เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2560
กลุ่มพวกเราได้มีโอกาสไปศึกษาดูงานที่ ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง จังหวัดชลบุรี
พวกเราได้รับข้อมูล ความรู้ในเรื่องต่างๆ และได้เก็บภาพบรรยากาศภายในศูนย์
ประวัติของศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง
การดำเนินงานครั้งแรกเริ่มจากการที่ อ.วิวัฒน์ ลงมือทำเอง เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าเราสามารถพึ่งตนเองได้ การพึ่งตนเองเริ่มจากการผลิตเอนไซม์สมุนไพรธรรมชาติใช้เองในนาข้าวและพืชชนิดอื่น ๆ ทั้งพืชผักและไม้ผลรวมถึงการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำด้วยโดยทำการทดลองที่ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง ต.หนองบอนแดง อ.บ้านบึง จ.ชลบุรีและนำประสบการณ์ที่ปฏิบัติจริงไปเผยแพร่ความรู้ให้แก่เกษตรกร ขณะเดียวกันก็ทำการศึกษา ค้นคว้าวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตเอ็นไซม์สมุนไพรธรรมชาติ สมุนไพรไล่แมลงโดยทำการทดลองและเผยแพร่ในพื้นที่ของเกษตรกรกว่า 50 จังหวัด ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศประเภทพืชที่ทำการทดลอง ได้แก่ข้าว พืชตระกูลแตง พืชตระกูลถั่ว หอมแดง หอมแบ่ง หน่อไม้ฝรั่งข้าวโพด มันสำปะหลัง ไม้ไผ่ตง อ้อย ยางพารา ทุเรียน มังคุด ลองกอง ส้ม มะม่วง ขนุน ลำไย มะไฟ ฯลฯส่วนด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ได้แก่ การเลี้ยงกุ้งกุลาดำ การเลี้ยงกุ้งก้ามกราม การเลี้ยงปลาดุกการเลี้ยงปลานิล เป็นต้น
อาจารย์ยักษ์แห่งมหา'ลัยคอกหมู
อาจารย์ยักษ์แห่งมหา"ลัยคอกหมู หรือนายยวิวัฒน์ ศัลยกำธร หนึ่งในบุคคลที่มีบทบาท
สำคัญ ในการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
ลงสู่การปฏิบัติโดยมีเป้าหมายเพื่อการพัฒนามนุษย์ตลอดทุกช่วงชีวิต ในขณะเดียวกัน
ภารกิจสำคัญอีกประการได้แก่ การขับเคลื่อน "หลักกลิกรรมธรรมชาติ" ผ่านการ
บ่มเพราะหลักคิดและหลักปฏิบัติผ่าน "ศูนย์กลิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง" จังหวัดชลบุรี
ศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตที่แสดงผลสัมฤทธิ์ของการนำศาสตร์พระราชา ด้านการจัดการ
ดิน น้ำ ป่ามาฟื้นฟูระบบนิเวศจนสามารถพลิกฟื้นดินดาน สร้างระบบนิเวศที่สมดุลต่อ
ระบบการผลิตภาคการเกษตร พัฒนาสู่ชุมชนที่ดำเนินวิถีชีวิตตามวิถีไทยในอนาคตด้วยการนำ
"บวร - บ้าน วัด โรงเรียน" กลับสู่การบ่มเพาะเด็กและเยาวชนให้มีคุณธรรมนำความรู้
ในนาม "ปูทะเลย์มหาวิชชาลัย" ต้นแบบศูนย์การเรียนรู้ตามกฎกระทรวงว่าด้วย
สิทธิของบุคคลในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน
