“พระพุทธศาสนากับการสร้างคนดีมีคุณธรรม”(ในสถาบันอุดมศึกษา) เห็นดีหรือแย้ง?

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2560 สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) จัดสัมมนาเรื่อง “พระพุทธศาสนากับการสร้างคนดีมีคุณธรรม” ณ โรงแรมเอเชีย ราชเทวี กรุงเทพมหานคร และได้เชื้อเชิญให้สถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ ส่งผู้บริหาร /ผู้แทน และนิสิตนักศึกษาเข้าร่วมการสัมมนา ย่อหน้าถัดไปเป็นการเขียนรายงานแจ้งเจ้านายว่าการเดินทางไปครั้งนี้มีอะไรที่เป็นสาระสำคัญบ้าง พอสังเขป ส่วนตอนท้าย เป็นความเห็นส่วนตัวที่เพิ่มเข้าไป เป็นทัศนะที่เห็นว่าจะต้องทำอย่างไร

การสัมมนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลัก คือ เพื่อส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมสัมมนา ได้รับความรู้ ความเข้าใจด้านวินัย คุณธรรม จริยธรรมและความเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศ โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา เพื่อส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ให้กับผู้เข้าร่วมสัมมนา และเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการทำงานให้มีคุณลักษณะเป็นบุคคลที่พึงประสงค์

โดยการสัมมนา มีผู้บริหาร คณาจารย์ และนิสิตนักศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ เข้าร่วมประมาณ 200 คน โดยแบ่งการสัมมนาเป็น 2 ช่วง ประกอบด้วย การฟังบรรยายโดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ในหัวข้อ “อัญเชิญพระราชกระแส ให้สถานศึกษาสร้างคนดีให้แก่บ้านเมือง” และการแบ่งกลุ่มระดมสมอง ในหัวข้อ “การจัดกิจกรรมในและนอกหลักสูตรเพื่อให้อุดมศึกษาสร้างคนดีให้แก่บ้านเมือง” โดย ดร.จิรวัฒน์ วีรังกร และคณะ และการสรุปข้อเสนอต่อ รองศาสตราจารย์ นายแพทย์โศภณ นภาธร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อนำข้อเสนอจากการสัมมนาไปเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อวางแผนหรือกำหนดเป็นนโยบายสู่การปฏิบัติต่อไป

ดร.สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา ประธานในพิธีเปิดกล่าวว่า “สถาบันอุดมศึกษามีหน้าที่ในการสร้างคนเก่ง คนดี และพร้อมที่จะเสียสละเพื่อชาติบ้านเมือง”

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ได้อัญเชิญกระแสพระราชดำรัสและพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เรื่องของการฝึกฝนและอบรมนิสิตนักศึกษาให้เป็นคนดีควบคู่กับความเป็นคนเก่ง รวมทั้งพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของในหลวง รัชกาลที่ 10 ที่ทรงต้องการให้การศึกษาต้องมุ่งสร้างพื้นฐานให้แก่ผู้เรียนคือ ทัศนคติที่ถูกต้อง พื้นฐานชีวิต(อุปนิสัย)ที่มั่นคงเข้มแข็ง มีอาชีพ/มีงานทำ และเป็นพลเมืองดี

ผลสรุปของการระดมความคิดเห็น คือ การบูรณาการการเรียนการสอน(ในหลักสูตร)และกิจกรรมนอกชั้นเรียน (เสริมหลักสูตร) ให้มากขึ้น การใช้ฐานทางวัฒนธรรมและชุมชนเป็นฐานการเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม ผ่านกิจกรรมเสริมหลักสูตร การสร้าง Idol ซึ่งเป็นนักศึกษารุ่นพี่ เพื่อส่งต่อผลดีไปยังรุ่นน้อง ตลอดจนการส่งเสริม/มอบรางวัลให้ศิษย์เก่า เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่นักศึกษาปัจจุบัน ทั้งนี้ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ จะได้นำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการต่อไป


