บันทึกของมนุษย์นศ.OT ตอน เขาเรียกมันว่า "มะเร็ง"

"มะเร็ง" โรคยอดฮิตติดชาร์ตของคนไทย น่ากลัวจริงหรือ??

สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านทุกท่าน วันนี้ก็มีเรื่องราวดีๆที่อยากมาแชร์ เป็นเรื่องโรคใกล้ๆตัวที่ทุกคนรู้จักและคุ้นเคย..

นั่นก็คือ"โรคมะเร็ง"

แล้วโรคมะเร็งคืออะไรหล่?

โรคมะเร็งคือ กลุ่มของโรคที่เกิดจากเซลล์ของร่างกายมีความผิดปกติในDNAหรือสารพันธุกรรมส่งผลให้เซลล์เจริญเติบโต มีการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนเซลล์รวดเร็วและมากกว่าปกติ จนทำให้เกิดก้อนเนื้อผิดปกติและในที่สุดทำให้เกิดการตายของเซลล์ก้อนเนื้อเนื่องจากขาดเลือดไปเลี้ยง ถ้าเซลล์พวกนี้เกิดขึ้นที่อวัยวะใด จะทำให้เกิดมะเร็งในอวัยวะนั้น

มะเร็งมี4ระยะ

ระยะที่1 มะเร็งยังจำกัดอยู่เฉพาำบริเวณที่เป็น ยังไม่รบกวนเนื้อเยื่อข้างเคียง

ระยะที่2 มะเร็งลุกลามเนื้อเยื่อข้างเคียงแต่ยังไม่ลามไปไกลเกินอวัยวะนั้นๆ

ระยะที่3 มะเร็งลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลืองข้างเคียง

ระยะที่4 มะเร็งแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆของร่างกาย

โรคมะเร็งเป็นโรคที่คร่าชีวิตผู้คนจำนวนไม่น้อย สามารถดูสถิติได้จาก

http://www.nci.go.th/th/File_download/D_index/NCCP... ดังนั้นเราควรที่จะรู้จักและเข้าใจโรคนี้อย่างจริงจัง

สำหรับการรักษาโรคมะเร็งนั้น โดยทั้วไปแพทย์จะแนะนำให้ผ่าตัด เอามะเร็งออกจากอวัยวะที่เป็นและทำการรักษาเพิ่มเติมโดยใช้ยาเคมี หรือวิธีฉายแสง ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับระยะของมะเร็งและการรักษาของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เป็นต้น


ตอนนี้เราได้ทราบข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับโรคมะเร็งแล้ว อย่างที่กล่าวไปข้างต้น ผู้เขียนได้อ่านหนังสือของผู้ที่(เคย)เป็นมะเร็งท่านหนึ่งให้นามสมมติว่าคุณก. คุณก.เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ตอนปลายระยะที่หนึ่ง และด้รับการรักษาโดยการเข้าผ่าตัดจนหาย แต่ระหว่างทางนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่คนคนหนึ่งจะต้องอดทนกับความเจ็บปวดของบาดแผล คุณก.มีวิธีการที่น่าสนใจมากมายในการเอาชนะโรคมะเร็งได้ จึงขออนุญาตยกตัวอย่างวิธีการของคุณก.ดังนี้

> ความคิดแง่บวกต้านมะเร็ง : การมองโลกในแง่บวกคือการรับรู้และแปลความหมายของเหตุการณ์ในด้านบวกและมีทิศทางก่อให้เกิดประโยชน์แห่งตน การมองโลกในแง่บวกนั้นต้องมองเห็นความสุขในความทุกข์ มองเห็นโอกาสในปัญหา มองเห็นความดีในความเลวร้าย การมองเช่นนี้จะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์และได้รับความร่วมมือจากคนอื่น จากการวิจัยพบว่า"การคิดและคาดหวังในสิ่งดีๆว่าจะเกิดขึ้นกับตนเอง เชือว่าคนป่วยอยู่จะอาการดีขึ้น เพราะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันกับร่างกายได้ สามารถทำให้โรคที่เป็นอยู่หายได้เร็วกว่าที่ควรจะเป็น"

>งานอดิเรกช่วยให้หายเหงา : งานอดิเรกที่คุณก.เลือกทำคือ การอ่านหนังสือ เขียนหนังสือ และหมั่นค้นคว้าหาความรู้เสมอ

>การรู้จักปล่อยวาง : การจะทำใจให้ปกติได้นั้นต้องรู้จักปล่อยวาง ความ โลภ โกรธ และหลงบ้าง เราจะมีอิสระจากตัณหา อันจะทำให้เกิดสุข จิตใจจะสดชื่น แจ่มใสอยู่เสมอ

>ชีวจิตบำบัด : ชีวจิตนั้นเป็นเรื่องของจิตใจเป็นหลัก จิตใจที่มีผลต่อร่างกาย ในขณะเดียวกันการเปลี่ยนแปลงของร่างกายก็มีผลต่อจิตใจเช่นกัน สำหรับชีวจิตบำบัดในที่นี้จะเกี่ยวกับ อาหาร การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ซุปให้ใส่สาหร่ายทะเล กินผักที่ไม่มียาฆ่าแมลง กินเมล็ดพืชไม่ขัดขาว ทานผักให้ครบ5สี ทานผลไม้เป็นประจำ และหลีกเลี่ยงอาหารที่เสี่ยงเช่น มะเร็งจะเติบโตได้ดีในอาหารประเภท เนื้อ นม ไข่ เป็นต้น



