ่งก็แวบขึ้นมาว่า นี่คืออนาคตของเรา แต่เราจะไปถึงหรือเปล่าไม่อาจจะทราบได้ โชคดีที่ผ่านมาไม่ได้ฆ่าใคร แต่ชีวิตนี้มีทั้งดีและร้ายตามการแบ่งแยกทางสังคมผสมผสานกัน ซึ่งดีและร้ายที่ว่านี้เป็นสิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ดีบางอย่างเกิดขึ้นเพราะเราหักห้ามใจไม่กระทำร้าย ร้ายบางอย่างเกิดขึ้นเพราะเราปล่อยปละใจไม่ตระหนักถึงดี ตลอดถึงผลของมัน เพียงเพราะสนองความต้องการ

ถ้าชีวิตมนุษย์มนุษย์มีคุณค่าต่อชีวิตอื่น จะทำอย่างไรให้ผู้จะฆ่าได้เห็นค่าของชีวิตอื่น การเรียนรู้เป็นสิ่งที่มีความหมายในเรื่องนี้ ยกตัวอย่างเช่น เราเรียนมาว่า 1+1 = 2 เมื่อเราคิดและบอกกล่าว ก็จะคิดและบอกกล่าวว่า 1+1=2 การที่เราเถียงว่า 1+1 ไม่เท่ากับ 2 เพราะเรามีแบบคิดการเรียนรู้บางอย่าง แบบดังกล่าวคือการไม่เชื่อในสิ่งที่เรียนรู้ ถ้าการเรียนรู้มีผลต่อชีวิต การที่เด็กๆอยู่หน้าจอมคอมพิวเตอร์เล่นเกมส์ฆ่ากันอย่างสนุกสนาน/ใจจดจ่อ คือประสบการณ์การเรียนรู้แบบจำลองหรือไม่ ประสบการณ์แห่งการฆ่าที่ค่อยๆสะสมในจิตสำนึก เหมือนอย่างที่เรามักชอบดูหนังคาวบอย เพียงเพราะรู้สึกว่าถูกเอารัดเอาเปรียบ/ถูกกระทำ เราจึงมักทนไม่ได้เมื่อเห็นใครโดนกระทำอย่างไม่เป็นธรรม การเรียนรู้ทำให้เรามีลักษณะบางอย่าง จะทำอย่างไรให้เกิดการเรียนรู้ว่า 1+1 ไม่เท่ากับ 2 หากแต่ 1+1 เท่ากับ 1 หรือเท่ากับ 0 นั่นหมายความว่า ถ้าเราเบียดเบียนผู้อื่นก็คือการเบียดเบียนตนเอง และถ้าเราเบียดเบียนผู้อื่นก็เท่ากับชีวิตเราเป็นศูนย์ ในความหมายว่า สูญเสียความเป็นมนุษย์ลง

ทั้งหมดเป็นความคิดเช้านี้ที่พอจะเก็บมาได้ในเวลานี้

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน โอโห...มโนสาเร่



ความเห็น (0)