วันที่ 36 คดีขโมยสี (11 มกราคม 2560)

เชื่อว่าหลาย ๆคน ตอนเป็นเด็กเมื่อเห็นอะไรที่ล่อตาล่อใจแต่เป็นของของคนอื่นก็มีบ้างที่อยากได้ และยิ่งเป็นเด็กความตระหนักในความถูกต้องก็ยังไม่มี ยังขาดความยับยั้งใจ แต่เด็กบางคนถูกฝึกมาดี ก็จะยับยั้งความอยากได้ของตนได้ แต่…เด็กบางคนเค้าอาจจะพลาดทำอะไรที่ผิดไปได้ และยิ่งครูจับได้แล้วเผลอพูดว่าเค้าขโมยเด็กเมื่อถึงเวลานั้นคงอับอายน่าดู เหมือนถูกแต้มสีดำไว้ในใจ จึงคิดว่าการสืบหาคนขโมยเป็นเรื่องละเอียดอ่อนสำหรับครู และไม่คิดเลยว่าวันนี้จะต้องมาตัดสินคดีขโมยสี

เรื่องมีอยู่ว่าวันนี้สอนชั้นป.2/1 ก่อนเข้าสอนหลินหลินก็เดินเข้ามาหาแล้วยื่นปากกาสีหมึกเจลให้ แล้วพูดว่าครูเลือกเลยค่ะหนูให้ครู 1 แท่ง ด้วยความที่ไม่อยากได้ของเด็กก็เลยตอบไปว่าครูขอไม่รับไว้ หนูเอาไปแจกเพื่อนดีกว่า ตอนนั้นเริ่มแปลกใจว่าทำไมต้องเอามาแจก พอเข้าสอนทันทีที่กำลังจะเริ่มสอนอุ๋มอิ๋มก็วิ่งมาหาพร้อมกับถุงปากกาหมึกเจลแล้วพูดว่าครูคะมีคนขโมยสีหนูไป ก็สอบถามทั้งห้องแต่ก็ไม่มีใครยอมรับ ก็เลยใช้วิธีสารภาพบาป โดยให้ทุกคนนอนฟุบลงไปห้ามลืมตา แล้วทุกคนต้องยกมือขวาขึ้นมา เราให้คนที่จะสารภาพผิดยกนิ้วโป้ง แต่ถ้าใครมั่นใจว่าไม่ได้ผิดให้ยกนิ้วก้อย ทีแรกก็มีแต่คนยกนิ้วก้อย เราก็เลยใช้การพูดกล่อมคือพูดให้เห็นถึงการยอมรับผิด การให้อภัยใช้เวลานานอยู่เหมือนกันกว่าจะมีคนสารภาพผิดซึ่งคนนั้นก็คือหลินหลินนั่นเอง แต่ตอนนั้นเราไม่ได้พูดบอกเจ้าของสีว่าใครขโมยไปและสุดท้ายก็ทำสำเร็จคนผิดยอมสารภาพเจ้าของก็ได้ของคืน บทเรียนครั้งนี้หลินๆคงจำไปอีกนานการโกหกเพื่อให้ตัวเองพ้นผิดเป็นเรื่องน่าอายมากกว่าการยอมรับผิดอย่างกล้าหาญ ของของคนอื่นยังไงก็ไม่ใช่ของเราดังนั้นมันจึงไม่ได้อยู่กับเราตลอดไปหรอกนะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกการฝึกสอนของนางสาวศศิธร ฟองจันทร์ (ภาคเรียนที่ 2/2559)



ความเห็น (0)