จากการอ่านรายงานกรณีศึกษาทำให้เห็นว่าการบำบัดในอดีต OBP ยังไม่เป็นที่รู้จักในวงการ OT นัก ส่งผลให้การบำบัดในอดีตนั้นยังเป็นการบำบัดที่เน้นให้ผู้รับบริการฝึกทำกิจกรรมที่อาจยังไม่ได้นำมาใช้ในชีวิตประจำวัน มักเป็นกิจกรรมที่ได้ฝึกตาม Goal ของผู้รับบริการ แต่กิจกรรมนั้นยังไม่สามารถนำมา ประยุกต์ใช้เป็นกิจวัตรประจำวันได้ เช่น การกระโดดบนแทมโพลีน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถฝึกฝนได้ที่บ้าน ทำให้เป็นกิจกรรมที่ยังไม่เกิดประโยชน์เท่าที่ควร

ปัจจุบันจึงได้มีการนำ OBP เข้ามามีส่วนร่วมในการบำบัด การใช้ OBP มาเป็นสื่อในการบำบัดด้วย การนำสิ่งที่เกี่ยวข้องในชีวิตประจำวันของผู้รับบริการมาใช้ โดยต้องคำถึง Active(ผู้รับบริการได้ทำกิจกรรมนั้นด้วยตัวเอง), Purposeful(กิจกรรมนั้นเป็นกิจกรรมที่มีเป้าหมาย), Meaningful(กิจกรรมนั้นเป็นกิจกรรมที่มีความหมายกับผู้รับบริการ), Contextualize(กิจกรรมนั้นตรงกับบริบทของผู้รับบริการ), Impact on Health (กิจกรรมนั้นส่งผลต่อสุขภาพของผู้รับบริการ)

จากเคสตัวอย่างที่ดิฉันได้รับนั้นเป็นเคสเด็กอายุ 8 ปี ซึ่่งมีความผิดปกติ คือ autism spectrum disorder ซึ่งเด็กจะมีพัฒนาการด้านการพูดช้ากว่าวัย ทำให้เข้าสังคมกับเด็กวัยเดียวกันไม่ได้ การที่จะนำ OBP มาประยุกต์กับเคสนี้ก็มีไม่มาก เพราะผู้รับบริการยังเป็นวัยที่ยังไม่มีภาระหน้าที่หรือการงานที่ต้องรับผิดชอบมากนัก กิจกรรมที่สามารถนำมาประยุกต์กับเคสนี้ได้ก็มีด้าน ADLs,Education,Leisure

OBP เป็นสิ่งที่มีประโยชน์อย่างมาก ทำให้ผู้ป่วยสามารถฝึกช่วยเหลือดูแลตนเองได้ ไม่ต้องเป็นภาระ ของครอบครัว หรือสังคม ทำให้สังคมยอมรับในศักยภาพของผู้ป่วย ส่งผลให้ผู้ป่วยมีจิตใจที่เข้มแข็งและมีความสุขที่จะดำรงชีวิตต่อไปได้

เพราะฉะนั้นนอกจาก OT รุ่นใหม่ที่จะนำ OBP มาเป็นสื่อในการบำบัดแล้วก็ยังเป็นกำลังสำคัญในการ ส่งเสริมและสนับสนุนให้นักกิจกรรมบำบัดในอดีตที่ยังไม่ค่อยรู้จัก OBP มากนัก หันมาทำความเข้าใจและศึกษาการบำบัดในรูปแบบที่มีการพัฒนาสู่สากลมากยิ่งขึ้น เพื่อพัฒนาสังคมและประเทศชาติต่อไป...

ภาพแสดงอาการของ Autism Spectrum Disorder


กาญจนา หมัดอะด้ำ 5823002