กิจกรรมบำบัดกับโรคมะเร็ง

รู้จัก....มะเร็ง

มะเร็งเกิดจากการที่เซลล์ของอวัยวะต่างๆ ในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมกล่าวคือ เกิดการแบ่งตัวผิดปกติและเพิ่มจำนวนเพิ่มมากขึ้น โดยกลไกของร่างกายไม่สามารถควบคุมได้ ทำให้เกิดเป็นก้อนเนื้อร้าย เมื่อก้อนมีขนาดใหญ่ขึ้น จะทำให้อวัยวะที่เกิดมะเร็งไม่สามารถทำงานได้เป็นปกติ บางครั้งก้อนจะมีขนาดใหญ่จนกระทั่งไปเบียดหรือกด หรือมีการลุกลามไปยังอวัยวะอื่นๆได้ ซึ่งหากเกิดกับอวัยวะที่สำคัญแล้ว จะทำให้ผู้ป่วยส่วนหนึ่งเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง

เป็นที่น่าสังเกตว่าในปัจจุบันจำนวนผู้ป่วยมะเร็งได้เพิ่มขึ้นเป็นลำดับ ส่วนหนึ่งอาจเนื่องมาจากการที่คนเรามีอายุยืนยาวขึ้น จึงมีความเสี่ยงหรือมีโอกาสที่จะสัมผัสกับสารก่อมะเร็งเพิ่มขึ้น หรืออาจเกิดจากมลภาวะทางอากาศ อาหารที่มีสารก่อมะเร็งเพิ่มขึ้น หรืออาจเกิดจากพฤติกรรมของคนที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมด้านการรับประทานอาหาร พฤติกรรมทางเพศ รวมทั้งพฤติกรรมในการใช้สารเสพติด

มะเร็งอาจจำแนกตามความรุนแรงของโรคได้เป็น 3 ประเภทคือ

1.มะเร็งที่มีความรุนแรงสูง เช่น มะเร็งปอด มะเร็งตับและทางเดินน้ำดี มะเร็งกลุ่มนี้มักมีความรุนแรง ลุกลามได้รวดเร็ว และสามารถแพร่กระจายไปสู่อวัยวะสำคัญได้ง่าย ผู้ป่วยมักจะมีอาการเมื่อโรคเป็นมากแล้ว ผู้ป่วยมักจะมีอาการเมื่อโรคเป็นมากแล้ว การรักษาทำให้หายขาดได้ยาก ผู้ป่วยมักเสียชีวิตภายในเวลาไม่นานหลังการทราบว่าเป็นโรค

2.มะเร็งที่มีความรุนแรงปานกลาง เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ มะเร็งปากมดลูก มะเร็งกลุ่มนี้สามารถรักษาให้หายขาดได้หากวินิจฉัยโรคได้เร็วก่อนจะลุกลามไปมาก และแม้รักษาให้หายขาดไม่ได้ แต่การรักษาอย่างเหมาะสมจะทำให้ผู้ป่วยมีชีวิตอยู่ได้นานหลายปี

3.มะเร็งที่มีความรุนแรงน้อย เช่น มะเร็งผิวหนัง มะเร็งในกลุ่มนี้มักรักษาได้หายขาดได้โดยไม่ยากนัก เนื่องจากมะเร็งมักอยู่เฉพาะที่ มีการลุกลามช้า และมักไม่มีการแพร่กระจาย

ถ้าหากจำแนกตามการลุกลามของก้อนมะเร็งอาจกำหนดได้เป็น 4 ระยะดังนี้

ระยะที่ 1 มะเร็งยังจำกัดอยู่ในเฉพาะบริเวณที่เป็น ยังไม่รบกวนเนื้อเยื่อข้างเคียง

ระยะที่ 2 มะเร็งลุกลามถึงเนื้อเยื่อข้างเคียง แต่ยังไม่ลามออกไกลเกินกว่าอวัยวะนั้นๆ

