อารมณ์ร้าย (ตาย) เร็ว

สภาวะทางอารมณ์ของคนเราในแต่ละคนย่อมแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญสองปัจจัยคือ ตนเอง และสภาพแวดล้อม ในส่วนของตนเองรับมาจากพันธุกรรม กล่าวคือพ่อ-แม่ ปู่ย่า ตายาย ซึ่งเราจะเป็นผู้ควบคุมในส่วนนี้และจากสภาพแวดล้อมที่อยู่ล้อมรอบตัวเรานั่นเองซึ่งควบคุมได้ค่อนข้างยาก

เนื่องจากสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเราก็ถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของสังคมในการดำเนินชีวิตในแต่ละวันซึ่งค่อนข้างยุ่งยาก ลำบาก สับสน แข่งขัน ชิงดีชิงเด่น เพื่อให้ได้มาซึ่งปัจจัยสี่ หรือปัจจัยห้า ปัจจัยหก หรือสิ่งที่ต้องการอะไรทำนองนี้มันหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะก่อให้เกิดส่งผลกระทบต่อความรู้สึกต่อจิตใจต่อสภาวะทางอารมณ์ไม่ว่าจะเป็น อารมณ์หงุดหงิด โกรธ เกลียด เครียด อิจฉา เศร้าใจ เสียใจ ก้าวร้าว อะไรประมาณนี้ ซึ่งอารมณ์เหล่านี้ นอกจากจะบั่นทอนจิตใจแล้ว ยังทำให้หน้าเหี่ยวย่น มีริ้วรอย บางคนเครียดมากๆก็สิวขึ้นอีกต่างหาก

เมื่อสภาพทางสังคมมันก่อให้เกิดผลดังที่กล่าวมาขึ้นอยู่กับตัวเราว่าจะบริหารจัดการอย่างไรกับสภาวะทางอารมณ์ที่มากระทบกับจิตใจเราอันดับแรกเลยก็คือ ตัวเรานั้นเองเป็นสำคัญที่สุด กล่าวคือมีสติ นิ่ง ไม่ตอบโต้ อดทน ข่มใจ ให้เริ่มนับหนึ่งถึงสิบอย่างช้าๆ ถ้าอารมณ์หรือจิตใจยังครุกรุ่นอยู่ ให้นับต่อถึงร้อย หายใจเข้าออกยาวๆให้อภัยนี่คือการควบคุมอารมณ์หรือการบริหารจัดการกับอารมณ์คิดบวกให้ได้ ให้คิดว่าเขาเป็นคนที่น่าเห็นใจ น่าสงสารหรือผู้ป่วยทางจิต พยายามใช้เหตุและผล ความนุ่มนวลอ่อนหวานใช้น้ำเย็นเข้าลูบ ถ้าขิงก็ราข่าก็แรง แรงมาก็แรงไป บทสรุปก็คือมีแต่พังกับพัง แพ้ทั้งสองฝ่ายถ้าเราควบคุมอารมณ์ได้มีความอดทน อดกลั้น นั่นแหละเราคือผู้ชนะ ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือชนะใจตนเอง

โกรธคือโง่โมโหคือบ้า ดังคำพระท่านสอน ยังใช้ได้เสมอการที่คนเราอารมณ์ร้ายก่อให้เกิดสุขภาพจิตเสื่อม จะส่งผลต่อสุขภาพทางกาย ก่อให้เกิดอาการอ่อนเพลีย ละเหี่ยใจ เบื่อโลก เบื่ออาหาร ซึมเศร้าเหงาหงอย เกิดจิตประสาทนำมาซึ่งโรคร้ายต่างๆ เช่น มะเร็งอย่างนี้เป็นต้น อายุก็จะสั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สุขภาพ-ความงาม



ความเห็น (0)