True smlie :) (Volunteer project)

กลางวันวันหนึ่งในขณะที่ฉันและกลุ่มเพื่อนกำลังค้นหาสถานที่เพื่อทำจิตอาสากันอยู่ ก็มีเพื่อนเสนอขึ้นมาว่า...

"ไปที่โรงเรียนสอนคนตาบอดกันไหม แบบไปอ่านหนังสือให้น้องๆ"

ณ ตอนนั้นพวกเราก็เลือกที่นี่กันเลย ในตอนนั้นฉันรู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน ฉันมาถึงที่นี่ก่อนเวลาและมาถึงคนแรก ฉันเลยถือโอกาสนี้เดินดูสถานที่ระหว่างรอเพื่อน

ภาพที่ฉันเห็นคือภาพเด็กๆ เดินจับมือกันเป็นคู่ นั่งจับมือคุยกัน นั่งกอดกัน ความรู้สึกของฉันในตอนนั้นเป็นความรู้สึกที่ฉันไม่เคยรู้สึกมาก่อน เป็นเป็นความรู้สึกเหมือนเราได้หลุดไปอีกโลกนึง โลกที่ไม่ต้องใช้ดวงตา แต่ใช้เพียงหัวใจมอง....

เมื่อเพื่อนๆมาถึงพวกฉันจึงกระจายไปสอนหนังสือให้กับน้องๆ น้องที่ฉันได้สอนคนแรกคือน้องตั้งใจ(นามสมมติ) ดิฉันได้สอนวิชาภูมิศาสตร์และวิชาสุขศึกษา นอกจากที่ฉันจะอ่านหนังสือให้น้องฟัง ฉันยังได้ทำสรุปไว้ให้น้อง เผื่อน้องจะสามารถให้ใครสักคนอ่านให้น้องฟังก่อนสอบได้ ฉันชอบสีหน้าน้องเวลาน้องตั้งใจที่จะฟัง น้องสามารถจดจำและแยกเสียงพี่ๆทุกคนได้ดี ซึ่งสำหรับฉันแล้ว การจำรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ของกันและกันได้มันเป็นความรู้สึกที่พิเศษมากๆ


เมื่อถึงเวลาเที่ยงพวกฉันก็ให้น้องไปรับประทานอาหารกลางวันกับทางโรงเรียน และสิ่งดีๆ ก็ได้เกิดขึ้นกับฉัน ....

พวกฉันตัดสินใจไปรับประทานอาหารกันที่โรงพยาบาลใกล้เคียง ซึ่งที่โรงอาหารมีคนจำนวนมาก ทำให้พวกฉันต้องแยกกันนั่ง ในตอนแรกฉันได้ที่นั่งที่มีเก้าอี้สองตัว คุณยายใจดีคนนึงยังไม่มีที่นั่งฉันจึงแบ่งปันให้คุณยาย ฉันสังเกตได้ว่าคุณยายรีบหาที่นั่งมากจนยังไม่ได้ซื้อน้ำดื่ม ฉันจึงฝากที่นั่งและของไว้กับคุณยาย


"คุณยายคะหนูซื้อน้ำมาฝากค่ะ หนูไม่รู้ว่าคุณยายต้องควบคุมน้ำตาลหรือเปล่าหนูเลยซื้อน้ำเปล่ามาฝากแทนค่ะ"


ตอนนั้นฉันไม่รู้ว่าคุณยายจะรับน้ำจากฉันไหม ฉันรู้เพียงแค่ว่า ขอแค่กล้าที่จะทำดี ก็ไม่เห็นจะต้องกลัวอะไร...และสิ่งที่คุณยายตอบมาก็คือ


"ขอบใจมากๆเลยนะลูก ยายกำลังเผ็ดอยู่พอดีเลย" คุณยายตอบฉันมาพร้อมกับไปหน้ายิ้มแย้มอย่างแท้จริง


"ไม่เป็นไรค่ะคุณยาย หนูเต็มใจที่จะทำให้ค่ะ" ฉันตอบไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม


"แต่อย่าให้ยายต้องลำบากหนูเลย ยายขอจ่ายเงินนะลูก ยายยังพอมี ยายขอละกันนะ"


"ได้หมดค่าา :D" ฉันตอบกลับไป


ระหว่างรับประทานอาหารฉันกับคุณยายได้คุยกัน ฉันเล่าเรื่องที่ฉันมาทำให้วันนี้ให้คุณยาฟัง....


