สอนอย่างไรให้สนุก                        จากประสบการณ์การสอนกลุ่มสาระภาษาไทย  ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นมาหลายปี  สังเกตพบว่านักเรียนส่วนมาก  จะให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมการเรียนการสอนอย่างเบื่อหน่ายไม่มีความสุขสนุกสนานในการเรียนวิชาภาษาไทยซึ่งเป็นอย่างนี้มานานมาก   ก็พยายามหาวิธีการสอน  เทคนิคการสอนและกระบวนการเรียนการสอนอย่างหลากหลาย   ไม่ว่าจะเป็นการสอนโดยการเล่าเรื่องประเทืองปัญญา   นักเรียนแสดงบทบาทสมมุติ  ทำงานเป็นกลุ่ม   ศึกษาค้นคว้า   สอนโดยใช้เพลง  การเรียนการสอนโครงงาน   ทำรายงานและอีกหลากหลาย   นักเรียนก็ให้ความร่วมมือบ้างแต่คิดว่ายังไม่เต็มที่กับตรงนั้น    จนเมื่อวันที่ ๑๒  เดือนกรกฎาคม  พ.ศ. ๒๕๔๙  พบอีกวิธีการหนึ่งที่นักเรียนให้ความร่วมมือในการจัดกิจกรรมอย่างมีความสุขสนุกสนาน  ซึ่งครูอีกหลายๆท่านอาจคิดว่าน่าจะเหมาะกับเด็กชั้นประถมศึกษามากกว่า  แต่ที่นำมาใช้นี้คือใช้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓  ทุกคนสนุกสนานและกระตือรือร้นมาก  วันนั้นทำการสอนเรื่องคำประสม  คำซ้อน  พยายามให้นักเรียนทุกคนได้ฝึกสร้างคำจนครบทุกคน  เมื่อทุกคนได้ฝึกสร้างคำจนมีความรู้  ความเข้าใจดีแล้ว  จึงให้นักเรียนเล่นเกมต่อคำประสมและคำซ้อน  โดยต่อคำประสมก่อนจึงต่อคำซ้อนเพื่อเป็นการเพิ่มความรู้ความเข้าใจ  คือนักเรียนคนแรกเริ่มด้วยคำว่า  น้ำปลา   คนต่อไปต่อว่า  ชาร้อน   หมอนข้าง  ช่างไม้  ใจดี  ผีเรือน  เพื่อนตาย  สายรัด  พัดลม           ขนมครก   ชกมวย   หวยบนดิน   ปิ่นปักผม   ขนมเบื้อง   เครื่องยนต์   ฯลฯ  คำซ้อนก็ปฏิบัติเช่นเดียวกัน  เห็นว่านักเรียนเขามีความสุขสนุกสนานมาก  ครูผู้สอนก็มีความสุขไปด้วยครูและเพื่อนต้อให้ขวัญกำลังใจโดยการปรบมือให้ผู้ที่ต่อคำได้อย่างว่องไว  ถึงแม้จะไม่ว่องไวก็ต้องปรบมือให้เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ  แต่ครูต้องคอยเป็นผู้ประสานและอีกสิ่งหนึ่งก็คือครูสอนภาษาไทยต้องมีบุคลิกกระตือรือร้น  เสียงดังฟังชัด  กล้าแสดงออกสามารถแสดงท่าทางประกอบสิ่งที่ตนเองพูด  เล่าเรื่องหรือยกตัวอย่างให้ สอดคล้องสมจริงสมจังกับสิ่งที่กำลังสอน