วันคุ้มครองโลก รักษาสิ่งแวดล้อม มี หิริ โอตตัปปะ

(คัดลอกจาก วันคุ้มครองโลก - วิกิพีเดีย)

?วันคุ้มครองโลก (อังกฤษ: Earth Day) ตรงกับวันที่ 22 เมษายนของทุกปี ประกาศโดยโครงการสิ่งแวดล้อมสหประชาชาติ (United Nations Environment Program "UNEP") เมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2513

?ในประเทศไทยได้มีการจัดกิจกรรมวันคุ้มครองโลกเป็นประจำทุกปี โดยหน่วยงานต่าง ๆ เช่น กรีนพีซ

?นอกจากวันคุ้มครองโลก 22 เมษายนแล้ว ยังมีวันคุ้มครองโลกที่กำหนดขึ้นจากช่วงวิษุวัต (equinox) เช่นกัน วิษุวัตเป็นช่วงที่ในกลางวันและกลางคืนมีระยะเวลาเท่ากัน และเป็นการเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิในซีกโลกเหนือ และฤดูใบไม้ร่วงในซีกโลกใต้ โดยนับจากเหตุการณ์ธรรมชาติที่แกนขั้วโลกจะตั้งได้ฉากกับเส้นศูนย์สูตรมากที่สุด ในช่วงวันที่ 20-21 มีนาคมของทุกปี

?ประวัติ แก้ไข

?วันคุ้มครองโลกนี้ เกย์ลอร์ด เนลสัน (Gaylord Nelson) สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐอเมริกาเป็นผู้ริเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2505 ต่อมา สมาชิกวุฒิสภาเนลสันได้ตัดสินใจขอให้ประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดี ยกเรื่องสิ่งแวดล้อมขึ้นเป็นวาระแห่งชาติ เคเนดีเห็นด้วยและได้ออกเดินสายทั่วประเทศ เป็นเวลา 5 วัน 11 รัฐ ในช่วงเดือนกันยายนพ.ศ. 2506 (ก่อนที่ประธานาธิบดีเคเนดีจะถูกลอบยิงเสียชีวิต) การเดินสายครั้งนั้นนับเป็นจุดเริ่มต้นของการริเริ่มวันคุ้มครองโลก จนในปี พ.ศ. 2512 สมาชิกวุฒิสภาเนลสันได้ผลักดันให้มีการจัดการชุมนุมประชาชนระดับรากหญ้าทั่วประเทศขึ้น เพื่อให้แสดงความคิดเห็นในปัญหาสิ่งแวดล้อม และได้เชิญชวนให้ทุก ๆ คนร่วมการชุมนุมเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดกระแสความห่วงใยในวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่เป็นอยู่ของสังคมอเมริกันในขณะนั้น นำสู่ความสำเร็จของการก่อตั้งวันคุ้มครองโลกขึ้นต่อมา[1]

??????

? วันคุ้มครองโลก หรือ Earth Day ตรงกับวันที่ 22 เมษายนของทุกปี

?วันคุ้มครองโลก Earth Day

?วันคุ้มครองโลก 22 เมษายน

วันที่ 22 เมษายน เป็นวันที่ชาวโลกพร้อมใจกันกำหนดให้เป็น วันคุ้มครองโลก โดยมีที่มาและวัตถุประสงค์ เพื่อกระตุ้นให้ชาวโลกมีสำนึกในการปกป้องคุ้มครอง และดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมของโลก ให้รอดพ้นจากภัยพิบัติและความหายนะทั้งหลาย ที่อาจเกิดด้วยน้ำมือของมนุษย์ จะด้วยเจตนาหรือโดยความประมาทพลั้งเผลอก็ตามที

ในวันคุ้มครองโลกนี้ได้กล่าวถึงความเป็นมาของวันคุ้มครองโลก และธรรมคุ้มครองโลกที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทานไว้ให้แก่ชาวโลก

ความเป็นมาของวันคุ้มครองโลก

ในปีพุทธศักราช 2341 โธมัส โรเบิร์ต มอลทัส และเดวิด ริคาร์โด สองนักนิเวศน์วิทยาชาวอังกฤษ ได้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการผลิตอาหารให้เพียงพอกับความต้องการบริโภค เนื่องจากการเพิ่มจำนวนประชากรซึ่งกำลังทับทวีขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งสองได้ชี้ว่า อีกไม่ช้าสังคมยุโรปซึ่งส่วนใหญ่เป็นสังคมแบบชนบท ประชาชนอาศัยอยู่กันอย่างหลวม ๆ สบาย ๆ จะหนาแน่นไปด้วยผู้คน และจะกลายเป็นสังคมเมืองมากขึ้นไปเรื่อยๆ ผลจากการศึกษาดังกล่าว เป็นจุดเริ่มต้นให้หลายคนหันมาให้ความสำคัญในเรื่องสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น

