“..อย่างที่พ่อหลวงท่านเริ่มในป่าในดง เริ่มจากสิ่งเล็กๆ เรียนรู้ปัญหาและอุปสรรค ทั้งที่ชาวบ้าน นักการเมืองไม่เอาด้วย ท่านยังต่อสู้มาได้ เราก็เหมือนกัน ต่อสู้จากความไม่รู้ จากที่ไม่มีคน ไม่มีครู ไม่มีงบ ด้วยเวลาจำกัดเพราะมีกันหลายหน้าที่ แต่เราก็ต้องสร้าง ทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียวหรอก..”

        ผมอ่านบทสัมภาษณ์ตัวผมเอง ในนิตยสาร..หมอชาวบ้าน..ฉบับที่ ๔๕๓ เดือนมกราคม..สวัสดีปีใหม่ ๒๕๖๐ หน้า ๒๐ – ๒๕...จึงขอนำมาบอกเล่าและแบ่งปันในบางส่วน ดังต่อไปนี้...

        “...ในหลวงท่านตรัสไว้ อย่าหยิบยกเอาความขาดแคลนมาเป็นข้ออ้าง ที่จะไม่ทำโน่นทำนี่ ถ้าเราไม่อ้าง เราจะไม่ท้อ ไม่ต้องอ้าง เพราะโรงเรียนบ้านหนองผือ อำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นอย่างนี้ตั้งนานแล้ว..”

        “..โรงเรียน คือ แหล่งเรียนรู้..ถ้าไม่มีสิ่งเหล่านี้ ผู้ปกครองมารับเด็ก เจอแต่ห้องเรียนเก่าๆ ไม่มีอะไรสวยๆงามๆให้ดู ไม่มีสิ่งแวดล้อม..แต่ถ้าเรามีอะไรกระเพื่อมขึ้นมา มีเด็กทำกิจกรรม เด็กเลี้ยงปลา เด็กทำเกษตร...ผลผลิตเป็นอย่างไร อย่าเพิ่งไปคิด บางทีไม่ได้ผล ขาดทุนก็คือกำไร แต่เด็กได้เรียนรู้กระบวนการ ..จะไปบอกว่าทำอะไรแล้วต้องได้ผล ปลาต้องได้ไข่ต้องมี..ขาดทุนบ้างก็ได้ เรียนรู้จากความล้มเหลวก็ได้..แต่สิ่งที่เด็กเรียนรู้ซึมซับ อาจจะอึดอัดบ้างเพราะอยู่ที่บ้านไม่เคย ต้องมาเรียนรู้ที่โรงเรียน...”

         “..สิ่งเหล่านี้ โตขึ้นเด็กจะคิดถึงโรงเรียน เช่น เคยทำมาแล้ว เคยเลี้ยงมาแล้ว เจอปัญหามาแล้วตั้งแต่ระดับประถมฯ ผมจึงทำให้เป็นโรงเรียนแห่งการเรียนรู้ ทั้งที่ผมไม่ได้จบเกษตร เราต้องรักสิ่งนี้ ต้องทำให้เกิด...”

        “..อย่างที่พ่อหลวงท่านเริ่มในป่าในดง เริ่มจากสิ่งเล็กๆ เรียนรู้ปัญหาและอุปสรรค ทั้งที่ชาวบ้าน นักการเมืองไม่เอาด้วย ท่านยังต่อสู้มาได้ เราก็เหมือนกัน ต่อสู้จากความไม่รู้ จากที่ไม่มีคน ไม่มีครู ไม่มีงบ ด้วยเวลาจำกัดเพราะมีกันหลายหน้าที่ แต่เราก็ต้องสร้าง ทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียวหรอก..”

        “..ผมไม่เคยพูดว่าทำงานจนประสบความสำเร็จ เพียงแต่ว่ามีผลงานให้เห็นอยู่เรื่อยๆ เป็นโรงเรียนที่ไม่ตายซาก..”

        “..และเราไม่ต้องไปเปรียบเทียบกับใคร และทำอะไรในโรงเรียนไม่ต้องไปดีกว่าใคร..มีความสุขในพื้นที่ของเรา..ต้องดีกว่าโรงเรียนนั้นโรงเรียนนี้ ต้องเป็นเลิศ..ไม่ต้องเลย คิดแบบนี้เชยแล้ว อย่าไปคิดอย่างนั้น แต่ละพื้นที่บริบทไม่เหมือนกัน แต่อย่าทำจนเกินตัว จะทำให้นักเรียนออกนอกห้องเรียนมากเกินไป....”

        “...ทำอย่างไรให้โรงเรียนขนาดเล็กมีคุณภาพ ด้วยเครื่องมือของเรา ทำตามนโยบายบ้าง และไม่ทำตามบ้าง ตามทุกเรื่องไม่ไหว บริบทที่คิดมาจากข้างบนกับบริบทข้างล่างไม่ตรงกัน เครื่องมือการคิด เครื่องมือการทำต่างกัน แต่เป้าหมายเดียวกัน คือ อ่านออกเขียนได้...”

         “..โรงเรียนเล็ก อยู่ด้วยเงื่อนไขต่างๆ โรงเรียนมีความสำคัญอยู่ในตัว การมองโรงเรียนเล็กว่าไม่คุ้มทุน เด็กไม่มีคุณภาพ เป็นการมองภาพรวม..เราให้ความสำคัญและเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนเล็ก เราต้องสร้างให้เกิด เป็นหน้าที่ของเราที่อยู่ในองค์กร ให้ความสำคัญทุกเรื่อง ทั้งคุณภาพวิชาการ ความสะอาด ทักษะชีวิต เรื่องราวของเศรษฐกิจพอเพียง ให้เติบโตไปพร้อมๆกัน..ไม่ทิ้งอะไรที่เป็นชุมชน...”

          เราต้องสร้างตรงนี้และให้ความสำคัญ สร้างให้เป็นภูมิคุ้มกัน..สามารถเป็นตัวแทนโรงเรียนเล็กได้......

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๒ มกราคม ๒๕๖๐