​สุภาษิต คำพังเพย ข้อคิด พิชิตอธรรม

ถวิล
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

สุภาษิต คำพังเพย ข้อคิด พิชิตอธรรม

ดร.ถวิล อรัญเวศ
รอง ผอ.สพป.นครราชสีมา เขต 4

๑. กล้า ควรกล้าในทางที่ดี มิใช่กล้าอย่างบ้าบิ่น

๒. อย่ากินตามอยาก จะทำให้สุขภาพร่างกายถูกโรคภัยมาเบียดเบียน

๓. โกรธ คือโง่ โมโห คือบ้า ไม่โกรธ จะทำให้พาสง่า และดูสบายตา

พาสบายใจ

๔. จะตำหนิใคร พึงสำรวจตนเองก่อน ตำหนิคนที่ควรตำหนิ ยกย่องคน

ที่ควรยกย่อง

๕. อ่อน จงสุภาพอ่อนโยน แต่อย่าอ่อนแอ แข็ง ให้แข็งแรง

อย่าเป็นคนแข็งกระด้าง

๖. จงทำดี มีศีลธรรม ถือความสัตย์

๗. อย่านอนตื่นสาย อย่าอายทำกิน อย่าหมิ่นเงินน้อย

อย่าคอยวาสนา และอย่าบ้าการพนัน

๘. ความรู้ที่มีแต่ในหนังสือ ทรัพย์ใดที่เรามี แต่อยู่ในมือคนอื่น

ครั้นยามจะใช้มาถึง ความรู้นั้นหาใช่ความรู้ไม่ ทรัพย์ก็หาใช่ทรัพย์ไม่

๙. ทำดี แต่อย่าเด่น อาจเป็นภัย เพราะไม่มีใครอยากเห็นเราที่เด่นเกิน

๑๐. เงินทองเป็นของนอกกาย เมื่อสูญหายอย่าเสียใจจนตรอมใจตาย

๑๑. อย่ามองคนชั่วว่าเลวร้าย เพราะถ้าไม่มีเขาจะรู้ได้อย่างไรว่าเรา

เป็นคนดี พึงให้โอกาสแก่กันและกันเท่าที่จะทำได้

๑๒. ถ้าจะมีศรัทธา จงมีศรัทธาที่ประกอบด้วยปัญญา ไม่เช่นนั้นอาจจะ

มองว่า เราเป็นคนงมงาย

๑๓. พึงทำทุกอย่างด้วยความสุจริต เมื่อสุจริต จิตผ่องใส เมื่อทุจริต

จิตหมกไหม้

๑๔. เงินทองของนอกกาย ไม่ตายหาได้ ถ้าเราขยัน

๑๕. แบบอย่างที่ดี มีค่ามากกว่าคำสอนหลายพันเท่า

๑๖. จะเป็นสุข ก็ต้องทุกข์ บุกสู้ไปก่อน

๑๗. ให้อภัยผู้อื่น คือความเข้มแข็งทางจิตใจ ให้อภัยศัตรู เป็นการเปิด

ประตูเพื่อมิตรภาพที่ดี

๑๘. ทำดีโดยไม่หวังอะไรนั้นแหละ ท่านจะได้อะไร……….