?วันคุ้มครองโลก Earth Day

ต่อมาระหว่างปีพุทธศักราช 2433 ถึง 2463 ได้มีการจัดตั้งองค์กรคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติขึ้นหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกาได้เกิดหน่วยงาน เช่น สำนักงานฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม หน่วยรักษาป่าอุทยานแห่งชาติ ฯลฯ ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องยกเครดิตให้กับประธานาธิบดี ธีโอเดอร์ รูสเวลท์ ที่มีนโยบายแข็งขัน และปลูกฝังความหวงแหนทะนุถนอมสิ่งอันเป็นมรดกทางธรรมชาติ เช่น ป่าเขา แหล่งน้ำ ฯลฯ ให้เกิดขึ้น

แรก ๆ ปัญหาสิ่งแวดล้อมก็ยังไม่รุนแรงนัก ความพยายามในสมัยนั้น มักว่าด้วยเรื่องการนำเอาความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติหลาย ๆ ด้าน

หลังจากยุคนั้นมาแล้ว โลกก็เข้าสู่ภาวะสงคราม ในระหว่างเกิดสงครามโลกครั้งที่สอง สภาพบ้านเมือง เศรษฐกิจอยู่ในภาวะคับขัน พร้อม ๆ ไปกับการบีบบังคับให้แต่ละประเทศสร้างเทคโนโลยีที่อันตรายต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ปัญหาสิ่งแวดล้อมภายหลังสงคราม ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อมีการนำสารเคมีมาใช้เพิ่มขึ้น สถาบันการศึกษาและนักวิชาการต่าง ๆ ออกมาเคลื่อนไหวเกิดกระแสความตื่นตัวในเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างมากมายจนกระทั่งในวันที่ 22 เมษายน พุทธศักราช 2513 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ประชาชนจำนวนมากได้ออกมาเดินขบวนตามท้องถนน เรียกร้องให้รัฐเพิ่มมาตรการในการรักษาสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น อันเป็นที่มาของการสถาปนาวันนั้นเป็นวันคุ้มครองโลก หรือ Earth Day

?วันคุ้มครองโลก Earth Day

?ในครั้งนั้น ผู้แทนชาวพุทธทั่วโลก ได้อภิปรายในประเด็นนี้กันอย่างกว้างขวางและในที่สุดสมาชิกองค์กรพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก ได้พร้อมใจกันมีมติเอกฉันท์ให้วันคุ้มครองโลกเป็นวันที่ชาวพุทธจะได้จัดกิจกรรมเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม รวมทั้งรักษาใจให้ใสสะอาดบริสุทธิ์ โดยการจัดกิจกรรมทำความสะอาดศาสนสถาน และการเจริญสมาธิภาวนา กลั่นจิตกลั่นใจให้ใสควบคู่กันไป

?หิริ โอตตัปปะ ธรรมคุ้มครองโลก

หิริ โอตตัปปะ ม.มู. มหายมกวรรค มก. ๑๙/๒๒๐ , มจ. ๑๒/๔๕๒, ปส. ๑๘/๓๐๗

หิริ คือ สิ่งใดอันบุคคลผู้ควรละอายย่อมละอาย มีภายในเป็นสมุฏฐาน เป็นอัตตาธิปไตย หิริดำรงอยู่ในสภาพของความละอาย

โอตตัปปะ คือ สิ่งใดอันบุคคลผู้ควรเกรงกลัว มีภายนอกเป็นสมุฎฐาน เป็นโลกาธิปไตย โอตตัปปะดำรงอยู่ในสภาพความกลัว

หิริและโอตตัปปะ ธรรมเหล่านี้เรียกว่าธรรมคุ้มครองโลก เพราะรักษาโลก

⚐?เหตุเกิดความกลัวบาป อัง.ทุก. กัมมกรณวรรค มก. ๓๓/๒๘๕, มจ. ๒๐/๕๗, ปส. ๓๕/๑๖๖

พระศาสดาประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ตรัสแก่ภิกษุทั้งหลายถึงโทษ 2 ประการ คือ

1. โทษที่เป็นไปในปัจจุบัน บุคคลบางคนในโลกนี้ประพฤติชั่ว ถูกพระราชาจับได้ ย่อมถูกรับสั่งให้ทำกรรมกรณ์นานาชนิดด้วย แส้ หวาย ตะบอง ตัดมือ ตัดเท้า ฯลฯ เขาคิดว่า เพราะบาปกรรมเป็นเหตุ เมื่อกลัวต่อโทษที่เป็นไปในปัจจุบัน จึงไม่ประพฤติชั่ว

