โดยส่วนตัวผมไม่ชอบโชว์ผลการเรียนของลูกนะ
ผมไม่เชื่อว่า เกรดจะบ่งบอกว่าเขาเป็นคนเรียนเก่ง
แต่ผมชอบดูเวลาเพื่อน ๆ โชว์ผลการเรียนของลูก ๆ นะ
ชื่นชมว่าเพื่อน ๆ เลี้ยงลูกได้ดีกันมาก ๆ เด็ก ๆ ก็เก่ง
.
ความรู้ต้องมาจากความรัก ผมเชื่อเช่นนั้น
เกรดบอกแค่ว่าลูกเรารักและสนใจในรายวิชาใดเท่านั้น
ผมคิดมาจากตัวเอง ผมไม่เคยได้ 4 วิชาเลขเลย
เพราะผมไม่ชอบเลข เวลาเรียนผมเลยไม่สนใจ นั่งวาดรูป
ผมไม่เคยได้เกรด
อื่นเลยนอกจาก 4 ในวิชาภาษาไทย
เพราะผมชอบวรรณคดี
ชอบเวลาครูสอน ชอบกลอน
.
ลูกเคยสอบได้ 4.00 หรือเกรด 4 ทุกวิชา ผมไม่ชอบ
เพราะผมไม่สามารถวิเคราะห์ได้ว่า เขาควรจะไปทางไหน
เพราะเขาไม่มีจุดด้อยเลย ซึ่งในชีวิตจริงมันเป็นไปไม่ได้
ที่คนเราจะไม่มีข้อด้อยหรือจุดบกพร่องควรพัฒนา

.
ผมไม่มีนโยบายให้เด็ก ๆ ทั้งสองคนเรียนพิเศษเลย
เพราะผมเรียนพิเศษตั้งแต่ ป.1-ม.6 เรียนเพื่อทำการบ้าน
แต่ผมส่งเสริมให้เขาเรียนพิเศษจริง ๆ คือ ว่ายน้ำ ดนตรี
ผมซื้อ iPhone ให้เด็กสองคนใช้แทนในราคาแพง
เงินเหล่านั้นมาจากเงินที่จะต้องจ่ายไปกับค่าเรียนพิเศษ
ปัจจุบัน หวาหว่าใช้ iPhone 7 plus เชงเชงใช้ mini iPad
.

หวาหว่าสอนการเอาเพลงจาก YouTube มาเป็น ringtone
เชงเชงสอนเล่น mine craft ออกแบบบ้านสองมิติ
หวาหว่าสอบ AFS ไปอิตาลีได้ตอน ม.3 ได้ทุนจาก US
ส่วนเชงเชงท่องสูตรคูณไม่ได้ แต่วาดรูปได้สวยมาก
และเคยทำงานเป็นช่างถ่ายภาพให้ผมได้วันละ 300 บาท
.
ผมคุยกับหวาหว่าเรื่องการเมืองของไทย ปัญหาสังคม
เกาหลีเหนือทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ เรื่องเรียนไม่ค่อยคุย
หวาหว่าฟังเพลง ดูหนังเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด
ส่วนเชงเชง ผมคุยเรื่องกีฬา เกมส์และการใช้เวลาว่าง
.
ผมคิดแค่เพียงว่า วันใดที่ผมไม่อยู่บนโลกใบนี้
เขาต้องอยู่ได้ท่ามกลางความเลวร้ายของสังคมรอบข้าง
.
บางทีสิ่งที่เรียกว่าการศึกษาไม่ได้มีอยู่แค่ในห้องเรียน
และความสำเร็จหรือล้มเหลวไม่ได้อยู่ที่ผลการเรียนเสมอไป"

<p “=””>:: สอนแบบผม สอนแบบสุดปฐพี :: </p>