ระยะที่ 3 มะเร็งลุกลามไปถึงต่อมน้ำเหลืองใกล้เคียง

ระยะที่ 4 มะเร็งแพร่กระจายอวัยวะอื่นๆของร่างกาย

กิจกรรมบำบัดกับโรคมะเร็ง

โรคมะเร็ง ถึงจะเป็นความเจ็บป่วยทางด้านร่างกาย ต้องได้รับการรักษาทางด้านกายภาพ แต่ว่าในขณะเดียวกัน ผู้ป่วยที่ทราบว่าตนเองป่วยเป็นโรคมะเร็งย่อมมีความเสียใจ ท้อแท้ หมดหวัง หรือส่งผลกระทบต่อจิตใจอย่างมากมาย ไม่ใช่แค่เฉพาะจิตใจของตัวผู้ป่วยเอง แต่รวมไปถึงจิตใจของญาติผู้ป่วยอีกด้วย บิดาของฉันก็เคยป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ฉันจึงเข้าใจว่า สิ่งที่สำคัญในการรักษาโรคมะเร็งนอกจากความแข็งแรงของร่างกายที่พร้อมจะสู้กับโรคแล้ว ก็คือกำลังใจและพลังใจที่ดีของตัวผู้ป่วยนั่นเอง

เพราะฉะนั้นนักกิจกรรมบำบัดอาจมีส่วนเข้าไปช่วยดูแลสภาพจิตใจของตัวผู้ป่วยและญาติของผู้ป่วย ให้พร้อมสำหรับการเข้าสู่การรับการรักษามะเร็ง ระหว่างระยะเวลาในการรักษาย่อมมีความเจ็บปวดทางด้านร่างกายซึ่งจะส่งผลให้เจ็บปวดทางด้านจิตใจ นักกิจกรรมบำบัดจึงอาจเข้าไปมีบทบาทในการดูแลความรู้สึกของผู้ป่วยตลอดระยะเวลาที่เข้ารับการรักษาโรคมะเร็งจนหายขาดหรือตลอดระยะเวลาของชีวิต

ในกรณีที่ผู้ป่วยโรคมะเร็งไม่สามารถรักษาให้หายได้และถือว่าอยู่ในช่วงระยะเวลาสุดท้ายของชีวิต การดูแลผู้ป่วยในระยะนี้ก็ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ป่วย การพยายามทุกวิถีทางที่จะช่วยให้ผู้ป่วยมีความสงบและสุขสบายมากที่สุดในช่วงสุดท้ายของชีวิตจึงถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะสามารถทำให้ผู้ป่วยในระยะสุดท้ายได้ นักกิจกรรมบำบัดจึงอาจมีบทบาทเข้ามาเยียวยาจิตใจของผู้ป่วยจากความเจ็บปวดทรมานทางจิตใจและในขณะเดียวกันจะต้องดูแลและเยียวยาความเจ็บปวดทางจิตใจของญาติผู้ป่วยเช่นเดียวกันเพราะจิตใจของคนในครอบครัวของผู้ป่วยก็สำคัญที่จะใช้ในการดำเนินชีวิตต่อไปเมื่อผู้ป่วยได้เสียชีวิตไปแล้ว

ขอขอบพระคุณแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ไพรัช เทพมงคล. โรคมะเร็งสำหรับแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปและนักศึกษาแพทย์.พิมพ์ครั้งที่1. กรุงเทพฯ : อักษรเจริญทัศน์,2524.

แพทย์หญิงลลิตา ธีระสิริ. มะเร็ง-รักษาด้วยตนเอง ตามแนวธรรมชาติบำบัด. พิมพ์ครั้งที่1. กรุงเทพฯ : รวมทรรศน์,2539.

กาญจนา โชติเลอศักดิ์ และคณะ. มะเร็งร้าย พ่ายมีดหมอ. พิมพ์ครั้งที่1. กรุงเทพฯ : สรรพสาร,2550

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Occupational Therapy



ความเห็น (0)