กองถ่ายสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส..ยกกองมาที่โรงเรียน ถ่ายทำรายการ”ทางนำชีวิต”..ชื่อตอนว่า..โรงเรียนคุณภาพ..นักเรียนคุณธรรม นำชีวิต” ใช้เวลาถ่ายทำหนึ่งวันเต็มๆ ตั้งแต่เช้ายันเย็น...
รูปแบบรายการผมเองก็ไม่ชัดเจนนัก เพราะไม่เคยดูรายการนี้..มารู้อีกทีก็ตรงที่ผู้กำกับรายการสัมภาษณ์หนักมาก..และให้สอนให้ดู..ในวิถีของงาน..ที่ทำอยู่ทุกวัน
ผู้กำกับมีสคริ๊บ..ผมสอนและตอบคำถามสดๆ แบบไม่มีสคริ๊บ เคยสอนอย่างไรและคิดแบบไหน ก็บอกไปตรงๆ ไม่เสแสร้งแกล้งทำและไม่ค่อยติดตำรามากนัก..ทำให้การถ่ายทำหลุดกรอบ ต้องกลับเข้ามาสู่..เงื่อนไขของเวลาและเนื้อหารายการ...
สังเกตการถ่ายทำ..เหมือนผมกับนักเรียนเล่นละคร..เหมือนอ่านเรื่องสั้น หลากหลายรสชาติ ทั้งเหนื่อยและสนุก..ครบรส..ทั้งเรื่องราวของ ผอ...การเรียนการสอนและสิ่งแวดล้อม...
แทบไม่น่าเชื่อ..ว่าผมจะสอนได้ติดๆกันทั้งวัน ไม่มีติดขัด ไม่มีเคอะเขิน..กิจกรรมที่ผมต้องสอนทั้งอาทิตย์ นำมาสอนในวันเดียว..สอนแบบมีคนดู มีกล้องวีดีโอและผู้กำกับ..หายใจรดต้นคอ...
ผมจะสอนแบบไหน..มีกิจกรรมอะไร..ช่วงท้ายของการสอน ผู้กำกับจะให้สรุปทุกครั้งว่า..ทำไมต้องสอนแบบนี้..แล้วเด็กได้อะไร..นำไปใช้อย่างไร..คุณธรรมข้อไหนที่ต้องการเน้นเป็นพิเศษ..
เช่น..สอนเรื่องการทำปุ๋ยหมัก..ในบ่อใบไม้ นักเรียนใส่มูลวัว รดด้วยน้ำหมักชีวภาพ ผมก็สรุปว่าเป็นเรื่องง่ายๆ ที่นักเรียนนำไปใช้ที่บ้านได้ นอกจากจะช่วยลดภาวะโลกร้อนแล้ว ยังช่วยสร้างให้เกิดปุ๋ยดิน นำไปปลูกผักได้ อีกทั้งเป็นการฝึกการทำงานร่วมกัน ฝึกให้เด็กรู้จักรับผิดชอบ...
เรียนรู้แล้วปฏิบัติได้ตามกระบวนการ..คราวนี้ผมก็ให้เด็กเขียนเรื่องและวาดรูป..ผู้กำกับก็ถามว่าทำไมต้องสอนแบบนี้ และเกี่ยวข้องกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอย่างไร..
ที่สอนแบบนี้ เพราะต้องการฝึกการเขียนให้นักเรียน..จากเรื่องใกล้ตัว ฝึกการเชื่อมโยง ลำดับความ เด็กจะได้วิเคราะห์สังเคราะห์ และภูมิใจในผลงาน..
ผมตั้งคำถามให้เด็กตอบ...นักเรียนเรียนรู้อะไร(พอประมาณ)..นักเรียนทำอย่างไร(เหตุผล) และทำแล้วได้อะไร (ภูมิคุ้มกัน) หล่อหลอมเป็นความรู้..ที่แฝงด้วยคุณธรรม..ความอดทนและสามัคคี
ผมให้นักเรียนแยกกระเพราแดง..จากแปลงใหญ่ นำไปปลูกริมรั้วข้างเล้าเป็ด..สอนการปลูก พูดคุยกันถึงเรื่องประโยชน์ของกระเพราและนำเศษฟางที่เน่าเปื่อยในเล้าเป็ดมาล้อมต้นกระเพราที่ปลูก..
