ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง ตั้งอยู่ที่อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ก่อตั้งโดย ดร. วิวัฒน์ ศัลยกำธร หรือ อาจารย์ยักษ์

(รูปป้ายชื่อศูนย์อยู่ทางเข้าหน้าศูนย์)

วันที่17มีนาคม 2560 กลุ่มเราได้มีโอกาสไปศึกษาดูงานที่ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง ตั้งอยู่ที่อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรีโดยอาจารย์ที่สาขาการพัฒนาชุมชนได้เป็นคนดำเนินการทำเรื่องขอไปศึกษาดูงานในครั้งนี้ให้กับนักศึกษาสาขาการพัฒนาชุมชน


(สมาชิกในห้องที่ไปดูงานด้วยกัน)

ที่ศูนย์แห่งนี้ได้มีการจัดงานขึ้นโดยมีเปิดจัดตั้งเป็นซุ้มบูตขายของทางเกษตรและให้ความรู้ทางเกษตรแบบปลอดสารพิษเป็นผลิตทางการเกษตรที่มีกรรมวิธีการปลูกการผลิตที่ไม่ใช้สารเคมี


(ร้ายขายสินค้าทางเกษตรปลอดสารพิษ)


(ร้ายขายสินค้าทางเกษตรปลอดสารพิษ)


(ร้ายขายสินค้าทางเกษตรปลอดสารพิษ)


(ร้ายขายสินค้าทางเกษตรปลอดสารพิษ)

ที่ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง แห่งนี้ได้จัดทำเป็นมหาลัยคอกหมูเปิดโอกาสให้กับผู้ที่สนใจจะเรียนรู้เรื่องเกษตรพอเพียงหรือเกษตรทฤษฎีใหม่ได้มีโอกาสศึกษาเรียนรู้


(ป้ายมหาลัยคอกหมู)

มีเอกสารและแผนที่ให้สำหรับผู้ที่มาศึกษาเข้าอบรมและมาเที่ยวเพราะจะได้ไปครบทุกจุดและไม่หลงทาง

(แผนที่ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง )


(การออกแบบพื้นที่ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง

ประวัติความเป็นมาของศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง


พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ที่ว่า “เศรษฐกิจของเราขึ้นอยู่กับการเกษตรมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว รายได้ของประเทศได้มาใช้สร้างความเจริญด้านต่าง ๆ เป็นรายได้จากการเกษตรเป็นส่วนใหญ่ จึงอาจกล่าวได้ว่าความเจริญของประเทศต้องอาศัยความเจริญของการเกษตรเป็นสำคัญและงานทุก ๆ ฝ่ายจะดำเนินก้าวหน้าไปได้ ก็เพราะการเกษตรของเราเจริญ”

ประกอบกับ อาจารย์วิวัฒน์ ศัลยกำธร ผู้รับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาท โดยรับราชการใกล้ชิดกับพระองค์ท่านฯ ในหน่วยงานสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) สำนักนายกรัฐมนตรีกว่า ๑๖ ปี ได้สัมผัสกับชีวิตของเกษตรกรในทั่วภูมิภาคของประเทศ ซึ่งได้พบกับปัญหาต่าง ๆของเกษตรกรไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ดินทำกิน ความยากจน ความรู้ในเรื่องการเกษตร ตลอดจนปัญหาสุขภาพ การศึกษา และอื่น ๆ ประกอบกับที่ได้ถวายการรับใช้พระองค์ท่าน ได้เห็นพระองค์ท่านทุ่มเทพระวรกาย กำลังทุนทรัพย์ อีกทั้งเวลาโดยส่วนใหญ่กับการพัฒนาค้นคว้าและทดลองในสิ่งต่าง ๆ ภายใต้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับเกษตรเป็นส่วนใหญ่ ทั้งการเลี้ยงสัตว์ การปลูกพืช การทำนาข้าว การปรับปรุงดิน และน้ำ การศึกษาการปลูกป่า และพืชสมุนไพร การปลูกแฝก โรงสี และเทคโนโลยีชีวภาพ การวิจัยเรื่องพลังงาน และโครงการ อื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งทรงลงมือปฏิบัติการด้วยพระองค์เอง

พระองค์ท่านทรงเน้นให้ประชาชน และเกษตรกรรู้จักพึ่งตนเอง จึงได้พระราชทานแนวคิดเรื่อง “ทฤษฎีใหม่เศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อเป็นหลักคิดให้กับทุก ๆ คน ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ อาจารย์วิวัฒน์ ศัลยกำธร จึงได้รวบรวมกลุ่มคนในหลาย ๆ อาชีพ ที่มีแนวคิด แนวอุดมการณ์ ในการที่จะฟื้นฟูประเทศ โดยการนำแนวคิดเรื่องทฤษฎีใหม่ เศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ ให้ใช้กับการทำการเกษตร และการดำรงชีวิตให้อยู่รอดได้อย่างยั่งยืน รวมทั้งการรณรงค์ให้เกษตรกรเลิกใช้สารเคมี หยุดการพึ่งพาชาติตะวันตกและหันกลับมาพึ่งพาตนเอง โดยใช้เทคโนโลยีและภูมิปัญญาชาวบ้าน ที่เคยสืบทอดกันมาเพื่อเน้นการทำเกษตรที่ยั่งยืนบนผืนแผ่นดินไทย

