วันที่ 45 "หน้าที่เสริม"(3ก.พ.60)

การมาฝึกสอนที่โรงเรียวชิรวิทย์ เชียงใหม่ นอกเหนือจากงานสอนแล้ว เรายังได้รับมอบหมายงานพิเศษที่สำคัญอีกหนึ่งงาน คือการยืนเฝ้าบริเวณจุดเทเศษอาหารกลางวันของนักเรียนชั้นประมศึกษา เช่นเดียวกับวันนี้ เป็นงานที่ไม่ยาก แต่ใช้เวลามาก เพราะครูนักศึกษาฝึกสอนต้องยืนอยู่บริเวณดังกล่าวเพื่อดูแลการเทเศษอาหารและการวางถาดหลุมและควบคุมไม่ให้นักเรียนวิ่ง เพราะอาจจเกิดอันตรายได้ ต้องรอจนกว่านักเรียนจะกินข้าวเสร็จหมดทุกคนจึงได้เวลาทานอาหารของครูนักศึกษาฝึกสอน ซึ่งเหลือเวลากินข้าวในแต่ละวันไม่เคยเกิน 30 นาที ต้องอาศัยความเร็วนในการกิน เคี้ยวและกลืน โดยเฉพาะวันที่มีสอนในชั่วโมงบ่ายชั่วโมงแรก เพราะช่วงบ่ายโรงเรียนจะเข้าเวลา 12.10 น. ได้พักทานข้าวตอนประมาณ 11.45 บ้าง 11.50 บ้าง หรือบางทีก็12.00 แล้วแต่วัน ซึ่งถ้าวันไหนนักเรียนเจอของโปรด อาหารอร่อยถูกปากก็จะทานนานเป็นพิเศษ ครูฝึกสอนอย่างเรา หิวแค่ไหนก็ต้องอดทน เพราะมีหน้าที่สำคัญต้องปฏิบัติ บางวันเหลือเวลาทานข้าว 10 นาทีก็ต้องบริหารเวลาในการเคี้ยว กลืนและอิ่มค่ะ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ไมได้มาโรงเรียนเนื่องจากไปร่วมงานสัมมนา และไม่มีใครเฝ้าตรงจุดเทเศษอาหาร มีคุณครูท่านหนึ่งมาเล่าให้ฟังว่า นักเรียนเทเศษอาหารกระจัดกระจาย ไม่เรียงถาดตรงหลุมจนถาดล้มเสียงดัง นี่ถือว่าเป็นปัญหานะคะ ปัญหาที่เกิดจากผู้ใหญ่ การฝึกระเบียบให้เด็กเป็นสิ่งที่ดีมาก แต่ควรฝึกให้ถูกเรื่องค่ะ การเทเศษอาหารและการเรียงถาด ถ้าลองให้นักเรียนปฏฺิบัติอย่างเรียบร้อยจนเป็นนิสัย โดยไม่ต้องมีคนมาคอยเฝ้าดู เฝ้าบอก อาจจะทำได้จนเป็นนิสัยที่ดีไปแล้ว แต่นี่นักเรียนกลับติดจะทำเฉพาะเวลาที่มีคนมาคุม กลายเป็นว่าวันไหนไม่มีคนคุมก็ไม่ปฏิบัติ จริง ๆ แล้วเป้าหมายหรือเหตุผลสำคัญที่เราต้องดูแลตรงจุดนั้นคือ เพื่อให้นักเรียนมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือ นักเรียนจะเป็นระเบียบได้ก็ต่อเมื่อมีคนคอยคุม เมื่อไหร่ก็ตามที่ต้องปฏิบัติเองลำพังก็จะทำเหมือนเคย ๆ แบบนี้แล้วเราจะมัวมายืนเสียเวลาไปทำไมเป็น เดือน ๆ ปี ๆ ถ้าเกิดไม่ได้ปลูกจิตสำนึกที่ดีให้แก่นักเรียนได้เลย แต่กลับทำให้เขากลายเป็นคนหน้าไหว้หลังหลอก และไม่ได้มีนิสัยที่เป็นระเบียบวินัยฝังลึก แต่ที่ทำลงไปเพราะเกรงกลัวต่ออำนาจของครู โรงเรียนควรจะพิจารณาและฝึกให้นักเรียนช่วยเหลือตัวเองมากกว่านี้ค่ะ ไม่ใช่เลี้ยงกันแบบทะนุถนอมเกินไปจนเด็กคิดอะไรไม่เป็น มันจะเป็นความรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต ถ้าเด็กคนหนึ่งจะทำอะไรไม่เป็นเลยเพราะเราคอยป้อนตลอดเวลา จนกลายเป็นผู้ใหญ่ที่ทำมาหากินไม่ได้ค่ะ มันจะน่าเสียใจและเสียดายมาก ๆ เราควรจะเริ่มฝึกเขาตั้งแต่วันนี้ วัยนี้ ไม่ใช่รอที่จะให้ไปเรียนรู้ในระดับชั้นที่โตกว่านี้ เพราะกลัวว่าจะสายเกินไปค่ะ



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกการฝึกสอนของ นางสาวสรชา รอยพนา (ภาคเรียนที่ 2 / 2559)



ความเห็น (0)