บทบาทนักกิจกรรมบำบัดต่อผู้ป่วยโรคมะเร็ง

ต่อยอดจากเรื่องของคุณก.(นามสมมุติ) คุณก.เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย ระยะที่1 สำหรับนักกิจกรรมบำบัดนั้นแน่นอนว่าย่อมมีบทบาทสำคัญในเรื่องของการจัดการตนเองเมื่อเป็นมะเร็งของผู้ป่วย (The Self-Management Model of Care) กล่าวคือเป็นการคิดวางแผนจัดการกับปัจจัยต่างๆที่เกี่ยวข้องกับอาการเจ็บป่วยเรื้อรัง ความบกพร่องของร่างกาย จิตใจ และสังคม ความแปรปรวนของอารมณ์ภายใต้สถานการณ์หรือสิ่งแวดล้อมต่างๆและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิต และการสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ใหม่ๆ(Experiential learning) เพื่อสร้างทักษะใหม่ๆที่มีประสิทธิภาพ เรียนรู้ที่จะปรับตัวเข้ากับกิจกรรมใหม่ๆผ่านการทำกิจกรรมที่มีความหมาย ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมในชีวิตประจำวันที่ผู้ป่วยคุ้นเคยหรือไม่ก็ตาม ซึ่งการได้เข้าร่วมทำกิจกรรมใหม่ๆจะเป็นการค้นพบความสนใจใหม่ๆและความรู้สึกของตนเองใหม่(new interests and a new sense of self)อีกด้วย โดยจะจัดลำดับความสำคัญและความพึงพอใจของผู้ป่วย อันได้แก่

> กิจกรรมการดูแลตนเอง

> กิจกรรมการทำงาน

> กิจกรรมการเรียนรู้

> กิจกรรมการใช้เวลาว่าง

> กิจกรรมการพักผ่อน

> กิจกรรมการมีส่วนร่วมทางสังคม

โดยจะวางแผนกิจกรรมร่วมกับผู้ป่วย และวิเคราะห์ปรับเปลี่ยนรูปแบบกิจกรรมตามความเหมาะสม นอกจากนี้นักกิจกรรมบำบัดจะประเมินการทำกิจกรรมและคุณค่าในตนเองโดยการถามผู้ป่วย เช่น วางแผนจะทำกิจกรรมอะไร ทำกิจกรรมเป็นจำนวนครั้งที่เท่าไร ความมั่นใจในการทำกิจกรรมมีคะแนนเป็นเท่าไร รวมทั้งการประเมินอาการเจ็บปวดของผู้ป่วยว่ามีผลกระทบต่อเขามากเพียงใด(ให้ผู้ป่วยให้คะแนน) และให้การฟื้นฟูจัดการกับอาการปวดนั้นๆร่วมด้วย


https://www.google.co.th/searchq=occupational+therapy&espv=2&source=lnms&tbm=isch&sa=X&sqi=2&ved=0ahUKEwjMus2nktvSAhWKQY8KHVIlCvUQ_AUIBigB&biw=1366&bih=589#imgdii=yd2gb91i9cJAEM:&imgrc=HvmuOr4RJs0pHM:


การมีชีวิตโดยพึ่งตนเองให้มากที่สุดนั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสำหรับมนุษย์ เราอาจจะยังนึกไม่ออกว่า "คุณค่าของการมีร่างกายที่แข็งแรง จิตใจที่เบิกบานและสามารถเข้าสังคมได้ปกติ เป็นเช่นไร" จนกระทั้งเราได้สูญเสียมันไป.. แต่ก็ไม่มีอะไรที่จีรังแน่นอน วันนี้คุณอาจจะเคยมีช่วงเวลาที่ดีเหล่านั้น พรุ่งนี้อาจจะไม่มีแล้วก็เป็นได้ ในทางกลับกัน วันนี้คุณอาจจะกำลังสูญเสียสิ่งที่คุณเรียกมันว่า ชีวิตประจำวัน..แต่วันหนึ่งมันก็จะกลับมาได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นจงใช้ชีวิตที่มีอยู่ให้มีความหมายและมีความสุขให้มากที่สุด หากวันที่คุณเกิดความบกพร่องจะได้ไม่เสียใจ(และในวันนั้นอย่าลืมมาหานักกิจกรรมบำบัดนะคะ :))

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก

Cancer-related pain: The role of occupational therapy in prevention and management.สืบค้นเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2560 จาก: https://www.caot.ca/otnow/sept12/cancerpain.pdf

อำนาจ เจริญศิลป์. 2548. พลังจิตพิชิตมะเร็ง. ศรีอนันต์การพิมพ์

ศุภลักษณ์ เข็มทอง. 2553. การจัดการตนเองเมื่อเป็นมะเร็ง. เทพประทานการพิมพ์


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน OT&ME.



ความเห็น (0)