การรณรงค์ให้เกษตรกรหันมาทำการเกษตรแบบพึ่งพาตนเอง ตามแนวพระราชดำริฯนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปฏิบัติให้เกษตรกรได้เห็นจริงจึงจะเข้าใจแนวคิดในการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมกสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้องจึงเกิดขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งในการเผยแพร่แนวความคิดและดำเนินการให้เป็นไปตามเป้าหมายและวัตถุประสงค์ต่อไป

วัตถุประสงค์

1. เพื่อเป็นศูนย์ค้นคว้าวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพเพื่อการกสิกรรม การเพาะเลี้ยงสัตว์ การปศุสัตว์ การพลังงาน การแพทย์เภสัชกรรมการจัดการสิ่งแวดล้อม โดยใช้ภูมิปัญญาตะวันออก

2. เพื่อเป็นศูนย์ฝึกอบรม ถ่ายทอด และเผยแพร่ความรู้ที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีชีวภาพ ให้กับเกษตรกร นักเรียนนักศึกษา ข้าราชการและประชาชน

3. เพื่อเป็นศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีประจำตำบลภายใต้โครงการของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์

4. เพื่อเป็นสถานที่จัดทำแปลงสาธิต ในเรื่องของการนำเทคโนโลยีชีวภาพมาใช้กับสมุนไพร ไม้ดอกไม้ประดับพืชผักสวนครัวและนาข้าวเพื่อให้ความรู้ และเป็นแปลงตัวอย่างให้กับกลุ่มเกษตรกรในท้องถิ่นและเกษตรกรอื่นๆ ที่สนใจ

5. เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมอุปกณ์ และเครื่องมือที่ใช้ในการเกษตรในอดีต โดยจะตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ชาวนาต่อไป

6. เพื่อเป็นสถานที่ท่องเที่ยวให้กับผู้ที่สนใจทางด้านการเกษตรแบบธรรมชาติเข้าแวะชม และแสวงหาความรู้

7. เพื่อเป็นศูนย์ฝึกอบรมที่เปิดให้กับหน่วยงานองค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนต่างๆ ที่สนใจใช้เป็นสถานที่จัดอบรมในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรทุกประเภท

ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร เป็นหนึ่งในบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวลงสู่การปฏิบัติโดยมีเป้าหมายเพื่อการพัฒนามนุษย์ ในขณะเดียวกันภารกิจสำคัญอีกประการได้แก่การขับเคลื่อน “หลักกสิกรรมธรรมชาติ” ผ่านการบ่มเพาะหลักคิดและหลักปฏิบัติผ่าน “ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ มาบเอื้อง” จังหวัดชลบุรี ศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตที่แสดงผลสัมฤทธิ์ของการนำศาสตร์พระราชาด้านการจัดการดิน น้ำ ป่า มาฟื้นฟูระบบนิเวศจนสามารถพลิกฟื้นดินดานสร้างระบบนิเวศที่สมดุลต่อระบบการผลิตภาคการเกษตร พัฒนาสู่ชุมชนที่ดำเนินวิถีชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ขยายผลสู่การสร้างแบบอย่างใหม่ของการศึกษาวิถีไทยในอนาคต

ในงานนอกจากมีสินค้าเกษตรแล้วก็ยังมีการจัดเวทีเพื่อพูดถึงความเป็นมาและที่มาของการจัดงานในครั้งนี้พร้อมยังเชิญดารา แพนเค้ก เข้ามาร่วมพูดบนเวทีเพื่อบอกเราประสบการณ์การนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ที่เธอได้ทำจริงเห็นผลจริงถึงแม้ว่าเธอจะเป็นดาราแต่เธอก็ยังนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้


(ดาราที่เข้ามาพูดบนเวที)

)

(สถานที่จัดการพูดบนเวทีให้ผู้ที่สนใจเข้าไปร่วมฟัง)

แต่สิ่งที่พวกเราประทับใจมากที่สุดสำหรับการมาดูงานในครั้งนี้คือคำพูดที่อาจารย์ยักษ์ได้กล่าวบนเวทีไว้ว่า “สิ่งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพยายามทำ ท่านทรงงานหนักมาตลอดชีวิตของพระองค์ท่าน ทั้งทรงดำริ ทรงศึกษาหาข้อมูล ค้นคว้า และทดลอง แท้จริงแล้วไม่ใช่เพื่อใคร เพื่อประชาชนคนไทยทุกคน เพื่อให้ประชาชนได้มีอากาศบริสุทธิ์ มีอาหารที่กินแล้วร่างกายแข็งแรง มีที่อยู่อาศัย มีสิ่งแวดล้อมที่อยู่แล้วมีความสุข ร่มเย็น เพียงพอสำหรับทุกคน อาจารย์ยักษ์จึงอยากให้ทุกคนได้เรียนรู้ในสิ่งที่พระองค์ท่านทำ และสร้างไว้”


(สมาชิกกลุ่มผม)