"หนูนี่ดีนะ ได้มีโอกาสทำอะไรแบบนี้ ยายน่ะแก่แล้ว ไม่มีโอกาสได้ทำอะไรแบบนี้แล้ว ทำได้แค่ดูแลตัวเองไปวันๆ สุขภาพก็เสื่อมลงๆ"


"คุณยายต้องดูแลสุขภาพมากๆนะคะ"


"ยายไม่รู้ว่ายายจะไปตอนไหนเลยลูก"


"สิ่งนั้นไม่สำคัญเท่าตอนอยู่เท่าตอนยังอยู่เราได้อยู่กับอะไรหรอกค่ะยาย ตอนนี้หนูตรวจเจออาการป่วยที่หาสาเหตุไม่ได้ หนูได้แต่คิดว่า หากวันนึงหนูจะต้องเป็นอะไรไปจริงๆ หนูขอแค่วันนี้หนูได้ทำสิ่งที่หนูรัก ได้ทำเพื่อคนอื่น ได้เป็นผู้ให้ และเดินตามรอยพระบิดา หนูก็ไม่กลัวว่าพรุ่งนี่้หนูจะต้องเป็นยังไงแล้วค่ะ"


"อย่างน้อยวันนึงหนูก็จะได้พูดกับคนที่หนูรักษาว่า เห็นมั้ยหนูยังป่วยเลย แต่หนูก็ไม่ยอมแพ้และยังเลือกที่จะให้ต่อไป หนูว่าารที่หนูป่วยมันอาจจะเป็นความพิเศษของหนูก้ได้นะคะ มันทำให้หนูเห็นคุณค่าของการใช้ชีวิตมากยิ่งขึ้น"


ในตอนนั้นฉันพูดออกไปโดยไม่คิดจะต้องได้สิ่งตอบแทนอะไรใดๆ ฉันหวังเพียงที่จะให้กำลังใจคุณยายเพียงเท่านั้น แต่สิ่งที่ฉันได้กลับมามันมากกว่าที่ฉันให้ไป 10 เท่า........


ก่อนคุณยายจะลุกไปจากฉัน คุณยายหยิบเงินออกมา 110 บาท ให้ค่าน้ำฉัน 10 บาทและอีก 100 บาทคุณยายบอกกับฉันว่า....


"ยายไม่มีโอกาสด้ทำอะไรแบบนี้ ยายชอบความคิดของหนูนะลูก ชอบที่หนูกล้าที่จะทำความดี ยายขอให้หนูนำเงิน 100 บาทนี้ไปทำบุญต่อ ให้หนูได้เป็นผู้ให้ต่อไป ยายฝากด้วยนะลูก ทำแทนยายที"


"ได้เลยค่ะคุณยาย หนูจะนำเงินไปทำในสิ่งที่ดี หนูสัญญาค่ะ" ฉันตอบไปด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจในคำตอบของตนเองโดยไม่ต้องคิดหรือไตร่ตรองใดๆ ใช้เพียงหัวใจตอบออกมา


ฉันจึงนำเงินของคุณยายส่วนนั้นบริจาคให้กับโรงเรียนสอนคนตาบอด เป็นเงินจำนวน 110 บาท

เหตุการนี้ทำให้ฉันได้รู้ว่า สิ่งที่ใครๆบอกต่อๆกันมาว่า "การให้ไม่มีสิ้นสุด" มันเป็นแบบนี้นี่เอง :D


---- เรามากันเป็นทีมนะครับ ----



ขอขอบคุณสถานที่ : มูลนิธิคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ตอบโจทย์ “ทำอย่างไร จะพัฒนาศักยภาพของบุคคล หรือประชาคมเหล่านี้ให้มีสุขภาวะอยู่เย็นเป็นสุข ? ”



ความเห็น (0)