เมื่อดิฉันมีโอกาสออกไป Socialization โดยการฟังบรรยายของ Dr.Hirotaka  Takeuchi  : Dean of the Graduate school of international Corporate Strategy,  Hitotsubashi University เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 49 ณ Intercontinental Hotel กทม. แล้ว ก็ควรที่จะกลับมา Externalization  ด้วยการกลั่นกรอง คิด และ เขียนออกมาเป็นตัวหนังสือ อ้อ....ยิ่งถ้าเขียนลง Blog ด้วยแล้ว จะได้ Combination อย่างน้อยก็กับท่านอาจารย์ประพนธ์ ที่กลั่นออกมาอย่างดี กับทั้งอาจได้ Connecting อื่นๆ อีก อย่างนี้ คงทำให้ดิฉันได้ดูดซับความรู้เข้าไปในตน Internalization เพื่อนำไปปฏิบัติให้ดียิ่งๆ ขึ้น ตามสูตร SECI ได้บ้าง

          การได้ฟังบรรยายครั้งนี้ ถือว่าเป็นโชควาสนาอย่างยิ่ง ทั้งที่ตอนแรก ดิฉันตั้งความหวังถึงผลที่ได้จากการเรียนรู้เพียงระดับปานกลาง ยอมรับว่า ที่สนใจก็เพราะ ชื่อเรื่องบรรยายมีคำว่า Zen approach ต่อท้าย นอกเหนือจากนี้ ความรู้เก่าจากประสบการณ์ก็บอกตนเองว่า "คงต้องตั้งใจฟังเพราะเป็นชาวญี่ปุ่นพูดภาษาอังกฤษ ให้คนที่หูไม่ค่อยจะกระดิกฟัง"

          เมื่อรับเอกสารประกอบการบรรยาย มาพลิกดู ซึ่งเป็น slide power point 73 แผ่น ก็ไม่เห็นจะมีเรื่องเกี่ยวกับ ZEN ตรงไหนเลย  slide ส่วนใหญ่เป็นภาพ มีคำบรรยายประกอบเล็กน้อย (เรื่องภาพเยอะตัวหนังสือน้อยอย่างนี้ ที่จริงตรง spec ดิฉัน และต้องเตรียมตั้งใจฟังมากขึ้น เพราะนัยของความรู้อยู่ที่รูปแน่ๆ)

          ดิฉันโชคดีที่พบคุณไพฑูรย์   (ไพฑูรย์  ช่วงฉ่ำ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฯ ฝ่ายวิชาการโรงพยาบาล มน.) เพราะคุณไพฑูรย์แท้ๆ ที่ทำให้ดิฉันได้นั่งใกล้กับท่านอาจารย์ประพนธ์  (ดร.ประพนธ์  ผาสุขยืด) ไปด้วย  อาจารย์ประพนธ์ติดหนังสือ เรื่อง The Knowledge-Creating Company: How Japanese Companies Create the Dynamics of Innovation ซึ่งแต่งโดย Ikujiro Nonaka และ Hirotaka Takeuchi มาแล้วพลิกบางหน้าให้ดิฉันดู  เป็นเหตุให้ดิฉันต้องกลับมาสืบค้น ด้วยความอยากมีไว้ครอบครองเสียเหลือเกิน ดังนี้ค่ะ  

          ผิดคาด และเกินคาด จริงๆ นับแต่ ดร. Takeuchi พูดตั้งแต่ต้นจนจบ ดิฉันฟังรู้เรื่องดีทีเดียว เพราะท่านเป็นชาวญี่ปุ่นท่านแรกที่ดิฉันเคยพบเคยเห็นว่า พูดภาษาอังกฤษได้ชัดเจน สำนวนดีกว่าคนฝรั่งพูดเองเสียอีก  แถมเป็นนักพูดที่สามารถพูดเร้าอารมณ์คนได้อย่างวิเศษสุด  ได้ทั้งความสนุกสนานและความรู้ในเวลาเดียวกัน

          ท่านอาจารย์ประพนธ์ ได้สรุปแก่นของเนื้อหาการบรรยายไว้อย่างสมบูรณ์แล้ว ตาม Link ที่ดิฉันแปะไว้ข้างบน ดิฉันขอผสมเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย เป็นเครื่องเคียงแล้วกันนะคะ

  • ในโลกปัจจุบันเขาลำดับความยิ่งใหญ่ทางธุรกิจกันด้วย ความสามารถในการสร้างนวัตกรรม  ไม่ใช่เงินทุน ตลาด เทคโนโลยี ฯลฯ  Top 10 Ranking of Companies Filing Patents in US in 2005 ได้แก่ IBM,  Cannon,  Hewlett-Packard,  Matsushita,  Samsung Electronics, Micron technology, Intel, Hitachi, Toshiba และ Fujitsu (ที่ขีดเส้นใต้ เป็นบริษัทของ JP)
  • นวัตกรรมไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์ หรือเทคโนโลยี (product innovation) ยังมี soft type of innovation ได้แก่
    • services innovation
    • bussiness process innovation
    • bussiness model innovation
    • management and culture of innovation
    • policy and society innovation
  • ประโยคทอง
    • You can innovate your bussiness model and disrupt your industry.
    • You can innovate in services to de-position your competition.
    • You can innovate to make a difference.
    • You can collaborate with others to create innovation that matters.
  • สังคมอุตสากรรม (เก่า) :
    • Machinary
    • Robot          
    • Assembly line
  • สังคมแห่งการเรียนรู้ (ใหม่) :
    • Head  and Hand in every employee
  • Head = Explicit Knowledge :
    • Words
    • Numbers
    • Data
    • Formula
    • Sound
    • Picture
  • Hand = Tacit Knowledge :
    • 5 sense : ตา  หู  จมูก  ลิ้น  สัมผัส
    • Experience
    • Insight, hunch, intuition
    • Emotions, Feeling
    • Ideals, beliefs, values

          แล้ว...เรื่อง Zen เข้ามาแทรกตอนไหนบ้าง?

          ก็มีอยู่บ้างนะคะ  แต่ก็เป็นการแทรกในเรื่องธุรกิจ

          คือ มีการพูดถึงแนวคิดการผลิตสินค้าที่ตอบสนองความเชื่อในปรัชญาของ Zen ที่ยึดหลัก Minimalization, Simplicity, Oneness of body and Mind เป็นต้น

          ดังนั้น เมื่อจบการบรรยาย จึงมีท่านผู้สนใจถาม คำถามแรกว่า แล้ว Innovation กับ Zen มันเกี่ยวกันยังงัย??

          ดร. Takeuchi  ตอบว่า ทั้งสองอย่างมีความเป็น Wholistic เหมือนกัน