Schizophrenia หรือ โรคจิตเภท คือ ความผิดปกติที่ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด ผู้ป่วยส่วนใหญ่เริ่มมีอาการในช่วงวัยรุ่น เมื่อเป็นแล้วมักไม่หายขาด ส่วนใหญ่มีอาการกำเริบเป็นช่วงๆ โดยมีอาการหลงเหลืออยู่บ้างในระหว่างนั้น อาการในช่วงกำเริบจะเป็นกลุ่มอาการด้านบวก เช่น ประสาทหลอน หลงผิด และในระยะหลังส่วนใหญ่มีกลุ่มอาการด้านลบ เช่น พูดน้อย เฉื่อยชา แยกตนเอง
ก. กลุ่มอาการด้านบวก(Positive Symptoms)
แสดงออกในด้านความผิดปกติของความคิด การรับรู้ การติดต่อสื่อสารและพฤติกรรม ซึ่งแบ่งเป็น 2 ด้านใหญ่ๆ
1. Psychotic dimension ได้แก่ อาการหลงผิดและอาการประสาทหลอน
2. Disorganization dimension ได้แก่ Disorganized behavior และ Disorganized speech
ข. กลุ่มอาการด้านลบ (Negative Symptoms)
เป็นภาวะที่ขาดในสิ่งที่คนทั่ว ไปควรมี เช่น ในด้านความรู้สึก ความต้องการในสิ่งต่าง ๆ อาการเหล่านี้ ได้แก่
o Alogia พูดน้อย เนื้อหาที่พูดมีน้อย ใช้เวลานานกว่าจะตอบ
o Affective flattening การแสดงออกทางด้านอารมณ์ลดลงมาก หน้าตาเฉยเมย ไม่ค่อยสบตา แม้ว่าบางครั้งอาจยิ้มหรือมีอารมณ์ดีบ้างบางครั้งแต่โดยรวมแล้วการแสดงออกของอารมณ์จะลดลงมาก
o Avolition ขาดความกระตือรือร้นเฉื่อยชาลง ไม่สนใจเรื่องการแต่งกาย ผู้ป่วยอาจนั่งอยู่เฉย ๆ ทั้งวันโดยไม่ทำอะไร
o Asociality เก็บตัว เฉย ๆ ไม่ค่อยแสดงออก หรือไม่มีกิจกรรมที่สนุกสนาน ในระยะอาการกำเริบ อาการสำคัญส่วนใหญจะเป็นอาการในกลุ่มอาการด้านบวก ส่วนกลุ่มอาการด้านลบนั้นมักพบในระยะหลังของโรค และไม่ค่อยตอบสนองต่อการรักษาด้วยยา เหมือนกลุ่มอาการด้านบวก
โรคจิตเภทแบ่ง ออกตามลักษณะอาการทางคลนิกิออกได้เป็น 5 กลุ่มย่อย ได้แก่
� 1. Catatonic type เป็นกลุ่มที่มีความผิดปกติเด่นด้านการเคลื่อนไหว ได้แก่ stupor, negativism, rigidity, excitement หรือ posturing
� 2. Disorganized type ลักษณะสำคัญ คือ ความคิดกระจัดกระจายไม่เป็นไปในแนวเดียวกัน แสดงออกมาทางคำพูดหรือท่าทาง เช่น incoherence, loosening of association มาก, หรือมีพฤติการณ์รมเรื่อยเปื่อย วุ่นวาย นอกจากนี้การแสดงออกด้านอารมณ์จะเรียบเฉย หรือ ไม่ เหมาะสมอย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้ผู้ป่วยต้องไม่มีอาการที่เข้ากันได้กับ catatonic type ส่วนใหญ่เริ่มมีอาการระหว่างอายุ 15-25 ปี การพยากรณ์โรคมักไม่ดีเนื่องจากมอ าการด้านลบ เกิดขึ้นเร็ว
� 3. Paranoid type ลักษณะสำคัญ คือ มีความหมกมุ่นอยู่กับอาการหลงผิด หรือหูแว่วทั้งนี้ ผู้ป่วยต้องไม่มี อาการของ catatonic หรือ disorganized type เป็นโรคจิตเภทชนิดที่พบบ่อยมากที่สุด ผู้ป่วยมักเริ่มเป็นขณะอายุมากกว่า 2 ชนิดแรก บุคลกิภาพ โดยรวมไม่เสื่อมเท่า 2 ชนิดแรก
� 4. Undifferentiated type เป็นผู้ป่วยที่มี อาการเข้ากันได้กับโรคจิตเภท แต่ไม่สามารถจัดกลุ่มได้อย่างงชัดเจนว่าเป็นชนิดใดใน 3 ชนิดข้างต้น
� 5. Residual type ผู้ป่วยเคยป่วยมีอาการกำเริบชัดเจนอย่างน้อย 1 ครั้ง ในขณะที่ประเมิน ไม่พบอาการด้านบวก หรืออาจมีแต่ไม่ใช่อาการเด่น ลักษณะอาการที่มี หลงเหลืออยู่ส่วนใหญ่ เป็นอาการด้านลบ เช่น เก็บตัว เฉื่อยชา ไม่สนใจตัวเอง เป็นต้น
ในส่วนของการหาบทความที่เกี่ยวข้องกับการรักษาโดยมีความสนใจในการรักษาโรคจิตเภทโดยไม่ใช่ยา
Psychosocial treatments for negative symptoms in schizophrenia : Current practices and future directions
