ที่มา : http://www.moneychannel.co.th/news_detail/12952
นายรพี สจริตกุล ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการและเลขาธิการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และอีกทั้งยังเป็นประธานกรรมการ คณะกรรมการกำกับตลาดทุน ผมจึงได้เลือกคุณรพี สุจริตกุล มากล่าวถึงความเป็นผู้นำที่ผมประทับใจมาก โดยเฉพาะลักษณะการดำเนินงานหรือความคิดที่กว้างไกล โดยนายรพี สุจริตกุล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ภายหลังเข้ารับตำแหน่งได้เสนอปรับการดำเนินงานตามแผนกลยุทธ์ ปี ๒๕๕๘ ตามแนวทางที่ได้แสดงวิสัยทัศน์ไว้ โดยคณะกรรมการ ก.ล.ต. ได้มีมติเห็นชอบกรอบการดำเนินงานใหม่ที่จะให้ความสำคัญเรื่องของธุรกิจและสภาพแวดล้อมเป็นหลัก การพัฒนาระบบนิเวศตลาดทุนทุกด้าน และพร้อมรับฟังมุมมองและความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ปรับโฟกัสลงไปที่ต้นเหตุของเรื่องหรือกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้สามารถพัฒนาหรือแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดครบถ้วน และกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่สามารถบังคับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ นายรพียังส่งเสริมการให้ความรู้ผู้ลงทุนร่วมกับภาคเอกชน พัฒนาให้เกิดการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยเน้นบทบาทหน้าที่ของกรรมการบริษัท พร้อมกับการรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยในตลาด ซึ่งต่อไปการเปลี่ยนแปลงในกระบวนการดำเนินงานในด้านต่าง ๆ ของ ก.ล.ต. เช่น กระบวนการรับฟังความคิดเห็น การพัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นต้น จะปรับให้สอดรับกัน เพื่อยกระดับมาตรฐานและการเติบโตของตลาดทุนไทยโดยรวม”
เป็นที่ยอมรับว่า ตลาดทุนไทยได้ผลิต ‘กูรู’ ด้านตลาดทุนประดับวงการนี้อย่างมากมาย ทว่า ในจำนวนนั้นคงมี ‘คนเก่ง’ ไม่มากนักที่จะมีโอกาสคลุกคลีอยู่ในแวดวงตลาดทุน จนเรียกได้ว่า (เกือบ) ครบ 360° ดังเช่น ‘คุณรพี สุจริตกุล’และทุกวันนี้คนส่วนมากมักมองว่าสังคมของการลงทุนเป็นเพียงแค่ การเสี่ยงโชค หรือ เป็นการพนัน นายรพี สุจริตกุล นั้นกลับมีมุมมองที่แตกต่าง เพราะเขาเชื่อว่า ทุกๆย่างก้าวในชีวิตนั้น ก็เป็นการพนันเช่นกัน ประโยคนี้ทำให้ผมรู้สึกประทับใจมาก หากเราลองคิดแบบที่คุณรพีคิด ก็อาจจะเป็นแนวในการทำธุรกิจก็เป็นได้