"มะเร็ง"ไม่น่ากลัว เพราะป้องกันและรักษาให้หายขาดได้
มะเร็งคืออะไร?
คือ โรคที่เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ในอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย โดยมีการเจริญเติบโตที่ผิดปกติเกิดเป็นก้อนเนื้อที่มีการลุกลามไปยังอวัยวะข้างเคียง หรือกระจายไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้ผ่านทางระบบเลือด หรือระบบทางเดินน้ำเหลือง โรคมะเร็งมีหลากหลายชนิดขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่เป็นจุดกำเนิดของโรค และชนิดของเซลล์มะเร็ง
สาเหตุการเกิดโรคมะเร็งมีหลากหลาย
พันธุกรรม พฤตินิสัย มลพิษ
โรคมะเร็งมีกี่ระยะ
โดยทั่วไปโรคมะเร็งมี 4 ระยะ ซึ่งทั้ง 4 ระยะ
- ระยะที่ 1 : ก้อนเนื้อ หรือ แผลมะเร็งมีขนาดเล็ก และยังไม่ลุกลาม
- ระยะที่ 2 : ก้อนเนื้อ หรือ แผลมะเร็งมีขนาดใหญ่ขึ้น เริ่มลุกลามภายในเนื้อเยื่อหรืออวัยวะ
- ระยะที่ 3 : ก้อนเนื้อ หรือ แผลมะเร็งมีขนาดใหญ่ขึ้น เริ่มลุกลามเข้าเนื้อเยื่อหรืออวัยวะข้างเคียง และลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ใกล้เนื้อเยื่อหรืออวัยวะที่เป็นมะเร็ง
- ระยะที่ 4 : ก้อนเนื้อ หรือ แผลมะเร็งมีขนาดโตมาก และ (หรือ) ลุกลามเข้าเนื้อเยื่อหรืออวัยวะข้างเคียง จนทะลุ และ (หรือ) เข้าต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ใกล้ก้อนมะเร็ง
มีวิธีรักษาทางการแพทย์มีหลายวิธี
การทำคีโม เคมีบำบัด รังสีรักษา
จากหนังสือที่ได้การค้นคว้าเกี่ยวกับการรักษาทางกิจกรรมบำบัดและบทบาทของนักกิจกรรมบำบัดในผู้ป่วยมะเร็งทุกระยะ บทบาทของนักกิจกรรมบำบัดสามารถรักษาดูแลได้ทุกระยะในโรคมะเร็ง เพราะในทุกระยะผู้ป่วยต่างมีลักษณะอาการแต่ระดับความรุนแรงแตกต่างกัน ที่สำคัญที่สุดในกระบวนการรักษาทางกิจกรรมบำบัดควรคำนึงถึง “สภาพจิตใจ” กับผู้ป่วยมะเร็งทุกระยะ
แนวทางการรักษาทางกิจกรรมบำบัดที่ได้ศึกษาหนังสือ "การจัดการตนเองเมื่อเป็นมะเร็ง"
สุขภาพทางจิตวิญญาณคืออะไร
- การปรับจิตรู้สำนึกให้เกิดประสบการณ์ของการทำกิจกรรมอย่างตั้งใจและมีทางเลือกด้วยความคิดที่ดีของตนเอง (ศีล)
- การให้ความรู้สึกถึงเป้าหมายของการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต
- การอยู่นิ่ง (สมาธิ) ทบทวนตนเองให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ ความคิดริเริ่ม และความรัก
- การเข้าใจ (ปัญญา) ในที่มาของคุณลักษณะและความสามารถของตนเอง
- การแสดงความเมตตากรุณาแก่สิ่งมีชีวิตรอบข้าง
- การแยกแยะความทุกข์เพื่อเป็นอิสระด้วยแนวทางแก้ไขสาเหตุของความทุกข์นั้นอย่างมีสติ (อริยสัจจ์: ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค)
แล้วนักกิจกรรมบำบัดมีบทบาทอย่างไรในการรักษาโรคมะเร็ง?