ความเห็นส่วนตัวเห็นว่า ไม่ว่าสถาบันไหน คณาจารย์ก็ล้วนหวังจะผลิตบัณฑิตให้เป็นคนเก่ง ดี มีสุข ทั้งนั้น มีกลไกและเครื่องมือต่างๆมามาย ผ่านการระดมความเห็นจนตกผลึก แล้วนำไปปฏิบัติมาตลอด มีการพูดคุยเรื่อง “ความดี” อยู่เสมอ ทั้งการจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตร เราท่านก็หวังให้ผู้ร่วมกิจกรรมเป็นคนเก่ง ดี มีสุขกันทั้งนั้น หรือแม้แต่ในหลักสูตร ครูอาจารย์ก็ต่างสอดแทรกเรื่อง ความดี ความงามอยู่เป็นนิจ แม้กระทั่งในเรื่องจรรยาบรรณในวิชาชีพก็มีกล่าวถึงมิขาด กระนั้น “สกอ.” ก็จัดเวทีเพื่อระดมความคิดเห็นว่าเราควรจะทำอะไร ผลจากการนำเสนอและสรุปออกมา ก็ยังไม่เห็นนวัตกรรมทางความคิดอะไรใหม่ๆ แม้จะมีคำใหม่มาบ้าง เช่น อุดมศึกษา 4.0 ซึ่งเรื่อง 4.0 ก็ดูจะกลายเป็นวาระแห่งชาติไปเสียดหมดทุกเรื่อง ก่อนหน้านี้เราพูดถึกงเรื่อง “การบูรณาการ” จนเฟ้อไปร่วม 10 ปี จนชินชาแล้วก็เริ่มมาเล่นเรื่อง “ศตวรรษที่ 21” ได้ไม่นาน เมื่อรัฐบาลพูดเรื่อง ประเทศไทย 4.0 ทุกหน่วยงานก็วิ่งเต้นแร้งเต้นกา ประดาประดังคิด พูด คุย ทำงานเพื่อ 4.0 กันยกใหญ่ (ผมเองต่างหากที่ตกข่าวเรื่อง 4.0 เพราะละเลยที่จะใคร่รู้เรื่องนี้)

เอาละ มาเข้าเรื่อง ผมฉงนใจตั้งแต่เห็นหัวข้อการสัมมนา ด้วยเพราะว่า เราพยายามสอนให้นักศึกษาเรียนรู้เรื่องความมีพหุวัฒนธรรม อันหมายถึงความหลากหลายของเชื้อชาติ ศาสนา และการดำรงอยู่ร่วมกัน แต่วันนี้หัวข้อสัมมนาดูจะปิดกั้นเพื่อนต่างศาสนาเสียเหลือเกิน จนกระทั่งท่านองคมนตรีท่านได้พูดว่า น่าจะใช้คำว่า “ศาสนากับการสร้างคนดีในอุดมศึกษา” เพราะท่านให้เหตุผลว่า “ศาสนธรรมในทุกศาสนาล้วนดีทั้งนั้น”

ถัดมาก็เรื่องของรูปแบบการสัมมนา ระดมความคิดเห็น เรายังใช้รูปแบบเดิมๆที่ทำกันอยู่ แบ่งกลุ่ม ระดมกันคิด นำเสนอ สรุป ซึ่งเสมือนพูดถึงเรื่องในอุดมคติที่วาดฝันไว้บนฟ้าบนเมฆว่าอยากเห็นอะไรที่สวยงาม ก็มองขึ้นไป เหมือนอย่าง สกอ. ให้งบประมาณ มข. มาจัดกิจกรรม/โครงการต่อต้านยาเสพติดปีละแสนกว่าบาท แต่จากสถิติ นักศึกษา มข. ไม่ได้มีความเสี่ยงหรือมีปัญหาเรื่องยาเสพติดเลยในรอบหลายปีที่ผ่านมา เรารณรงค์ไปก็ดูจะสูญเปล่า เพราะไม่ได้มีปัญหา แต่ป้องกัน แต่เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจทำเพื่อพัฒนานักศึกษามากกว่า สกอ. กลับไม่ได้ถามพวกเราชาวอุดมศึกษา(บ้างเลย) การระดมความเห็นอันเป็นนวัตกรรมเรื่องการสร้าง “คนดี” จะต้องพยายามเรียนรู้ว่าแต่ละที่ แต่ละภูมิภาค บนความหลากหลายเชิงพื้นที่และวัฒนธรรม ใครเด่นเรื่องอะไร เอามาเล่าให้กันฟัง เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิด(IDEA) เพื่ออาจเกิดการนำผลปฏิบัติที่ดีไปเป็นแนวทางการช่วยกันสร้าง “คนดี” ในวิถีที่ต่าง