2. โทษที่เป็นไปในภพหน้า คือ วิบากอันเลวทรามของกายทุจริต วาจาทุจริต และมโนทุจริต เป็นโทษที่บุคคลพึงได้เฉพาะในภพหน้า เมื่อกายแตกทำลายไป ย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก เพราะกลัวต่อโทษที่เป็นไปในภพหน้า จึงละกายทุจริต วจีทุจริต และมโนทุจริต แล้วเจริญกายสุจริต วจีสุจริต และมโนสุจริต

พระมาลกติสสะ นายพรานเปิดดูน้ำในตุ่มแต่ไม่เห็นน้ำ อัง.ทุก. กัมมกรณวรรค มก. ๓๒/๕๘,ปส. ๓๓/๔๗

พระมาลกติสสะเกิดในครอบครัวพราน เจริญวัยแล้วครองเรือน ออกทำกับดักสัตว์ สะสมบาปเป็นอันมาก วันหนึ่ง เขาออกจากเรือนไป ฆ่าเนื้อที่ติดบ่วงกินแล้วเกิดความกระหายน้ำ เข้าไปในคเมณฑวาสีวิหารเห็นหม้อน้ำ 10 ใบ เปิดดูแล้วไม่เห็นน้ำ พระเถระมาเปิดดูแล้วเห็นน้ำเต็มอยู่ จึงเอาน้ำรดมือเขา น้ำนั้นแห้งดุจรดน้ำลงในกระเบื้องร้อน เขาดื่มน้ำจนหมดทั้ง 10 หม้อก็ยังไม่หายจากความกระหาย

พระเถระจึงถามว่า ท่านทำกรรมหยาบช้าอะไร จึงมีสภาพเหมือนเปรตในปัจจุบันทีเดียว นายพรานเกิดความสังเวช จึงรื้อเครื่องประหารกับดักสัตว์ออก แล้วออกบรรพชา เขาปรารถนาจะเห็นสัตว์นรก พระเถระให้สามเณรเอาไม้สดมา แล้วเอาไฟนรกเท่าขนาดหิ่งห้อยมาใส่ลงไป กองไม้สดไหม้เป็นเถ้าถ่านในทันที เขาจึงเร่งบำเพ็ญวิปัสสนาธุระ ณ จิตตบรรพตมหาวิหาร จนสามารถบรรลุอรหัตผล

____________________________

?วันคุ้มครองโลก (คัดลอกบางส่วนจาก ดีเอ็มซี ดอท ทีวี)

?วันคุ้มครองโลก (Earth Day) คำว่าโลกในที่นี้มีความหมายอยู่ 2 นัย นัยแรก หมายถึง โลกทางกายภาพ ที่มีภูเขา แม่น้ำ พื้นดิน แผ่นฟ้า มหาสมุทร ส่วนอีกนัยหนึ่ง หมายถึง ชาวโลก คือ สรรพชีวิตทั้งปวงที่อาศัยอยู่บนโลก การคุ้มครองโลกจึงหมายถึงการคุ้มครองทั้งสิ่งแวดล้อมและคุ้มครองชาวโลกด้วย

การคุ้มครองโลกเริ่มต้นด้วยการคุ้มครองใจ

?ปัจจุบันโลกใบนี้กำลังเผชิญปัญหาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมเป็นพิษที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นและพบกับภาวะที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตหลากหลายรูปแบบอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเกี่ยวกับมลภาวะทางอากาศ ทางน้ำ หรือการทำลายป่าที่ส่งผลให้เกิดวาตภัย อุทกภัยอย่างไม่ทันตั้งตัว จนก่อให้เกิดความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินต่อประชากรโลกในหลายๆ ประเทศ

?ภัยธรรมชาติต่างๆ นาๆ จะมาเยือนหากเราไม่ช่วยกันดูแปกป้องคุ้มครองโลกใบนี้

ด้วยเหตุนี้จึงมีคนกลุ่มหนึ่งรวมตัวกันเรียกร้องให้ชาวโลกหันมาสนใจ และตระหนักถึงความสำคัญของการ คุ้มครองโลกให้อยู่รอดปลอดภัยจากภัยต่างๆ โดยการคุ้มครองโลกมีจุดเริ่มต้นครั้งแรกจากความคิดของวุฒิสมาชิกชาวอเมริกัน Gaylord Nelson ที่ได้รณรงค์ให้ชาวอเมริกันร่วมกันพิทักษ์คุ้มครองโลก และหลายองค์กรได้ให้ความสำคัญกับกระแสของการรณรงค์เพื่อคุ้มครองโลกให้โลก สงบสุขดังกล่าว วันคุ้มครองโลกจึงถูกกำหนดขึ้นเมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2513

