องค์กรแพทย์มีหน้าที่หลักคือดูแลแพทย์ด้วยกันให้อยู่ในหลักวิชาการและจรรยาวิชาชีพที่เหมาะสม ไม่ใช่ตั้งเป็นองค์กรเพื่อต่อรองกับผู้บริหาร(อันนี้รวมทั้งองค์กรพยาบาลด้วย ผมได้ข้อสรุปนี้จากการพูดคุยกับพี่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกระบี่ที่โรงพยาบาลผ่านHAและพี่เขาเก่งมาก มีความรู้ความสามารถทางการบริหารมาก นั่งฟัง 2 ชั่วโมงได้เทคนิคการบริหารเพรียบ) การจัดตารางเวรการทำงานองค์กรแพทย์ก็จะคุยกันเอง มีการจัดการสำรองงานกัน และมีการช่วยเหลือกัน หากความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์ด้วยกันดี การดูแลผู้ป่วยก็จะดีตามไปด้วย และหมอก็จะช่วยกันปิดรอบรั่วที่จะเป็นความเสี่ยงต่อผู้ป่วยให้กันและกันด้วย
อีกประเด็นหนึ่งที่มักเจอปัญหากันมากคือมักบ่นว่าแพทย์ไม่ให้ความร่วมมือกับการทำคุณภาพ
โดยมองว่าความร่วมมือคือการเข้าประชุมคณะกรรมการต่างๆ
ซึ่งผมเองก็มองว่าโอกาสที่แพทย์จะเข้าประชุมจะน้อยอยู่แล้ว
บางโรงพยาบาลมีหมอแค่ 2-3 คน มัวประชุมก็ไม่ต้องตรวจคนไข้กันละ
บางทีเราอาจประชุมโดยไม่ต้องประชุมก็ได้
เช่นกรรมการก็คิดกันไปก่อนเป็นตุ๊กตาตั้งไว้แล้วก็นำไปปรึกษาแพทย์ที่เป็นกรรมการ
หรือการให้กรรมการที่สนิทกับแพทย์ท่านนั้นเป็นตัวนำร่องในการเชิญแพทย์คนนั้นมาร่วมกันทำกิจกรรม
เป็นต้น สมัยแรกๆทำHA
จะเจอปัญหาบ่อยๆว่าแพทย์ไม่ค่อยเขียนอะไรเลย
ทำให้คะแนนประเมินแฟ้มผู้ป่วยตก พยาบาลก็เลยไม่เขียนบ้าง
หรือบางอย่างแพทย์บางคนพูดกับผู้ป่วยไม่ดี วิชาชีพอื่นก็เอาไปว่า
ทำไมแพทย์ ทำได้
สิ่งที่ผมบอกกับเจ้าหน้าที่ของผมคือแพทย์เขามาประเดี๋ยวเดียวแล้วก็ไป
กว่าเขาจะปรับตัวได้ กว่าเขาจะชินกับกฎเกณฑ์ของเรา เขาก็ไปแล้ว
ส่วนเราอยู่ที่นี่นานอยู่แล้วเราก็น่าจะรักผูกพันและช่วยกันทำให้ดี
อันไหนที่เป็นข้อบกพร่องที่แพทย์เขาทำ
เราก็น่าจะช่วยกันอุดรอยรั่วตรงนั้น ไม่ใช่ไปด่ากันเองให้คนไข้ฟัง
แล้วก็ที่บอกว่าทำไมคนโน้นคนนี้ไม่ทำ ผมก็บอกว่า “ทำไมต้องเอาพฤติกรรมที่ไม่ดีของคนอื่นมาทำลายพฤติกรรมที่ดีของเราล่ะ”
พูดอย่างนี้บ่อยๆเข้า เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ก็เข้าใจและคอยช่วยกัน
พอแพทย์เห็นว่าเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่คอยช่วยคอยบอก
เป็นมิตรกันเขาก็ปรับตัวเข้าหาทำให้บรรยากาศการทำงานดีตามไปด้วย
หากเราอยู่โอพีดีเห็นแพทย์ไม่อธิบายคนไข้นั่นอาจเป็นเพราะคนไข้เยอะมากจนแพทย์รู้สึกกดดันและต้องพยายามเร่งตรวจจึงมีเวลาคุยน้อย
แล้วทำไมคนที่อยู่หน้าห้องตรวจไม่มาช่วยคุยล่ะ
หากเราไม่คิดว่าไม่ใช่หน้าที่ฉัน หน้าที่ฉันมีแค่นี้
อันนั้นของแพทย์ๆก็ต้องทำ สุดท้ายคนไข้ก็ปฏิบัติไม่ถูกหรือไม่พอใจ
ผลกระทบตกที่แพทย์หรือที่โรงพยาบาลล่ะ สิ่งที่ผมนำเสนอนั้น
ผู้อ่านบางท่านที่ไม่ใช่แพทย์อาจคิดว่าเขียนอย่างนี้ก็แตะต้องแพทย์ไม่ได้เลยสิ
จริงๆแล้วผมอยากให้มองทุกอย่างอย่างที่มันเป็น
ไม่ใช่อย่างที่เราให้เป็น
แล้วเราทำอย่างไรให้งานของเราสำเร็จได้ภายใต้ความจำกัดอันนั้น
หากเราดึงแพทย์เข้ามาร่วมมือได้มากเท่าไหร่
เราก็ได้พลังในการพัฒนาเพิ่มมากขึ้นอีกหลายเท่า
แต่ก็ต้องหาวิธีApproach
แพทย์แต่ละคนให้ตรงกับลักษณะของเขาก่อน