นายวิวัฒน์ เกิดเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2497 ในครอบครัวชาวนาและหมอพื้นบ้าน
ของจังหวัดฉะเชิงเทรา หลังจากจบการศึกษาในระดับประถมศึกษาจากโรงเรียนวัด
สนามจันทร์ได้ย้ายเข้ามาศึกษาในระดับมัธยมศึกษาที่กรุงเทพมหานคร โดยมาเป็น
"เด็กวัด" เพื่อศึกษาต่อ "โรงเรยนวัดนวลนรดิศ" จนจบชั้นมัธยมศึกษาเมื่อปี 2516
จากนั้นเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงจนจบปริญญาตรีศิลปศาสตร์บัณฑิต
คณะรัฐศาสตร์ ก่อนเดินหน้าเข้าสู่การทำงานสายพัฒนาสังคมและศึกษาต่อระดับ
ปริญญาพัฒนบริหารศาสตร์มหาบัณฑิต ด้านการพัฒาสังคม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ในปี 2531
ด้านประวัติการทำงาน นายวิวัฒน์ เคยดำรงตำแหน่ง ู้อำนวยการกองประเมินล
และข้อมูลพระราชดำริ สำนักงานคณธกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการ
อันเนื่องมาากพระราชดำริ (กปร.) ได้มีโอกาสถวายงานรับใช้พระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัวฯ โดยทำหน้าที่จดบันทึกพระราชดำริ วางแผนและประเมินโครงการ
ตามแนวพระราชดำริมาเป็นเวลา 16 ปี ก่อนตัดสินใจลาออกเพื่อนำแนวทางตาม
พระราชดำริลงสู่การปฏิบัติด้วยตนเอง สร้างตนให้เป็นตัวอย่างจนสามรถขับเคลื่อน
ขยายผลไปทั่วประเทศในปัจจุบัน
ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา
สถาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ประธานสถาบันเศรษฐกิจพอเพียงภายใต้มูลนิธิ
เศรษฐกิจพอเพียง และประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ ในขณะเดียวกันได้รับตำแหน่ง
ที่ปรึกษาให้กับหลายหน่วยงาน/องค์กร เพื่อขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงใน
ภาคส่วนต่างๆ ของสังคมนอกเหนือจากด้านการเกษตร อาทิ ด้านการศึกษา
ด้านอุตสาหกรรม ด้านธุรกิจการบริการ ฯลฯ
ด้านเกียรติประวัติและรางวัลที่ได้รับ นายวิวัฒน์ ศิลยกำธร ได้รับพระราชทานเหรียญ
รัตนาภรณ์ รัชกาลที่9 ชั้นที่ 4 และได้รับรางวัลเกียรติยศในงานคนค้นตน อวอร์ด
ครั้งที่ 1 ซึ่งเป็นรางวัลที่จัดขึ้นเพื่อเชิดชูและให้กำลังใจ "คนดี" ที่สร้างแรงบันดาลใจ
ให้กับผู้อื่นในสังคมอย่างไม่ย่อท้อ เมื่อปี พ.ศ. 2552 และได้รับปริญญาดุษฏีกิตติมศักดิ์
จากมหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงคราม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน และ
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
บ ว ร คือ
บ = บ้าน หมายถึง "ชุมชน" ผู้อุปถัมป์ค้ำชูโรงเรียนและวัดผ่านทางแรงกายและการบริจาค ทำหน้าที่รักษาภูมิปัญญาบรรพบุรุษ
ว = วัด บ่มเพาะ คุณธรรม จริยธรรม ด้วยการขัดเกลาและฝึกฝนตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า
