การทำงานกับแพทย์จึงต้องเข้าใจแพทย์ด้วย หากมองทางบวกต่อกัน เราก็จะเริ่มหาส่วนที่คล้ายกัน หันเข้าหากัน ก็จะใกล้กันเรื่อยๆ ความสนิทสนมกลมเกลียวก็จะเพิ่มขึ้น หากเราไม่เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง เราก็จะเริ่มปรับหาคนอื่นก่อน แรกๆเราอาจจะรู้สึกว่าทำไมต้องเป็นเรา แต่พอทำๆไปเราก็จะพบว่าสิ่งที่ทำคนที่ได้ไม่ใช่เขาเท่านั้นแต่เป็นเราและคนไข้ด้วย
การจัดตารางปฏิบัติงานของแพทย์ที่โรงพยาบาลบ้านตากทำแบบนี้มา 2
ปีกว่าแล้วโดยมีแพทย์ 5 คน(รวมแพทย์หมุนเวียนด้วย)
จะมีการแบ่งหน้าที่เป็น 5 จุดคือOPD1,Stanby
1,Ward 2,ER/PCU 1 รวม 5 คนพอดี
แต่เมื่อเสร็จภารกิจจากจุดตนเองจะต้องมาอยู่ที่ OPDหรือER
โดยใช้หลักการช่วยกันดูแลคนไข้ทุกจุดที่มี
หากเป็นวันอังคารและศุกร์ที่ต้องออกPCU
จะทำให้แพทย์ที่อยู่ในโรงพยาบาลลดลง 1 คน
แพทย์ที่ดูตึกชายจะมาช่วยออกOPDก่อน ประมาณ 10
โมงเช้าจึงจะไปราวน์ วอร์ด เพื่อช่วยให้ความรวดเร็วกับผู้ป่วยนอกก่อน
หากมีจุดไหนลา แพทย์ที่เป็นStand by
จะไปแทนโดยอัตโนมัติ หากจุดบริการไหนมีปัญหาเร่งด่วน
ตามแพทย์ที่รับผิดชอบไม่พบ
แพทย์ที่อยู่ใกล้ที่สุดหรือตามได้เร็วที่สุดจะไปช่วยดูให้ก่อนเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย
ส่วนใหญ่แล้วถ้าผมราวน์วอร์ด ผมจะไปตรวจคนไข้ก่อน 8 โมงเช้า
เพื่อที่จะได้มาช่วยออกOPDหรือไปประชุมได้
ผมจะรับดูแลหอผู้ป่วยประมาณ 2 สัปดาห์/เดือน(ดูหอผู้ป่วยชาย 1
สัปดาห์และหอผู้ป่วยหญิง 1 สัปดาห์)
ทำให้ลดปริมาณงานของแพทย์ประจำไปได้ 1 จุด
จากการช่วยกันแบบนี้ทำให้อัตราการรอคอยของผู้ป่วยนอกลดลงไปได้มาก
ในเรื่องการจัดตารางเวรนอกเวลา
ถ้าเป็นวันธรรมดาจะมีแพทย์คนเดียวตรวจคนไข้อยู่ที่บนอาคารเลย
ไม่ได้เป็นแบบon call
ส่วนวันหยุดเสาร์-อาทิตย์-นักขัตฤกษ์จะมีแพทย์เวร 2
คนคือประจำที่ห้องฉุกเฉิน 1 คน และที่หอผู้ป่วย 1
คนและมีการจัดเวรชันสูตรพลิกศพด้วย
การราวน์วอร์ดของเราจะไม่ได้ดูว่าใครadmit่จะดูกันเป็นวอร์ดไปเลย
ข้อดีคือผู้ป่วยจะได้ดูแลโดยแพทย์คนเดียวกัน พร้อมๆกัน
และหากเปลี่ยนสัปดาห์ก็จะเปลี่ยนแพทย์ที่ดู หากเป็นโรคเรื้อรัง
ความตื่นตัวของแพทย์คนที่มาดูใหม่จะดีมาก ช่วยลดความผิดพลาดลงไปได้
ข้อเสียคือแพทย์ที่Admitผู้ป่วยอาจจะไม่ได้ดูต่อเนื่อง
แต่เราก็มีระบบบันทึกความเปลี่ยนแปลงผู้ป่วยไว้สื่อสารกันอยู่แล้ว