?ภัยธรรมชาติที่พบเจอเราจึงต้องช่วยกันดูแลคุ้มครองโลกใบนี้

หลังจากที่มีการผลักดันของกลุ่มบุคคลต่างๆ เป็นเวลายาวนานถึง 8 ปี โดยองค์กรทางศาสนาก็เล็งเห็นความสำคัญกับกิจกรรมนี้ด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งในส่วนของพระพุทธศาสนานั้น องค์การยุวพุทธสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (ยพสล.) ได้มีมติให้วันที่ 22 เมษายนของทุกปีเป็น วันคุ้มครองโลก ภายใต้คำขวัญว่า “Clean the World Clean the Mind” เพราะตระหนักดีว่าทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมที่ทรงคุณค่าที่สุด คือใจของมนุษย์ ซึ่งควรจะได้รับการปกป้องคุ้มครองรักษาด้วยธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้เป็นใจที่สะอาดบริสุทธิ์ ปราศจากกิเลส คือ ความโลภ โกรธ หลง ที่คอยชักใยให้มนุษย์เกิดความคิดคำพูดและการกระทำที่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน ทำให้ได้รับความทุกข์ร้อนใจอย่างไม่รู้จักจบสิ้น

?พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสสอนชาวโลกให้

ละชั่ว ทำดี ทำใจให้ผ่องใส?

❎อีกทั้งศัตรูที่แท้จริงของมวลมนุษยชาติหาใช้เพื่อนร่วมโลกที่ต่างกันด้วยเชื้อชาติ ศาสนา ภาษา หรือความเชื่อไม่ แต่แท้จริงแล้วคือกิเลสที่อยู่ภายในใจของมนุษย์โลกทุกๆ คน ที่จำเป็นจะต้องขจัดออกไปให้หมดสิ้นตามแนวทางที่พระบรมศาสดาได้ทรงวางไว้ คือ การหมั่นทำทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา เพื่อเพิ่มพูนสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นในใจของมนุษย์อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้จิตใจของมนุษย์มีคุณภาพที่สูงขึ้นจนกระทั่งเกิดความละอายที่จะทำความชั่วและกลัวผลของกรรมชั่วที่จะติดตามมาทั้งในโลกนี้และโลกหน้า เพราะมนุษย์เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง และมนุษย์คือกลไกสำคัญแห่งการดำเนินไปของสังคมโลก อีกทั้งเป็นศูนย์กลางการพัฒนาที่จะนำไปสู่การสร้างสมดุลแก่สรรพชีวิต รวมถึงแก่สิ่งแวดล้อม ดังนั้นจึงมุ่งให้ความสำคัญแก่การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มุ่งนำสิ่งที่ดีที่สุด เพื่อยกคุณภาพมนุษย์ให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างสมดุลทั้งด้านการพัฒนาวัตถุและการพัฒนาทางจิตใจ เพราะเมื่อบุคคลทั้งหลายเข้าถึงธรรมได้เวลาใด ณ เวลานั้น ทุกคนจะรู้ว่าสันติสุขภายในจิตใจสร้างสรรค์ให้เกิดสันติภาพภายนอกอย่างแท้จริงได้

?วันคุ้มครองโลก Earth Day?

เมื่อใดก็ตามที่มนุษย์ทุกเชื้อชาติ ศาสนา ได้ปล่อยวางความเชื่อเดิมไว้ชั่วคราวแล้วให้โอกาสตนเองได้ก้าวเข้ามาศึกษาความจริง เมื่อนั้นมนุษย์ทุกคนจะสามารถสัมผัสกับความสุขอันละเอียดประณีตภายใน ที่ส่งผลให้จิตใจเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น และจะหันมาส่งความรักความปรารถนาดีต่อเพื่อนมนุษย์ สรรพสัตว์ รวมไปถึงสิ่งแวดล้อมทั้งปวง ซึ่งนับเป็นชัยชนะที่แท้จริง ที่มวลมนุษยชาติเฝ้าแสวงหามาโดยตลอด เมื่อถึงวันนั้นโลกทั้งใบก็จะได้รับการคุ้มครองรักษาด้วยธรรมะที่เกิดขึ้นกลางใจของมวลมนุษย์อย่างแท้จริง

  • ??⛱????⛺??⛆☁??✨

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน แผ่เมตตา



ความเห็น (1)

Lakkana
IP: xxx.30.65.125
เขียนเมื่อ 

ความละอายและเกรงกลัวต่อบาปและผลของบาป คือธรรมเครื่องคุ้มครองโลก