เรื่องแบบนี้ก็มีกันอยู่หลอในเด็กสมัยนี้ ที่มีการขมขู่ คนที่มีอำนาจ(ใช้คำเวอร์)ข่มคนที่อ่อนแอกว่า ได้ยินจากครูพี่เลี้ยงมาก่อนหน้าแล้วว่าเด็กผู้หญิงคนหนึ่งในห้องมีพฤติกรรมที่แย่ เรื่องมากจาก มีผู้ปกครองของเด็กผู้หณิงคนหนึ่ง (สมมุติชื่อ ด.ญ.A) โทรมาหาครูประจำชั้นเล่าให้ฟังว่า เงินของ ด.ญ.Aหาย ละ ด.ญ.A เล่าให้ฟังว่า ในวันนั้นเพื่อนที่นั่งข้าง (สมมุติชื่อ ด.ญ.B) ขอดูกระเป๋าตัง แล้วยืมไปซักพักก็นำมาคืน พอ ด.ญ. A เปิดกระเป๋าตังปรากฎว่า เงินที่อยู่ในกระเป๋าประมาณ 60 ได้หายไป ด้วยความที่เป็นคนขี้กลัวก็ไม่กล้า ถาม ด.ญ.B ว่าเงินตัวเองหายไปไหน แล้วบอกแม่ว่าไม่ต้องไปถามเพื่อนและไม่ต้องบอกครู แต่ด้วยความที่คนเป็นแม่ ก็กลัวเหตุการณ์จะเกิดซ้ำรอย และกลัวเกิดเรื่องอื่น จึงโทรปรึกษากับครูประจำชั้นให้ช่วยดูแล วันนี้ครูประจำชั้นจึงสลับที่นั่งให้ ด.ญ.A และ ด.ญ.B นั่งแยกกัน
เราในฐานะครู (ประจำชั้นอีกคนหนึ่ง) ได้ฟังอย่างนี้ก็รู้สึกสงสาร ด.ญ.A เพราะรู้ว่าน้องเป็นคนพูดน้อย ไม่ทันคน และจึงคอยช่วยครูพี่เลี้ยงจับตาดูตลอด จนเย็นวันนี้ตอนเรียนพิเศษ ก็มีเด็กหญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของ ด.ญ.B เข้ามาเอาสมุดเรียนพิเศษ และกล่องดินสอไว้บนโต๊ะ ด.ญ.A อย่างแรงพร้อมกับกิริยาที่ไม่น่าดูนักเหมือนกำลังข่มกูขอที่นั่ง เมื่อถึงเวลาเรียนพิเศษ เราก็สังเกตเห็นว่า ด.ญ.A ไปนั่งโต๊ะอื่นที่ไม่ใช่โต๊ะของตนเอง แต่เราก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะเวลานั่งเรียนพิเศษเด็กๆก็มักจะเลือกที่นั่งตามสะดวกอยู่แล้ว และตอนเรียนพิเศษครึ่งหลัง เราให้เด็กๆทำแบบฝึกหัด โดยเปิดจากโปรเจคเตอร์ ให้เด็กๆทำลงในสมุด แล้วจอโปรเจคเตอร์ ก็อยู่หน้าโต๊ะที่ ด.ญ.A และเพื่อนผู้หญิงอีกคนนั่งพอดี เพื่อนคนอื่นเริ่มทยอยส่ง เราหันไปดูเด็ก ก็เห็นว่า ด.ญ.B และเพื่อนที่มาแย่งที่นั่ง ด.ญ.Aยังทำไม่ถึงไหน สักพัก เด็กหญิงทั้ง 2 ก็ไปยืนทำที่โต๊ะของ ด.ญ.A และเพื่อน ในที่สุดก็นั่งแทนที่ของเพื่อน คือไล่ให้ ด.ญ.A เพื่อนไปนั่งที่อื่น จนเพื่อนของ ด.ญ.Aพร้อมเพื่อนที่นั่งใกล้ๆ ต้องเดินเข้ามาฟ้องว่าทำไม ด.ญ.B และเพื่อนต้องมาแย่งที่เค้าและ ด.ญ.A นั่ง ด้วยความเป็นครูเราคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่าง จึงสั่งให้ ด.ญ.B และเพื่อนกลับไปนั่งที่เดิม พร้อมกับต่อไปนิดหน่อย ว่าทำไปทำตัวอย่างนี้ ไม่น่ารักเลย และเด็กหญิงทั้ง 2 ก็เดินกลับมานั่งที่ ด้วยท่าทีที่ไม่เต็มใจนัก โดยเฉพาะ ด.ญ.B ที่ทำหน้าใส่เราแบบไม่มีความเกรงกลัวใด ๆ
เรื่องนี้ก็ทำให้เรารู้สึกถึงตัวเองตอนเด็กๆอีกแล้ว ก็เจอเหตุการณ์ประมาณนี้แหละ โดนเพื่อนผู้ชายบังคับให้ทำการบ้านให้ทุกเช้า ไปทำให้ก็ขู่จะตี เราร้องไห้เกือบทุกวัน ไปโรงเรียนก็ไม่มีความสุข หวังว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเด็กคนนี้จะไม่ถึงขนาดเรา เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ให้ทั้งครูและผู้ปกครอง ให้ดูแลลูกหลานของท่านอย่างใกล้ชิด ทั้งฝ่ายที่ถูกกระทำและฝ่ายที่กระทำคนอื่น เพราะสังคมเดี๋ยวนี้น่ากลัวจริงๆ ยิ่งสังคมในเมืองเราไม่อาจรู้ได้เลยว่าเด็กในห้อง 39 ชีวิต มาจากในครอบครัวสังคมที่เป็นแบบไหน จากการสังเกตแล้วในห้องนี้นี่มีตัวร้าย ไม่กี่คน จากนี้ครูจะคอยดูอยู่ตลอดและช่วยหนูอยู่ไกลๆนะลูก สู้ๆ