บทบาทที่สำคัญเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยเรื่องการสามารถดูแลตนเองได้ เป็นการเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับตัวผู้ป่วยเอง กับครอบครัว และกับสังคม ช่วยให้ผู้ป่วยตระหนักถึงคุณค่าของตนเอง มีกำลังใจ สามารถลดปัญหาในการดำเนินชีวิต ในครอบครัว ในการทำงาน รวมทั้งปัญหาทางเศรษฐกิจซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญมากอีกปัจจัยหนึ่งสำหรับสังคมปัจจุบัน
บทบาทนักกิจกรรมบำบัดในการดูแลตนเองในเรื่องทั่วไปและสุขภาวะ
1.โปรแกรมการจัดการรูปแบบชีวิต (Lifestyle Management) เป็นโปรแกรมทบทวนความคิดของตนเองให้เข้าใจผลกระทบของโรคและประเมินสุขภาวะของตนเองเพื่อวางแผนฝึกทักษะการดำเนินชีวิต
2.โปรแกรมการจัดการความภาคภูมิใจ (Self-esteem Management) เป็นโปรแกรมที่นักกิจกรรมบำบัดออกแบบเพื่อการตระหนักรู้ความรู้สึกภายในที่ส่งผลให้เกิดแรงจูงใจในการมีส่วนร่วมทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตที่มีเป้าหมายและมีความหมายในชีวิต
3. การพูดคุย ปรึกษาให้กำลังใจเพื่อเตรียมตัวเตรียมใจตั้งแต่ต้นทำให้ผู้ป่วยมีทัศนคติที่ดีต่อทีมงานผู้รักษา (นักกิจกรมบำบัด)
4.การพักผ่อนให้เต็มที่ สามารถทำงานและกิจกรรมได้แต่ควรเป็นงานและกิจกรรมที่เบาๆ ไม่ใช้แรงงาน และสมองมาก
บทบาทนักกิจกรรมบำบัดในการดูแลตนเองในเรื่องอาหารบำบัด
1.การจัดการตั้งแต่ก่อนรับการรักษา ระหว่างรักษา จนเสร็จสิ้นการรักษาโดยงดหรือลดปริมาณการดื่มเครื่องดื่มกาเฟอีน อาจส่งผลให้นอนไม่หลับ
2.ควรกินอาหารมีประโยชน์ 5 หมู่ให้ครบในทุกมื้ออาหาร เพิ่มผัก ผลไม้
บทบาทนักกิจกรรมบำบัดในการดูแลตนเองในเรื่องการออกกำลังกายและภูมิต้านทาน
1.การออกกำลังกายในช่วงตรวจวินิจฉัยโรค ไม่ควรหักโหม แต่ควรทำเสมอทุกวัน เพราะจะช่วยให้มีสุขภาพกาย สุขภาพจิตที่ดี นอนหลับสนิท
2.การทำกิจกรรมกลุ่ม เพื่อให้ผู้ป่วยเพื่อทำให้ความรู้สึกเจ็บปวดลดลง มีความทนทานต่อความเจ็บปวดได้มากขึ้น มีความวิตกกังวล ความกลัวลดลง ทำให้ผู้ป่วยได้ผ่อนคลายจิตใจ มีความสุขเพลิดเพลิน ลืมความทุกข์
3.ใช้ธรรมะบำบัด การใช้ธรรมะบำบัด เช่น การสวดมนต์ ฟังธรรม อ่านหนังสือธรรมะ นั่งสมาธิ ธรรมะบำบัดจะช่วยให้ผู้ป่วยมีจิตใจสงบ ลดความเครียด
ขอขอบคุณหนังสือสำหรับอ้างอิง
1.ดร.ศุภลักษณ์ เข็มทอง.(2553). การจัดการตนเองเมื่อเป็นมะเร็ง. นนทบุรี: เทพประทานการพิมพ์.
2.ดร.ศุภลักษณ์ เข็มทอง.(2551).กิจกรมบำบัดพัฒนาชีวิต. กรุงเทพฯ: แสงดาว. ISBN 978-974-04-2782-7
3. คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. รู้จัก รู้เรื่อง รู้รักษา โรคมะเร็ง .ISBN 978-616-7829-62-3
4.Wamg Li-Min (หวัง ลี่หมิน) ผู้แปล เพ็ญศิริ รัตนศรี .กินอาหารบำบัดมะเร็ง. ISBN 978-974-04-2782-7