สักวัน..กระเพราต้องงาม เพราะดินดีปุ๋ยดีนักเรียนช่วยกันรดน้ำ..เมื่อครัวโรงอาหารนำกระเพราไปประกอบอาหาร..นักเรียนจะรู้สึกดีใจ ภูมิใจ..ที่มีส่วนร่วมในโครงการอาหารกลางวัน..เห็นคุณค่าในสิ่งที่ลงมือทำ..
ผมนำนักเรียนไปเรียนที่โรงเรียนกบ..เพื่อให้นักเรียนสังเกตระบบนิเวศน์ เข้าใจถึงการพึ่งพาอาศัยกัน เอื้ออาทรต่อกัน..ที่สุดแล้ว..อยากเห็นนักเรียนมีความรักในสัตว์ทุกชนิด..
ส่วนการสอนนอกห้องเรียน..ให้นักเรียนเขียนคำ แต่งประโยค เพื่อโยงไปสู่การเขียนเรื่องจากภาพ..ที่ต้องสอนอย่างนี้ เพราะต้องการให้นักเรียนเห็นภาพใหญ่ที่น่าสนใจ ในบรรยากาศที่อิสระสบายๆ..ได้ผ่อนคลายและสนุก..เด็กจะรู้สึกรักโรงเรียน..และผมใช้สิ่งแวดล้อมของโรงเรียนเสริมต่อการเรียนรู้
ผมนำเด็กร้องเพลง”มาร์ชหนองผือ..จุดประสงค์ เพื่อใช้เพลงสอนภาษา..ผู้กำกับถามว่าแล้วเพลงให้อะไรเด็กบ้าง..เพลง..จะช่วยให้เด็กรู้จักโรงเรียนมากขึ้น กระตุ้นให้เด็กกระตือรือร้นและเกิดความรู้สึกภูมิใจในตนเอง..
ท้ายที่สุด..ผู้กำกับสัมภาษณ์แนวคิด..ว่าผมอยากเห็นโรงเรียนก้าวไปในทิศทางใด..จะท้อหรือไม่ถ้าพบปัญหาอุปสรรค..
ผมบอก..ก็อยากเห็นนักเรียนมีคุณภาพ..อ่านคล่องเขียนคล่อง เป็นคนดี..ดีในที่นี้ คือ ไม่เห็นแก่ตัว มีจิตอาสา..เป็นคุณธรรมพื้นฐานที่สำคัญ อยู่ที่ไหนก็ได้ สังคมต้องการคนที่เห็นแก่ส่วนรวม ถ้านักเรียนโตขึ้นไม่เห็นแก่ตัว..เขาจะสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง..สังคมจะมีปัญหาน้อยลง..
ผมจะท้อถอยไม่ได้..เพราะผมเริ่มต้นทำสิ่งดีๆมานานแล้ว..เดินตามรอยพ่อ สานต่อที่พ่อทำ..น้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง..มีความสุขกับงาน..ทุกวัน..
เย็นมากแล้ว.ต้องปิดกล้อง..ผู้กำกับให้ผมเดินเล่น..เดินช้าๆ เดินไปเดินมา..ดูอาคารสถานที่ ดูต้นไม้ใบหญ้า..กล้องก็เดินตามแล้วถ่ายผม..ไปเรื่อยๆ
ผมก็นึกขำ..ผู้กำกับเหมือนจะรู้ว่า ผมก็เดินแบบนี้ทุกวัน..เพื่อสำรวจประตูหน้าต่าง ไฟฟ้าประปา..ให้เรียบร้อยปลอดภัย..ก่อนกลับบ้าน...
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๐