งานคัดแยกขยะ จิตอาสาที่หลายคนไม่นึกถึง

ณ วันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2560 ฉันและเพื่อนๆ ได้มีโอกาสเข้าร่วมทำจิตอาสาที่สนามหลวง สถานที่ที่ตอนนี้ทุกคนต่างพากันไปเคารพพระบรมศพ โดยงานทีฉันและเพื่อนไปทำในครั้งนั้นคือ งานคัดแยกขยะ โดยมี 2 งานให้เลือกทำคือ ประจำจุดทิ้งขยะ หรือ เดินเก็บขยะตามจุดต่างๆ ในบริเวณสนามหลวง

สาเหตุที่ไปทำจิตอาสาที่นี่

ทุกคนคงรู้อยู่แล้วว่า ตั้งแต่วันที่เริ่มเปิดให้เข้าเคารพพระบรมศพ บริเวณสนามหลวงนั้นล้วนมีจิตอาสามากมายที่ไป มีทั้งคนธรรมดาหรือคนมีชื่อเสียง พวกเราอยากไปทำจิตอาสานานแล้วเพียงแค่ตอนนั้นอาสาสมัครมากเกินพอที่จะทำให้ช่วยงานได้อย่างเต็มที่ แต่พอเวลาเริ่มผ่านไปนานเข้า คนที่ให้ความสำคัญกับการทำจิตอาสาก็เริ่มน้อยลง พวกเราจึงมีโอกาสเลือกที่จะไปทำจิตอาสาที่แห่งนี้

ความรู้สึกที่ไปทำจิตอาสา ณ สนามหลวง

ตอนแรกที่เดินทางไปถึงสนามหลวงตื่นเต้นมาก เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นคนมากมายไปรวมกันอยู่ที่แห่งนั้น ได้มีทั้งการตรวจบัตร ตรวจหาวัตถุอันตรายต่างๆ พอเดินเข้าไปถึง อย่างแรกที่พวกเราหาก็คือ พวกเราจะไปทำจิตอาสาอะไรกันดีและทำที่ไหน จากที่เคยหาข้อมูลและเคยได้ยินมาคือ สามารถเข้าไปถามพวกพี่ที่มาทำจิตอาสาคนอื่นๆ แล้วก็เริ่มทำได้เลย แต่วันนั้นที่ไปนั้น มันกลับไม่ได้เป็นแบบนั้น ไม่ได้มีเต้นท์รับสมัครอาสาสมัคร พวกเราจึงได้สอบถามพี่ๆ เจ้าหน้าที่ จนได้รู้ว่า ถ้าคนที่จะมาเป็นอาสาสมัครนั้น ต้องไปลงทะเบียนที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก่อน แล้วก็รอว่ามีหน้าที่อะไรที่พวกเราสามารถเข้าไปช่วยได้บ้าง


หลังจากที่ลงทะเบียนอาสาสมัครเสร็จเรียบร้อย พี่เจ้าหน้าที่เขาก็ถามว่า พวกเราอยากทำอะไร แต่ตอนนั้นเราไม่ได้มีเป้าหมายว่าอยากทำอะไรเป็นพิเศษ พวกเราเพียงต้องการทำอะไรก็ได้ที่ต้องการแรงคนและมีไม่เพียงพอ พี่เขาก็เลยแนะนำว่า งั้นไปทำงานคัดแยกขยะไหม พร้อมกับพาเราไปเข้าฟังถึงประเภทของขยะ ว่าขยะแบบไหนจะต้องแยกลงถังแบบไหน แล้วเราต้องมีหน้าที่อะไรบ้าง ไม่ใช่เพียงแต่แยกๆ แต่ควรบอกให้คนที่ไม่ใช่อาสาสมัครทราบด้วยว่า ขยะในมือของเขานั้น ควรจะต้องลงถังไหน เพื่อลดขั้นตอนการคัดแยกให้พวกพี่เจ้าหน้าที่กรุงเทพฯ และประหยัดเวลาในการแยกขยะไปรีไซเคิล