๑๙. อย่านอนตื่นสาย อย่าอายทำกิน อย่าหมิ่นเงินน้อย อย่าคอยวาสนา

และอย่าบ้าคลั่งกับการพนัน

๒๐. การเข้าใจผิด อาจเป็นยาพิษต่อมิตรภาพที่จะบังเกิดขึ้น

๒๑. คนล้ม อย่าข้าม วันพระคงไม่มีเพียงวันเดียว

๒๒. อดีตเป็นบทเรียน ปัจจุบันทำดีที่สุด อนาคตจะดีไปเอง

๒๓. โง่ไม่เป็น เป็นใหญ่ยาก แต่ถ้าฉลาดไม่เป็น คงเป็นใหญ่ลำบาก

๒๔. เสียอะไรก็เสียไปเถอะ แต่อย่าเสียกำลังใจ

เสียกำลังใจ เหมือนสูญเสียทุกอย่าง

๒๕. อย่าทำให้คนอื่นรู้ว่าเราอ่อนแอ เพราะฉะนั้น เมื่อทุกข์จงมีสุข

กับมันเสมือนเรามีสุข

๒๖. พีงอดทนต่อคำไม่ดีเหมือนคนที่บอกเราไปเอาขุมทรัพย์ เขาจะด่า

จะว่าอย่างไร แต่เรายังยิ้มได้เสมอ ไม่โกรธเพราะเราอยากได้ทรัพย์

๒๗. โลภมาก ลาบหาย ให้สบายๆ กับสิ่งที่มีอยู่ และใช้ให้เกิดประโยชน์

คุ้มค่า

๒๘. ทำดีเสมอต้นเสมอปลาย ดีกว่าทำดีเพียงหวังผล

๒๙. จงฉลาดทางอารมณ์ และเฉียบคมทางปัญญา

๓๐. ผู้บริหารที่เก็บอารมณ์โกรธไม่ได้ จะกลายเป็นตัวตลกในฝูงชน

๓๑. สตรี มีอำนาจเหนือขุนพล เพราะความงามของสตรีอาจปลิดชีวิต

ขุนพลได้

๓๒. พึงให้โอกาสแก่คนที่เขาด้อยโอกาส เพราะนั้นจะเป็นการสร้าง

บุญกุศลที่ประมาณค่ามิได้

๓๓. ทำดี ดีกว่าขอพร ทำชั่วจะวอนให้พระช่วยคงไม่ได้ผล

จงอุทิศตนเพื่อความดี ดีกว่าวอนพระให้ช่วยเพียงอย่างเดียว

๓๔. จะพูดอะไร ให้ฟังสบายหู จะทำอะไรให้ดูสบายตา จะตัดสิน

อะไร ให้พาสบายใจ

๓๕. อย่าทำดีเพราะอยากได้ดีหวังผลตอบแทน จงทำดีเพื่อความดี

๓๖. บุญและบาป ประดุจเงาตามตัว เพราะฉะนั้น พึงทำดีให้มาก

ทำบาปให้น้อย

๓๗. จงมองโลกในแง่ดี จะพาชีวีมีสุข

๓๘. ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นอาจถึงตน อย่ากลั่นแกล้งใครเพราะใจริษยา

๓๙. งานคือเกียรติยศ คนที่ทำงานสุจริต คือผู้มีเกียรติยศ

๔๐. ตำแหน่ง เป็นเพียงหัวโขน หรือตัวละครเท่านั้น ฉะนั้น จงทำตน

ให้เหมาะสมกับตำแหน่งที่เราได้รับ

๔๑. จงเป็นนายแห่งทาน ไม่ใช่ทาสแห่งทาน

๔๒. ทำงานใหญ่พึงสุขุม ทำงานน้อยพึงละเอียดถี่ถ้วนเพราะไม่เช่นนั้น

อาจเหมือนคำที่ว่า “ถี่รอดตาช้าง ห่างรอดตาเลน”

๔๓. น้ำร้อนปลาเป็น น้ำเย็นปลาตาย ทำอะไรพึงนิ่มนิ่ม

๔๔. อย่าอคติเพราะรักชอบพอกัน โกรธกัน ลุ่มหลงในรูปลักษณ์

๔๕. ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง แต่ถึงแต่งอย่างไรก็ไม่งาม

ถ้าเป็นคนวู่วามโกรธง่าย

๔๖. เป็นผู้บริหาร อย่าให้เขาเห็นว่าเราทำงานเพียงต้อนรับแขก

แดกเหล้า เข้าประชุม และอุ้มนารี

๔๗. จงรักษาวุฒิภาวะทางอารมณ์ของผู้นำ อย่าให้เขาจับได้ว่าเราโกรธ

๔๘. คนอึดและทนเท่านั้น จะเป็นผู้ชนะ

๔๙. ก่อนเชื่อสิ่งใดให้พิสูจน์ ก่อนจะพูดให้ยั้งคิดวินิจฉัย ก่อนจะทำอะไร

คิดให้ถ้วนถี่จะดีเอย

๕๐. เป็นผู้บริหารอย่าจิตใจอ่อนแอแพ้ความงาม และอย่าสร้างคนโปรด

โกหกหลอกลวงผู้อื่น ในวันนี้
อาจถูกผู้อื่นโกหกหลอกลวง ในวันหน้า

เหยียดหยามผู้อื่น ในวันนี้
อาจถูกผู้อื่นเหยียดหยาม ในวันหน้า

โกรธผู้อื่น ในวันนี้
อาจถูกผู้อื่นโกรธในวันหน้า

ริษยา อาฆาตผู้อื่น ในวันนี้
อาจถูกผู้อื่นริษยา อาฆาต ในวันหน้า

ฆ่าผู้อื่น ในวันนี้
อาจถูกผู้อื่นฆ่า ในวันหน้า

นินทาให้ร้ายคนอื่นวันนี้

อาจถูกเขานินทาให้ร้ายในวันหน้า

จงทำดี และรักษาความดีไว้

ประดุจเกลือรักษาความเค็ม



















บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บทความทางวิชาการถวิล อรัญเวศ



ความเห็น (0)