โดย Ori Elis, Janelle M. Caponigro. Ann M. Kring
การศึกษานี้เป็นการศึกษาในเรื่องของการรักษาโรคจิตเภท (schizophrenia) โดยเน้นที่การรักษาในส่วนของ Negative symptoms ซึ่งได้เลือกการรักษาทาง Psychosocial treatments โดยแบ่งเป็น
- Cognitive behavioral therapy (CBT)
- Social skill training (SST)
- combined treatment interventions
การที่เลือก Psychosocial treatments เพื่อการรักษา Negative symptoms เนื่องจากที่ทราบกันดีว่า schizophrenia สามารถรักษาได้ด้วยการใช้ยา แต่ก็มีข้อจำกัดที่ว่าตัวยารักษาได้เพียงกลุ่มอาการของPositive Symptoms ซึ่งไม่ครอบคลุมในส่วนของ Negative symptoms
Cognitive behavioral therapy (CBT)
การศึกษานี้ได้รีวิวงาน CBT 21 งาน ซึ่งพบว่า13งานจากทั้งหมด 21 งาน ได้บอกว่า CBT มีส่วนช่วยในการทำให้อาการ negative symptoms ดีขึ้นทั้งหลังการให้การรักษาและระยะติดตาม โดยการรักษา CBT อย่างเดียวนั้นมีประสิทธิภาพพอที่จะช่วยให้ negative symptoms ดีขึ้น แต่ 3 งานจากทั้งหมด 5 งาน ไมได้บอกผลว่า negative symptoms มีอาการที่ดีขึ้น
Social skill training (SST)
เป็นการรักษาที่มุ่งพัฒนาความสามารถของบุคคลในทักษะการเข้าสังคมที่เหมาะสม โดยเป้าหมายของ SST ช่วยเพิ่มความสามารถในการเข้าสังคมซึ่งประกอบไปด้วยทักษะการแสดงออกการรับในการสื่อและทักษะการสนทนา (assertiveness skills, situational factors, independent living skills, and medication management)
จากการรีวิวทั้งหมด 7 งาน พบว่า SST มีประสิทธิภาพในการทำให้ negative symptom ดีขึ้นแต่ดีขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆเท่านั้น งานศึกษาได้ติดตามผลหลังจากการรักษาโดยเห็นว่าอาการดีขึ้นในช่วงหกเดือนหรือบางงานศึกษาก็พบว่าอาการดีขึ้นในช่วงสามเดือนเท่านั้น
combined treatment interventions
ในส่วนนี้จะเป็นการจัดการรักษาที่ให้วิธีการรักษา2อย่างหรือมากกว่าโดยจะใช้รักษาร่วมกัน ในการศึกษานี้นำการรักษาในส่วนของ Family therapy และ Psychoeducation มาใช้ร่วมกัน CBT และ SST
Family therapy : มีเป้าหมายในการรักษา Schizophrenia ที่เน้นไปในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ในครอบครัวและการปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน
Psychoeducation : จะมุ่งไปที่การปฏิสัมพันธ์ระหว่างการเกิดโรคกับสิ่งแวดล้อมหรืออุปสรรคในชีวิต โดยมักจะเป็นกิจกรรมกลุ่มให้ความรู้ข้อมูลในประเด็นเกี่ยวกับโรครวมถึงอาการของโรค
ผลจากการรวมการรักษาพบว่าในส่วนของอาการ negative symptoms ที่ลดลงนั้นจะเกิดขึ้นในช่วง3 ปีซึ่งมักจะดีขึ้นในปีที่ 2 หรือ 3 ไม่ได้ดีขึ้นในทันที
เห็นได้ว่าการรักษาอาการทางจิตเภทอกจากการใช้ยาทางการแพทย์แล้ว ยังสามารถใช้การปรับพฤติกรรมการรู้คิดหรือการฝึกพฤติกรรมและความติดได้ ซึ่งเป็นทางเลือกในการรักษาได้ อาจจะใช้การให้ยาในการรักษาร่วมกับการทำกิจกรรมการรักษาทางจิตสังคมเพื่อผลที่ดีที่สุด
และอาจจะเพิ่มกิจกรรมการดำเนินชีวิตมาใช้เพื่อบำบัดให้สามารถทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้ อีกทั้งมีการจัดกิจกรรมกลุ่มพลวัตเพื่อทักษะทางสังคม นอกเหนือจากการลดอาการทางจิตเภท รวมทั้งเมื่อต้องการวัดผลของการดำเนินการบำบัด ควรที่จะให้ผู้ป่วยได้เผชิญกับสถานการณ์นั้นจริงๆ