จากประเด็นที่เป็นที่สนใจและถกเถียงกันอยู่ในตอนนี้ของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมในประเทศไทย  คงนี้ไม่พ้นเรื่องการที่เกิดปัญหาการร้องเรียนถึงการแข่งขันไม่เป็นธรรมในธุรกิจโทรศัพท์มือถือ

และจากประเด็นนี้เราควรให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ดังนั้น เราลองมาดูสรุปคำร้องเรียนของทาง DTAC,TRUE  และข้อเสนอของทางฝั่งAIS ที่พยายามออกมาเสนอแนวทางออก

ข้อกล่าวหาของ ดีแทค และทรูมูฟ ว่าเอไอเอส ได้ประโยชน์จากการเกื้อกูลของรัฐ

1. โครงสร้างต้นทุนเอไอเอสต่ำกว่าอย่างน้อย 1 เท่าตัวซึ่งประกอบด้วยส่วนแบ่งรายได้ที่ต่ำกว่า
2. การเลือกปฏิบัติในการจัดเก็บค่าแอ็คเซ็สชาร์จที่ไม่เป็นธรรม ภายใต้เงื่อนไขการเชื่อมต่อโครงข่าย( Interconnection) หรือการที่ไม่ต้องเสียค่าแอ็คเซ็สชาร์จ เลขหมายละ 200 บาทต่อเดือนในระบบโพสต์เพด และ 18% ของรายได้ในระบบพรีเพดในขณะที่เอไอเอสกลับได้ส่วนลดในเรื่องส่วนแบ่งรายได้พรีเพดที่ต้องจ่ายให้ทีโอทีเหลือ 20% ตลอดอายุสัมปทาน
3. ความได้เปรียบในเรื่องการใช้ทรัพยากรของชาติ หมายถึงการไม่มีการคงเลขหมายเดิมหรือ Number Portability ทั้งๆที่ตามแผนแม่บทกทช.ต้องมีหลักเกณฑ์สิทธิการคงเลขหมายเดิมภายในปีนี้
4. ฝ่าฝืนกฎหมายการผูกขาดและอาศัยความได้เปรียบที่ต้นทุนต่ำกว่า สามารถลดอัตราค่าบริการในลักษณะการดัมป์ตลาดทำให้เกิดการใช้อำนาจครอบงำตลาด
 

ข้อเสนอแนวทางแก้ปัญหาของเอไอเอสเพื่อแก้ความไม่เท่าเทียมในสัญญาเดิม

1.ให้ทุกโอเปอเรเตอร์อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของเรกกูเรเตอร์เดียวคือ กทช.หมายถึงต้องมีการแปรสัญญาสัมปทานเปลี่ยนเป็นใบอนุญาต แต่ต้องพิจารณาในทุกองค์ประกอบหากจะเกิดการแก้ไขเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนแบ่งรายได้การจัดสรรคลื่นความถี่ที่เป็นธรรม ต้องมองภาพใหญ่ทั้งหมดไม่ใช่มองเฉพาะส่วน
2.ยุบรวมบริษัท ทีโอที และ กสท โทรคมนาคมเข้ากัน เท่ากับทำให้คู่สัญญาของเอกชนเป็นนิติบุคคลเดียวซึ่งจะทำให้การแก้ปัญหาทำได้ง่ายขึ้น
3.โอนสัญญาสัมปทานของดีแทคและทรูมูฟที่อยู่ภายใต้ กสท เข้ามาอยู่ภายใต้ทีโอทีและทำสัญญาในลักษณะเดียวกับที่เอไอเอสทำกับทีโอที ก็จะทำให้เกิดความเป็นธรรมเท่าเทียมกัน

 

แต่แนวทางไหนจะกลายเป็นตัวเลือกที่ถูกใช้ หรือจำเป็นต้องใช้ไปเองโดยปริยาย เราก็คงต้องถอดใจรอกันอีกสักพักหนึ่ง

    ที่มา Telecom Journal ปีที่ 15 ฉบับที่ 644 วันที่ 20 พ.ย. - 26 พ.ย. 2549