​เป็น...แม่...อ่อนแอ...บ้างก็ได้นะ

เป็น...แม่...อ่อนแอ...บ้างก็ได้นะ

+++
เมื่อวานได้อ่านโพสต์หนึ่งสะกิดใจ อยากจะแบ่งปันความรู้สึกของตัวเองเกี่ยวกับประเด็นนี้ค่ะ

"เป็นแม่ต้องอดทน"
"เป็นแม่ต้องแข็งแกร่ง"
"เป็นแม่ต้องไม่อ่อนแอ"
"เป็นแม่เหนื่อยไม่ได้ พักไม่ได้ ป่วยไม่ได้ และฉันจะตายไม่ได้"
+++
กาลครั้งนานมากแล้ว แม่ดาวเคยเป็นแม่คนหนึ่งที่มีความคิดแบบนี้วนเวียนอยู่ในหัว ไม่ว่าเวลาเกิดอาการวิงเวียน วุ่นวาย เหนื่อยแทบตาย ท้อใจ ก็จะมีประโยคเหล่านี้ "ปลุกใจ" ตัวเองเสมอ ๆ
+++
ถามว่าช่วยได้ไหม...แม่ดาวคิดว่า...ก็ช่วยได้นะคะ...แต่ผ่านมาแบบโคตรทำร้ายจิตใจและร่างกายตัวเองเลย เอาแต่ "ปลุกใจ" แต่ไม่ค่อยจะ "ปลอบใจ" ตัวเอง5555
+++
ทำไปเรื่อย ๆ จนถึงวันหนึ่ง (ซึ่งก็พบว่ามีหลายวันเลยทีเดียว) เกิดอาการ "ใจระเบิด" เขื่อนที่คิดว่าสร้างไว้กั้นน้ำตาและความทุกข์ที่คิดว่าแข็งแกร่งและแน่นหนาพังทะลาย ในวันนั้น ๆ น้ำตา อารมณ์โกรธ เศร้า หดหู่ ความรู้สึกแย่ ๆ ทั้งหลายไหลเชี่ยวกวาดล้างพังใจตัวเอง ใจลูก และคนในครอบครัว คิดแล้วยังรู้สึก "สยอง"
+++
จึงหันมาเรียนรู้ดูแลใจตัวเองใหม่ จากเก็บกด กักกั้นไว้ ให้รู้ และดูมันให้เห็น มีความรู้สึกใดเกิดขึ้น คิดดีก็รู้ คิดไม่ดีก็รู้ ไม่ว่าคิดลบ คิดร้ายแค่ไหน เปิดรับทั้งหมดให้ไหลผ่านเข้ามาในใจ ถ้ามันรู้สึกเจ็บ เหนื่อยทุกข์จนทนไม่ไหว ธรรมชาติร่างกายจะผลิตน้ำตาออกมาล้างระบายความทุกข์ จงปล่อยให้มันไหลล้างใจผ่านดวงตาออกมา
+++
สำคัญคือให้ รู้ เห็นชัด ๆ ยอมรับทุกอาการของใจ เราไม่ต่อสู้กับธรรมชาติของอารมณ์ความคิด แต่เราเรียนรู้ที่จัดการบริหารอารมณ์ความคิดนั้น ๆ ให้ไหลผ่านไปทางไหน วิธีใดได้ แบบไม่กดข่ม ไม่กั้น ไม่อั้นไว้
+++
อีกเรื่องที่ควรระวัง คือ ร้องแล้วจมน้ำตา ส่วนใหญ่จากประสบการณ์ตัวเองเกิดจากการที่เราไม่รับรู้ตามความเป็นจริง รู้แล้วก็ไปปรุงทุกข์ให้ฟุ้งมากขึ้น เช่น ลูกโกหกเรา เรารู้สึก "เสียใจ" ปรุงทุกข์ให้เข้มข้นทวีขึ้น "ฉันเป็นแม่ที่แย่ เลี้ยงลูกไม่ได้" "ลูกไม่ไว้ใจฉัน" "ลูกนิสัยไม่ดี ตัวแค่นี้โกหก อนาคตจะไว้ใจอะไรได้" ฯลฯ สารพัดเครื่องปรุงทุกข์ ที่เรามักชอบปรุงรสชาติให้แสบ แซ่บกว่าเดิม
+++
วิธีการที่ตัวเองใช้ คือ การกลับมารับรู้ลมหายใจ รับรู้การเคลื่อนไหวของร่างกาย ในเวลาที่ใจฟุ้งปรุงทุกข์ และใช้ปัญญากำกับเช่น "ฉันทำอย่างไรต่อไปให้ดีขึ้น" "มีสาเหตุอะไรที่ทำให้ลูกพูดโกหกเรา" ฯลฯ วนออกจากความทุกข์ โดยการตั้งคำถามให้ตื่น ให้ลุกมาแก้ไข ให้เราได้ใคร่ครวญ มิใช่มานั่งคร่ำครวญ
+++
โปรดอย่าลืมว่าเราเป็นมนุษย์ปุถุชน เรามีความรู้สึกได้ เป็นธรรมดา มีแม่ ๆ หลายคนมักบอกว่า "ฉันยังตายไม่ได้ลูกยังเล็ก" จริงหรือที่เราสามารถห้าม หยุดความตายของเราได้ ดีกว่าไหม ปรับความคิดใหม่ "ฉันต้องตายแน่ ๆ แล้ววันนี้ถ้าฉันตาย ฉันเลี้ยงลูกให้อยู่ได้ด้วยตนเองหรือยัง"
+++
หรือมีอีกประโยคที่แม่ดาวเพิ่งนำมาใส่สมองเอาไว้ (คือยังใส่ลงไปไม่ถึงใจ) คือ "แล้วมันจะดีขึ้น" ประโยคนี้ หากเทียบกับอีกประโยคที่เรามักได้ยินกันบ่อยๆ "ทกข์ไม่นาน แล้วมันจะผ่านไป" มันคำที่ทำให้รู้สึกถึงความอ่อนโยนต่อตัวเองมากค่ะ ซึ่งแม่ดาวมักไม่เคยใช้คำเหล่านี้เลย ด้วยเป็นนักรบหญิงเหล็กอาวุธครบมือตลอดๆ 5555 ประโยคนี้ครูอู๊ดที่แม่ดาวเพิ่งไปเรียนมาแนะนำให้จำมาลองใช้
+++
ปลุกใจตัวเองก็ดี แต่ดูดี ๆ ว่าเบียดเบียนตัวเองไหม
ปลอบใจตัวเองก็ดี แต่ดูด้วยว่าหลอกตัวเองไหม
เหล่านี้เราต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมตามสถานการณ์นั้นๆ
คำตอบที่เราได้มา อาจไม่สามารถใช้ได้ทุกสถานการณ์เหมือนกันหมด ต้องมีศาสตร์และศิลป์ในการเลือกรับปรับใช้
+++
ในช่วงชีวิตมืดดำสนิท เหมือนพบทางตัน บางครั้งเราก็ต้องมีความเชื่อบางอย่าง เพื่อสร้างพลังให้เราลุกก้าวต่อไปได้ ถ้าเราเชื่อ ว่าเรามีทางออก เราจะพบทางออก อย่างที่เคยบอก บางทีทางออกที่คิดว่าไม่มี ก็อยู่ตรงที่ทางเข้าที่เราเดินเข้ามานั่นแหละ5555
++++
ฝากไว้ให้คิดพิจารณาค่ะ.....รักและห่วงใย
จาก...แม่ดาว

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกความคิด



ความเห็น (0)