พอพวกเราฟังเสร็จหน้าที่ของงานในวันนั้นคือ ไปประจำจุดที่ถังขยะ คอยคัดแยกขยะที่คนจะทิ้ง หรือจากอาสาสมัครคนอื่นที่เดินเก็บขยะจากจุดต่างๆ พวกเราไปถึงก็ได้เจอกับพี่ๆ เจ้าหน้าที่ของกรุงเทพฯ พี่เขาก็แนะนำว่าควรทำอย่างไร ถ้าสมมติคนที่จะทิ้งเขาไม่สนใจกับคำแนะนำของเรา ระหว่างการทำก็ได้พูดคุยกับพี่เจ้าหน้าที่ว่า การที่มีคนมาช่วยนี่ช่วยบ้างไหม หรือว่าเป็นคนก่อกวน พี่ๆเขาก็หัวเราะแล้วก็พูดว่า "ช่วยสิ ปกติต้องทำกันอยู่ 2 คน แต่พอมีน้องๆ มาช่วยก็เบาแรง ได้แอบอู้ด้วย 555" หลังจากนั้นพี่ๆ ก็ได้เอาของกินที่เขามาแจกให้พวกเรากิน พร้อมบอกว่า "กินเถอะ เขามาแจกเยอะแยะ ไม่ต้องเกรงใจ" ระหว่างที่พวกเราทำไปได้สักพักหนึ่ง ก็มีคุณป้าคนหนึ่งเดินมาทิ้งขยะ แล้วก็ถามว่าพวกเราทำไมถึงมาทำ หลังจากได้ตอบไป คุณป้าก็ได้อวยพรให้พวกเรา และมีอีกคนหนึ่งที่ลืมไม่ได้ก็คือ คุณลุงอาสาสมัคร คุณลุงเดินมาพร้อมกับผูกถุงคัดแยกขยะมาด้วย คุณลุงก็ได้เล่าให้ฟังว่า คุณลุงมาทำนานแล้ว ทำตั้งแต่ที่อาสาสมัครยังเยอะๆ จนตอนนี้อาสาสมัครเริ่มน้อยลงแล้ว คุณลุงก็บอกว่าอยากมาทำความดีถวายพ่อหลวง เพราะไม่รู้ว่าตัวเองจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน รีบทำความดีเข้าไว้ ก่อนที่จะไม่ได้ทำ

ฉันรู้สึกว่าโชคดีมากที่ได้มาทำจิตอาสาที่แห่งนี้ ที่ๆ ใกล้กับพ่อหลวงที่พวกเรารักทั้งแผ่นดิน ได้ทำงานร่วมกับจิตอาสาคนอื่นๆ ที่มีใจอยากแบ่งปันเพื่อผู้อื่น โดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน ทำไปจนกว่าจะทำไม่ไหวสักวันหนึ่ง ยิ่งได้มาทำจิตอาสามากขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งรู้ว่า

ความสุขที่เราทุกคนต่างตามหา ไม่ว่าจะเป็นการใช้เงิน ซื้อสิ่งของที่ต้องการ ทั้งการตามหาคนรักที่ดีที่สุด พวกนั้นคือความสุขที่ขึ้นกับคนอื่น เราต่างหาความสุขที่อยู่ภายนอก และหากว่าสิ่งที่คนอื่นบอกกันว่าทำแล้วมีความสุข หากมันไม่ได้มาจากการที่เราเอาใจไปใส่ไว้ตรงนั้นจริงๆ มันจะทำให้เรามีความสุขได้จริงหรือ? พวกเราอาจลืมว่าความสุขจริงๆ แล้วไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของภายนอกร่างกาย เพียงแค่เรารู้สึกว่าเรามีความสุข เท่านี้มันก็ทำให้อะไรๆ รอบตัวดีขึ้นมาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น การทำจิตอาสา บางคนอาจจะไม่ชอบเพราะมันเหนื่อย แต่ฉันรู้สึกว่ามันเป็นความสุขอย่างหนึ่งที่อะไรก็มาเทียบไม่ได้ สำหรับฉัน


ถ้าไม่ได้มาทำจิตอาสา ฉันก็จะไม่ได้ใส่ใจกับการคัดแยกขยะเหมือนทุกวันนี้

ถ้าไม่ได้มาทำจิตอาสา ฉันก็จะไม่รู้ถึงความเหนื่อยของคนที่เขาคอยคัดแยกขยะ

ถ้าไม่ได้มาทำจิตอาสา ฉันก็จะไม่ได้เห็นรอยยิ้มจากพี่ๆ เจ้าหน้าที่ 2 คนนั้น

ถ้าไม่ได้มาทำจิตอาสา ฉันก็จะไม่ได้พบเจอกับคุณลุง ถึงคุณลุงจะมองว่าตัวเองอยู่ได้ไม่นาน ก็ยังมีความสุขกับสิ่งที่ตัวเองทำ


ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกมีความสุขมาก โดยที่ฉันไม่ต้องเสียเงินเพื่อซื้อสิ่งใดมาเพื่อหาความสุข แค่ได้เห็นรอยยิ้มที่จริงใจไม่หวังอะไรตอบแทนจากคนอื่น ได้ทำสิ่งที่สามารถลดภาระของผู้อื่น และทำให้สภาพแวดล้อมดีขึ้น เท่านี้ก็ทำให้ฉันมีความสุขมากแล้ว

ขอขอบคุณอาจารย์ ที่มอบหมายงานให้ไปทำจิตอาสา ทำให้ฉันได้ไปทำงานอาสาสมัคร ได้ไปทำเพื่อผู้อื่นอีกครั้งหนึ่ง เพียงแต่วันนั้นที่ไป ฉันกลับรู้สึกว่าได้รับมากกว่าให้ ได้รับพลังความสุข ได้ยืนยันว่าฉันไม่ใช่คนเดียวที่รู้สึกว่า ความสุขสามารถเกิดขึ้นได้จากตัวเอง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน VOLUNTEER



ความเห็น (0)