ร = โรงเรียน ของเด็ก พ่อแม่และทุกๆคน เป็นการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต ให้เป็นคนดีมีระเบียบวินัย พึ่งพาตนเองได้ เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มีความกตัญญูกตเวที
9 ฐานการเรียนรู้
1.ตนมีไฟ น้ำมันไบโอดีเซลเป็นทางเลือกหนึ่งของพลังงานทดแทน ที่เหมาะสมกับเทคโนโลยีในปัจจุบัน สามารถผลิตได้จากวัตถุดิบจากากรเกษตรภายในประเทศ เช่น ไขมันจากพืช ไขมันจากสัตว์ ตลอดจนสาหร่ายบางชนิด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระราชดำรัสเกี่ยวกับการใช้น้ำมันไบโอดีเซลเป็นพลังงานทดแทนเพื่อช่วยแก้ปัญหาของชาติ และสามารถพึ่งตนเองในด้านพลังงาน
2.ตนรักษ์สุขภาพเพราะในปัจจุบันเกิดการเปลี่ยนแปลงต่างๆมากมาย ผู้คนต้องเผชิญ ปัญหาในด้านต่างๆไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ สังคม ครอบครัว ส่งผลเสียโดยตรงทั้งทางร่างกายและจิตใจ เครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติได้นำ นานาสาระด้านการดูแลสุขภาพ ทั้ง อาหารเพื่อสุขภาพ การล้างพิษ (ดีท็อกช์) การทำสปาแบบง่ายจากภูมิปัญญาชาวบ้าน พร้อมเคล็ดไม่ลับที่สามารถปฏิบัติได้จริง ที่ทำให้ทุกคนหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น
3.ตนเอาถ่านถ่านคุณภาพที่ให้ความร้อนสูง ปลอดสารก่อมะเร็งนับวันจะหายากในปัจจุบัน การเผาถ่านให้ได้ตามคุณสมบัติดังกล่าวต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจ ค่อนข้างมากเพื่อให้ได้ถ่านคุณภาพ รวมถึงเทคนิคการผลิตน้ำส้มควันไม้ อันเป็นผลพลอยได้ชิ้นงามจากพระบวนการเผาถ่าน ซึ่งมีการนำมาใช้ประโยชน์ได้สารพัดโดยเฉพาะทางด้านการกสิกรรมธรรมชาติ และเกษตรอินทรีย์ ที่มุ่งเน้นการลดละเลิกจากการใช้สารเคมีที่เป็นพิษกับเกษตรกร ผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม
4.ตนรักษ์ป่าตามแนวทาง ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ที่พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงพระราชทานแก่พสกนิกรชาวไทยมาช้านาน เพื่อสร้างโลกสีเขียวการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ระหว่างตนกับธรรมชาติไม่เอาเปรียบทั้งตนเองและธรรมชาติ สร้างภูมิคุ้มกันในการใช้ชีวิตอยู่บนโลกที่มีลูกของพ่ออยู่เต็มไปหมดคิดที่จะทำให้มากกว่าคิดที่จะรับเริ่มปลูก ต้นไม้ในใจเสียก่อนและค่อยเริ่มปลูกต้นไม้บนแผ่นดินไทย
5.ตนติดดินบ้านดินเป็นหนึ่งของการนำแนวคิดในการใช้วัสดุในท้องถิ่นมาสร้างเป็นที่พักอาศัยเพื่อให้เหมาะสมกับการดำเนินชีวิตสอดคล้องกับวิถีชีวิต และวัสดุที่ใช้อาจจะเกิดจากากรหมุนเวียนอย่างคุ้มค่า คุณค่าของการสร้างบ้านดินอยู่ตรงที่การสร้างบ้านบทวิถีพึ่งพาตนเอง ลดการซื้อหาปัจจัยจากภายนอกชุมชน ทำให้มนุษย์ และสรรพสัตว์สิ่งแวดล้อมอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลและลงตัว
