การบริหารเป็นศาสตร์และศิลป์ ?
ดร.ถวิล อรัญเวศ
รอง ผอ.สพป.นครราชสีมา เขต 4
พจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน ๒๕๕๔ ได้ให้ความหมายของคำเหล่านี้ ดังนี้
ศาสตร์ มาจากรากศัพท์ ศาสตร, ศาสตร์
[สาดตฺระ, สาดสะตฺระ, สาด] น. ระบบวิชาความรู้, มักใช้ประกอบหลังคําอื่น เช่น วิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์มนุษยศาสตร์.
(ส.).
ส่วนคำว่า “ศิลป์”
ศิลป, ศิลป์ ๑, ศิลปะ
[สินละปะ, สิน, สินละปะ] น. ฝีมือ, ฝีมือทางการช่าง, การทำให้วิจิตรพิศดาร, เช่น เขาทำดอกไม้ประดิดประดอยอย่างมีศิลปะผู้หญิงสมัยนี้มีศิลปะในการแต่งตัว รูปสลักวีนัสเป็นรูปศิลป์;การแสดงออกซึ่งอารมณ์สะเทือนใจให้ประจักษ์ด้วยสื่อต่าง ๆอย่างเสียง เส้น สี ผิว รูปทรง เป็นต้น เช่น ศิลปะการดนตรี ศิลปะการวาดภาพ ศิลปะการละคร วิจิตรศิลป์. (ส. ศิลฺป; ป. สิปฺป ว่ามีฝีมืออย่างยอดเยี่ยม).
ศิลป์ ๒
[สิน] (กลอน) น. ศร เช่น งามเนตรดังเนตรมฤคมาศ งามขนงวงวาดดังคันศิลป์. (อิเหนา),
พิศพักตร์ผ่องพักตร์ดั่งจันทร พิศขนงก่งงอนดั่งคันศิลป์. (รามเกียรติ์ ร. ๑).
การบริหารเป็นศาสตร์ เพราะการบริหารเป็นวิชาการแขนงหนึ่งที่มีแนวคิด
และทฤษฎีที่สามารถอธิบายปรากฏการณ์การบริหารได้โดยวิธีการทางวิทยาศาสตร์
(ไม่ใช่เรื่องลึกลับหรือไสยศาสตร์) เป็นสาขาวิชาที่มีการจัดการระเบียบอย่างเป็น
ระบบกล่าวคือมีหลักเกณฑ์และทฤษฎีที่พึงเชื่อถือได้อันเกิดจาการค้นคว้า
เชิงวิทยาศาสตร์ เพื่อประโยชน์ในการบริหาร เป็นศาสตร์สังคม
ซึ่งอยู่กลุ่มเดียวกับวิชาจิตวิทยาสังคมวิทยา และรัฐศาสตร์โดย
ลักษณะนี้การบริหารจึงเป็นศาสตร์ (Science)
การบริหารเป็นศิลป์ พิจารณาจากการบริหารของผู้บริหาร
ที่สามารถนำแนวคิดทฤษฎีทางการบริหารไปปรับหรือประยุกต์ใช้
ในการบริหารงานโดยอาศัยความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์และ
ทักษะของผู้บริหารแต่ละคนที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมาย
โดยการประยุกต์เอาความรู้ หลักการและทฤษฎีทางการบริหาร
ไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพบริบท
สถานการณ์ และสิ่งแวดล้อมนั้น ๆ การบริหารจึงเป็นศิลป์
(Arts)คืออาศัยศิลปะ ไหวพริบ ไหวแววของนักบริหารคนนั้น ๆ
เป็นการเฉพาะกิจเฉพาะคราวไป

