จิตอาสา มูลนิธิคนตาบอดแห่งประเทศไทย


จิตอาสา สร้างรอยยิ้ม


“ให้ไปทำจิตอาสาที่ใดก็ได้”

คำพูดนี้ทำให้พวกเรามายืนอยู่ที่นี่ ตรงหน้ามีป้ายขนาดใหญ่ส้มอิฐเขียนว่า

มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย


พวกเรามองหน้ากัน เก้ๆกังๆไม่กล้าเข้าไปข้างใน จนในที่สุดจึงตัดสินใจเดินไปแลกบัตร บัตรสีเขียวใบน้อยอยู่ในมือเราจนได้


เมื่อเดินเข้าไปถึงด้านใน เราที่พึ่งมากันเป็นครั้งแรกก็สับสนไม่รู้จะเริ่มทำตัวอย่างไร เห็นเด็กหลายคนกำลังนั่งเรียนกับจิตอาสาคนอื่นๆ อยู่ ตอนนั้นเสี้ยวนึงในใจคิดว่าจะต้องมาทำวันอื่นแล้ว เด็กทุกคนดูมีความสุข ดูตั้งใจฟังสิ่งที่จิตอาสาสอน นึกว่าจะไม่มีงานให้เราทำเสียแล้ว เนื่องจากเวลาที่เราไปถึง นั้นเป็นเวลาเย็นพอสมควร แต่ในที่สุดเราก็มีสิ่งที่สามารถช่วยน้องๆได้ ต้องขอบคุณพี่ผู้ดูแล ที่หางานจิตอาสามาให้พวกเราทำ พี่เขาพาเราไปที่โต๊ะ บอกช่วยเขียนหนังสือให้น้องหน่อย เรารับสมุดมาสองเล่ม เล่มหนึ่งเป็นต้นฉบับ อีกเล่มเป็นสมุดของน้อง พวกเราเริ่มลงมือเขียน เนื่องจากเพื่อนเขียนก่อน


เราจึงมีเวลาได้นั่งกวาดสายตาไปรอบๆสถานที่แห่งนี้


ภาพที่เห็นคือสนามหญ้าสีเขียว มีน้องๆผู้พิการทางสายตากำลังเล่นลูกกลมๆสีขาวในสนามกันอย่างตั้งใจ ‘เล่นเก่งกันจัง’ นี่คือสิ่งที่เราคิด ลูกบอลกลมๆกลิ้งไปกลิ้งมา ตอนนั้นเราสงสัยว่าน้องเขาเล่นกันได้อย่างไร มองไปมองมาฟังไปฟังมาก็ได้คำตอบ ในลูกบอลนั้นเหมือนมีสิ่งที่ทำให้เกิดเสียงดัง เมื่อน้องได้ยินน้องก็จะวิ่งตามเสียงลูกไป เราคิดว่ามันเป็นความคิดที่ดีที่ใช้วิธีนี้ ทำให้น้องๆได้ออกกำลังกาย และยังสนุกอีกด้วย

กลับมาที่งานของเรากันดีกว่า เมื่อเพื่อนเมื่อยเราจึงเขียนแทน เราพยายามเขียนให้ดีที่สุด ตั้งใจที่สุด ถึงแม้น้องเขาจะมองไม่เห็น แต่คุณครูหรือคนอื่นที่จะมาอ่านสมุดต่อนั้นมองเห็น เราจึงทำให้มันดีที่สุด:)


ที่นั่งฝั่งตรงข้ามของเราเป็นน้องผู้ชายหนึ่งคนนึงที่กำลัฟังสิ่งที่พี่จิตอาสาสอนอยู่อย่างตั้งใจ พี่เขาสอนวิชาสังคม เราเห็นว่าเมื่อพี่เขาสอนเสร็จแล้วละโบกมือลาน้อง น้องเขานั่งนิ่งๆอยู่เฉย เหมือนอยู่นความคิดของของตัวเอง ตอนนั้นเราอยากเข้าไปคุยกับน้องมาก แต่ความกล้าของเรามีไม่มากพอ เราหันไปหาเพื่อน บอกเพื่อนว่าอยากคุยกับน้อง เพื่อนบอกให้คุยสิ ถ้าไม่เข้าไปคุยเดี๋ยวเสียใจทีหลังหรอก


‘เดี๋ยวเสียใจทีหลังหรอก’


คำพูดนี้ทำให้เรารู้สึกคิดได้ จริงแหละที่ความไม่กล้าทำให้พลาดหลายสิ่งหลายอย่างมาแล้ว ขอบคุณเพื่อนที่เตือนสติจริงๆ รวบรวมความกล้า ลุกขึ้น แล้วเดินไปหาน้อง ‘น้องชื่ออะไรหรอ’นี่คือสิ่งที่เราถามเขาไป หลังจากนั้นเราก็คุยกับน้อง และพบว่าน้องเป็นเด็กที่ฉลาด มีความขี้สงสัยอละอยากรู้อยากเห็น นอกจากนี้ยังช่างสังเกตอีกด้วย


มีเหตุการณ์นึงที่เราจำได้คือน้องเขาถามเราว่า พี่เป็นหวัดเกิดจากอะไร เชื้อโรคตัวไหน ผมอยากรู้ชื่อแบคทีเรีย เราถึงกับต้องหาในgoogleให้น้องเขา และมีอีกคือ น้องเค้าถามเราว่า เราเขียนหนังสือเสร็จแล้วหรอ วิชาชีววิทยาใช่ไหม แค่เสียงที่เราคุยกันกับเพื่อนน้องเขาก็รู้แล้วว่าเรากำลังคุยอะไร

คำที่บอกว่าคนตาบอดจะมีประสาทสัมผัสด้านอื่นดีมาก เราคิดว่าเราได้เห็นแล้วจริงๆล่ะ


มันเป็นความประทับใจเล็กๆที่เกิดขึ้นในใจเรา เราคุยกับน้องไปเรื่อยๆ ฟังน้องเขาเล่าเรื่องเพลินๆ มีเสียงกีตาร์จากน้องอีกคน บรรยากาศเย็นๆลมพัดสบายๆ แค่นี้ก็พอที่จะทำให้เราได้ความร็สึกดีๆมากมายกลับบ้านไปแล้ว


ถ้าใครถามเราว่าไปทำจิตอาสาที่ไหนดี เราจะบอกที่นี่เลย มันดีมากจริงๆ มีโอกาสอยากจะไปอีกครั้ง น้องๆน่ารัก พี่ๆใจดี แถมได้ทำความดี เท่านี้ชีวิตก็มีความหมายดีๆขึ้นมาอีกอย่างนึงแล้ว:)


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ทำอย่างไรจะพัฒนาศักยภาพของบุคคลหรือประชาคมเหล่านี้ให้มีสุขภาวะอยู่เย็นเป็นสุข



ความเห็น (0)