6.ตนรักษ์แม่ธรณีหลักกสิกรรมธรรมชาติ ให้ความสำคัญกับการปรับปรุง บำรุงดินเป็นอันดับแรกและถือเป็นหัวใจสำคัญ เพราะถือว่าดินเป็นต้นกำเนิดของชีวิต การห่มดินหรือคลุมดินไม่เปลือยดินและการปรุงอาหารเลี้ยงดินโดยการใส่ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพลงไปเพื่อให้เป็นอาหารของดิน เรียกหลักการนี้ว่า "เลี้ยงดิน ให้ดิน เลี้ยงพืช" การปฏิบัติเช่นนี้จะทำให้ ดินกลับมามีชีวิต พืชที่ปลูกก็จะเจริญเติบโตแข็งแรงให้ผลผลิตดี
7.ตนมีน้ำยาผลิตน้ำยาอเนกประสงค์เพื่อลดค่าใช้จ่ายประจำวันตามหลักการของปรัชญญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยใช้วัตถุดิบที่มีในท้องถิ่นที่มีรสเปรี้ยวไม่ว่าจะเป็น มะนาว ส้มจี๊ด สับปะรด ฯลฯ นำมาเป็นวัตถุดิบในการทำน้ำยาอเนกประสงค์ ไม่เฉพาะน้ำยาอเนกประสงค์เท่านั้น ยังสามารถเรียนรู้ในเรื่องของน้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาซักผ้า สบู่สมุนไพร ฯลฯ

8.ตนรักษ์แม่โพสพ"เกษตรกรไทยเป็นผู้ผลิตอาหารเลี้ยงประเทศมาตั้งแต่อดีตอันยาวนานจนถึงปัจจุบัน แม้พลเมืองของชาติจะทวีขึ้นมากเพียงใด เกษตรกรก็ผลิตอาหารได้เพียงพอเสมอซ้ำยังสามารถส่งออกไปเลี้ยงพลเมืองโลกได้อีกเป็นจำนวนมาก การที่ชาติของเราเลี้ยงตนเองได้นี้ เป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ เพราะไม่ว่าจะเกิดสภาวะการณ์เช่นไร เราจะอยู่รอดได้เสมอ เนื่องจากคนไทยเป็นผู้ผลิต ไม่ใช่จะเป็นเพียงผู้บริโภคเท่านั้น


9.ตนรักษ์น้ำการใช้ทรัพยากรน้ำให้เกิดประโยชน์ตั้งแต่ภูผาสู่มหานที ด้วยวิธีการต่างๆตามหลักของปรัญชาเศรษฐกิจพอเพียง หลายคนอาจคิดว่าปรัญชาเศรษฐกิจพอเพียงเกี่ยวข้องกับภาคการเกษตรเป็นหลัก แท้จริงแล้วด้วยพระอัฉริยะภาพอันแหลมคมของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ หาได้มีคำตอบเพียงภาคการเกษตรเท่านั้น ยังมีองค์รวมของฐานคิดที่สามารถใช้ได้ในทุกระดับ ทุกภาคส่วน นอกจากนี้ยังแฝงแนวคิดผสานเทคนิคจากภูมิปัญญาท้องถิ่นไว้ได้อย่างเยี่ยมยิ่ง
สุดท้ายนี้ก็จะเป็นรูปภาพบรรยากาศภายในศูนย์เพิ่มเติม
ธนาคารข้าว
แนวคิด ทฤษฎีพระเจ้าอยู่หัว
ทฤษฎีบรรได 9 ขั้น สู่ความพอเพียง
1. พอกิน
2. พอใช้
3. พออยู่
4. พอร่มเย็น
5. บุญ = พระ พ่อแม่ ครูบาอาจารย์ ญาติผู้ใหญ่ สังคมใดทำบุญทำทาน กตัญญูรู้คุณจะเจริญ
6. ทาน = ใจรู้จักพอ เมตตา เอื้อเฟื้อ มีเหลือกินเหลือใช้ก็แบ่งปัน รู้จักการให้
7. เก็บรักษา = เคล็ดลับวิชา ภูมิปัญญา เก็บรักษษ แปรรูป การถนอมอาหาร สะสมไว้ใช้ยามจำเป็น เป็นภูมิคุ้มกันตัว
8. ขาย = ค้า ขาย เป็นธรรม
9. เครือข่าย = เศรษฐกิจพอเพียงระดับ ชุมน จังหวัด ประเทศ