การสร้างคนดี สำหรับ “เยาวชน” หรือ “วัยรุ่น” ดูเป็นเรื่องล้าหลังที่ “ผู้ใหญ่” พยายามยัดเยียดว่า “วัยรุ่น” เป็นคนไม่ดีหรือเปล่า??????? ถัดมา “นิสิตนักศึกษา” ที่เรียนในระบบ ส่วนใหญ่ (คาดคะเนเอาเอง) เป็นเด็กโตที่ผ่านการคัดกรองมาระดับหนึ่งแล้ว ปัญหาจากเด็กกลุ่มนี้จึงมีน้อย มีจะมีอยู่บ้าง เช่น การไปรับจ้างสอบนักเรียนตำรวจที่เป็นข่าวโด่งดัง แต่นั่นก็เป็นส่วนน้อย ที่พวกเรายังตามพวกมิจฉาชีพไม่ทัน แต่สิ่งเหล่านี้ มันอาจไม่ได้เกิดจากตัวด็กเองโดยตรง เพราะเกิดจากผู้ใหญ่ต่างหากที่อยู่นอกระบบการศึกษา และอีกประเด็นคือ เยาวชนนอกระบบการศึกษา น่าจะเป็นกลุ่มที่ควรจะให้ความสำคัญมากกว่า และมหาวิทยาลัยควรไปช่วยสังคมอย่างไรในเรื่องนี้ เช่น มีเด็กแว๊นมากมายที่ยังเป็นปัญหาอยู่ในท้องถนน มีวัยรุ่นนอกระบบหลายคนที่ยังมีปัญหาครอบครัว ส่วนนิสิตนักศึกษา ถ้าจะมีปัญหาจริงๆก็คงเรื่องทุนทรัพย์ และเรื่องภาษาและเทคโนโลยีเสียมากกว่า ส่วนเรื่องวัฒนธรรมไทยนั้น ส่วนตัวมองว่า เด็กๆเขาคิดว่ามันเป็นเรื่องเชยไปแล้วครับ ในเมื่อการไหล(ฮาด)ทางวัฒนธรรมต่างชาติ เป็นกระแสเชี่ยวบ่ามาอย่างหนัก การแต่งตัวแบบเกาหลี ญี่ปุ่น หรือสวมกางเกงยีนส์มาเรียน คงเป็นสิ่งที่นักศึกษาหวังไว้ในใจลึกๆมากกว่า “เครื่องแบบ” ที่พยายามบังคับให้สวมใส่ แล้วคาดโทษเรื่องคะแนนความประพฤติ เมื่อถูกหักคะแนนความประพฤติ ก็ถูกกฎเกณฑ์ตีตราว่าเป็นคนไม่ดี อย่างนั้นหรือที่เราๆท่านๆหวัง?????

เขียนมาเสียยาวยืด ขอบคุณท่านที่อ่านจนจบ หากอ่านจบแล้วมีข้อความแสดงทัศนะหรือข้อท้วงติง ก็เชิญได้นะครับ อยากมอบของที่ระลึกดีๆให้ท่านที่ร่วมแสดงความเห็น แม้จะเห็นแย้งหรือเห็นต่างก็ยังอยากมอบให้ ด้วยจิตคารวะ

ณ มอดินแดง

๙ มีนาคม ๒๕๖๐





กัลยาณมิตรจาก ม.มหาสารคาม

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น

คำสำคัญ (Tags)#ดี#มหาวิทยาลัยขอนแก่น#มีสุข#เก่ง

หมายเลขบันทึก: 625631, เขียน: 09 Mar 2017 @ 18:02 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, ดอกไม้: 1, อ่าน: คลิก


ความเห็น (0)